ตอนที่ 1402
บทที่ 1407 ต้นผมขาวทั้งสอง
October 22, 2026
เยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงออกห่างจากแควธารสวรรค์ สลัดทัพไล่ตามที่อยู่ด้านหลัง หาวิธียืนยันตำแหน่งของตัวเอง ขึ้นสู่เส้นทางกลับจักรวาลฟ้าฟื้นอีกครั้ง
ในตอนที่พวกเขากลับสู่จักรวาลฟ้าฟื้นไปถึงฟ้าเหนือฟ้า บรรลุถึงเทือกเขากว่างเฉิง ทิศเหนือของเทือกเขาก็มีสถานที่หนึ่งที่มีแสงสีเขียวอมขาวพุ่งสู่ฟากฟ้า สะท้อนม่านฟ้าครึ่งซีกเป็นสีเขียว
พวกเยี่ยนจ้าวเกอตรงไปยังสถานที่ที่แสงสีมรกตนั้นอยู่
ที่นี่เป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง
หุบเขาเจิดจรัสที่เทือกเขาคุนหลุนบนโลกซ้อนโลกในจักรวาลสำนักเต๋าถูกเยี่ยนจ้าวเกอเคลื่อนย้ายมา ปัจจุบันตั้งอยู่ในเทือกเขากว่างเฉิงบนฟ้าเหนือฟ้า นั่นเป็นที่อยู่เดิมของจักรพรรดิเจิดจรัสหูเยว่ซิน
ขณะนี้ในหุบเขามีต้นไม้เทพสูงเทียมฟ้าต้นหนึ่งตั้งอยู่ กิ่งใบหนาแน่น ดอกสีขาวส่ายไหว บนกิ่งก้านปรากฏแสงสว่างสีเขียวอมขาวอันเจิดจ้า เป็นที่มาของแสงสีเขียวที่พุ่งขึ้นฟ้าจากด้านในหุบเขา
ต้นผมขาวที่มหึมากว่าต้นหนึ่ง เป็นที่ที่ซากสังขารของราชันพระพฤหัสบดีเซ่าจวินหวงอยู่
นอกจากนี้แล้ว ยังมีสุสานฝังหมวกและเสื้อแพรอยู่ที่หนึ่ง กลับเป็นอาจารย์ของเสวี่ยชูฉิง ลูกศิษย์ของหูเยว่ซิน
ด้านในหุบเขาเจิดจรัส รอบๆ ต้นไม้เทพมีคนอยู่
เยี่ยนจ้าวเกอไม่อำพรางกลิ่นอายของตัวเอง ทำให้คนที่อยู่ที่นี่สัมผัสได้ อีกฝ่ายออกมาต้อนรับ ขณะมองพวกเยี่ยนจ้าวเกอที่เหาะลงจากฟ้าต่างยิ้มพลางคำนับ “ยินดีต้อนรับนายน้อยกับนายหญิงน้อยกลับฟ้าเหนือฟ้า”
กลับเป็นซูอวิ๋น ‘กระเรียนหยก’ ที่เคยอาศัยอยู่ในโลกยมทะยาน
ในอดีตแม้นางไม่ได้มีพลังฝึกปรือระดับจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เขากว่างเฉิงมีของวิเศษมากพอ ได้ชักนำคนส่วนหนึ่งในพรรคกระเรียนหิมะบนโลกยมทะยานผ่านบาดแผลแห่งกำแพงสวรรค์ ขึ้นสู่ฟ้าเหนือฟ้าเพื่อลงหลักปักฐาน
ที่นี่มีสภาพแวดล้อมโดดเด่น ปราณวิญญาณเต็มเปี่ยม ย่อมเหนือกว่าโลกเบื้องล่างอย่างโลกยมทะยาน
พวกซูอวิ๋นใช้ชีวิตและฝึกฝนอยู่ที่นี่ เสวี่ยชูฉิงสามารถติดต่อกับพวกนางได้สะดวก
สถานที่แห่งนี้ความจริงก็นับได้ว่าเป็นนิวาสสถานส่วนตัวบนฟ้าเหนือฟ้าของเสวี่ยชูฉิง เป็นมรดกที่รับมาจากเซ่าจวินหวงและหูเยว่ซิน
ในสถานการณ์ที่เยี่ยนตี๋ออกไปด้านนอก ถึงเสวี่ยชูฉิงจะสนิทสนมกับคนทั่วทั้งเขากว่างเฉิง ทว่าถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่คนในสำนัก ในเวลาส่วนใหญ่จึงกลับมาอยู่ในหุบเขาเจิดจรัส รอคอยเยี่ยนตี๋กลับมา
แต่เป็นเพราะว่าเยี่ยนจ้าวเกอออกไปจากฟ้าเหนือฟ้าเช่นกัน เสวี่ยชูฉิงจึงต้องดูแลค่ายกลกับตำหนักโอสถแทน นางจึงรั้งอยู่ทางเขากว่างเฉิงชั่วคราว
เรื่องการดูแลต้นผมขาว ยังมีหลุมฝังเสื้อแพรและหมวกของอาจารย์ของเสวี่ยชูฉิงในหุบเขาเจิดจรัส ปกติเป็นซูอวิ๋นคอยช่วยเหลือ
สำหรับเสวี่ยชูฉิงแล้ว แม้กับซูอวิ๋นจะเรียกว่าเป็นนายบ่าว แต่มีความสัมพันธ์เหมือนพี่สาวน้องสาวหรือศิษย์อาจารย์มากกว่า
แต่ซูอวิ๋นก็รักษามารยาทอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ตอนเจอเยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงก็เรียกด้วยคำว่า ‘นายน้อย’ และ ‘นายหญิงน้อย’
“น้าซู หลายวันนี้รบกวนท่านแล้ว” หลังจากพวกเยี่ยนจ้าวเกอเหินมาถึงพื้นแล้วต่างก็คำนับซูอวิ๋น มองพวกเสินหรง ศิษย์พรรคกระเรียนหิมะซึ่งได้มาถึงฟ้าเหนือฟ้าที่อยู่อีกด้าน “ทุกคนตั้งใจกันมากทีเดียว”
พวกเสินหรงรีบกล่าวมิกล้ารับ ซูอวิ๋นมองเยี่ยนจ้าวเกอ “ในเมื่อนายน้อยมาที่นี่ เช่นนั้นหมายความว่าจักรพรรดิเจิดจรัส…”
“มิผิด” เยี่ยนจ้าวเกอถอนใจเบาๆ แบมือของตัวเอง
กลางฝ่ามือของเขาก็ปรากฏแสงสีเขียวอมขาวด้วยเช่นกัน สะท้อนแสงกับต้นผมขาวที่สูงใหญ่ตรงหน้า
จากนั้นก็เห็นต้นไม้ยักษ์สูงเทียมฟ้าที่เรืองแสงสีเขียวอมขาวต้นหนึ่ง ลอยออกจากกลางฝ่ามือของเยี่ยนจ้าวเกอ ขยายใหญ่ตามลมด้วยความเร็วสูง