ตอนที่ 1430
บทที่ 1435 คำตอบที่ช้าไปพันปี
October 22, 2026
ขณะมองเฉินเสวียนจงที่ค่อยๆ กลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง ฉู่หลีหลีทั้งลนลานทั้งหวาดกลัว กลับไม่ทราบว่าสมควรทำอย่างไร ชั่วขณะนั้นความโศกเศร้าทะลักจากทรวงอก ก้นบึ้งจิตใจคือความเย็นเยียบและความสิ้นหวัง
ประโยคว่า ‘มาถึงแล้ว’ ของเยี่ยนจ้าวเกอทำนางสะดุ้ง กลับสร้างแสงไฟแห่งความหวังสายหนึ่งขึ้นในจิตใจนาง
ฉู่หลีหลีหันไปมองเยี่ยนจ้าวเกอด้วยความกระตือรือร้น
เยี่ยนจ้าวเกอกำลังส่งกระแสเสียงแก่เฟิงอวิ๋นเซิงกับเยี่ยนตี๋ที่อยู่ด้านนอก “ปกป้องนางเข้ามา!”
ด้านนอกพิธีผสมฟ้าขับไล่มาร พอสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของมารน้ำแข็งอ่อนลงแล้วหายไป การต่อสู้ของทุกคนก็เริ่มลดความรุนแรงลง
เผ่าปีศาจบรรลุเป้าหมาย ย่อมไม่ต้องเสี่ยงชีวิตโจมตีอีก
เทพมารระดับมหาชาลตนนั้นผิดหวังครั้งใหญ่ ทว่าด้านหน้ามีแต่ศัตรูร้ายกาจ ได้แต่ยอมรับความจริงตรงหน้า
ในตอนนั้นเอง แสงไฟสายหนึ่งเข้าใกล้จากที่ไกล
การเคลื่อนไหวของหนอนเก้าเศียรและการระเบิดของพันเกล็ดโดดข้ามประตูมังกรก่อนหน้า ได้บดขยี้และทำลายเขตมารที่ครอบคลุมปิดผนึกสถานที่แห่งนี้ทิ้ง ดังนั้นแสงไฟจึงข้ามผ่านมิติเข้ามาในอาณาบริเวณนี้ได้
มารและปีศาจรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง หมายจะสกัดแสงไฟสายนั้นไว้
ทว่าเฟิงอวิ๋นเซิงชิงขวางดาบอุดเส้นทางของเทพมารและมหาเทวะเก้าเศียรตนนั้นก่อนหนึ่งก้าว การเสียเวลาเพียงเล็กน้อยทำให้แสงไฟพุ่งจากกลางอากาศมาถึง
“…เป็นครึ่งมังกรพวกเดียวกับสั่วหมิงจางนั่น?” ราชามังกรหวนเฉินคิ้วสั่นไหว “ยังพาใครมาด้วย”
เขาคิดไปด้านหน้า แต่ว่าสิ่งที่รอรับเขาอยู่เป็นดาบของเยี่ยนตี๋ พลันกดดันให้เขาถอย
ไม่ว่าเป็นเผ่าปีศาจหรือมารร้าย ต่างไม่ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างกะทันหันนี้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่
ผู้มาเป็นทวนพระอังคาร
ในฐานะอาวุธเซียนระดับไร้ช่องโหว่ชิ้นหนึ่ง เทียบได้กับยอดฝีมือระดับเซียนจริงแท้ของเผ่ามนุษย์ พลังแม้ไม่อ่อนด้อย แต่คล้ายไม่อาจสร้างผลกระทบใหญ่ต่อสถานการณ์ตรงหน้าได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เซียนจริงแท้ทุกคนเป็นอย่างเยี่ยนจ้าวเกอ
ทว่าเป็นเพราะสาเหตุนี้ การปรากฏตัวขึ้นที่นี่ของทวนพระอังคารจึงผิดปกติเป็นพิเศษ
เพื่อป้องกันไม่ให้จอมยุทธ์สำนักเต๋าใช้แผนการอื่นต่อ มารและปีศาจไม่ลังเล เตรียมห้ามการเข้ามาของทวนพระอังคาร ต่อให้พวกเขาก็ไม่ทราบเช่นกันว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรก็ตาม
ต้องการหยุดไม่ให้ทวนพระอังคารเข้าใกล้ที่แท้ไม่ยาก
อนุเทวะเผ่าปีศาจตนหนึ่งส่งเสียงมหามรรคาออกไป กำลังจะหยุดทวนพระอังคารไว้ห่างๆ
ทว่าพวกเฟิงอวิ๋นเซิงกับเกาชิงเสวียนเร็วกว่าก้าวหนึ่ง พากันส่งเสียงลดเสียงมหามรรคาของอีกฝ่าย ผนึกกำลังกันส่งทวนพระอังคารเข้ามา
การกระทำนี้ยิ่งตอกย้ำมารและปีศาจมากขึ้นว่า ผู้มามีปัญหาจริงๆ
สถานการณ์ที่เดิมทีค่อยๆ มีสัญญาณว่าจะลดความรุนแรงลงเพราะเฉินเสวียนจงกับมารน้ำกุ่ยดับสูญพร้อมกัน วินาทีนี้พลันตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง
การต่อสู้ของสองฝ่ายรุนแรงขึ้นอีกหนหนึ่ง
แสงไฟที่เป็นตัวทวนพระอังคารบินผ่าน มาถึงบริเวณที่พิธีผสมฟ้าขับไล่มารอยู่
เปลวเพลิงสั่นไหว เงาคนสายหนึ่งปรากฏกายจากภายใน ผละจากทะเลเพลิงแล้วเข้าไปในดวงแสงที่พิธีกรรมสร้างขึ้นทันที
ฉู่หลีหลีเพ่งตามองไป หลังมองเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายชัดถนัดตา จิตใจก็เต็มไปด้วยรสชาติต่างๆ ชั่วขณะ
“ศิษย์พี่…”
สตรีอาภรณ์ขาวที่เข้ามาในพิธีผสมฟ้าขับไล่มารเป็นศิษย์คนโตของเฉินเสวียนจง ศิษย์พี่ของฉู่หลีหลี จักรพรรดินีเจี่ยหมิงคง!
กับนาง ฉู่หลีหลีก็ไม่ได้เจอมาแล้วพันปี
ในอดีตเคยคิดมานับครั้งไม่ถ้วนว่าจะพบเจอกับเจี่ยหมิงคงอีกครั้งในสถานการณ์อย่างไร กลับคิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะเป็นสภาพการณ์เช่นตอนนี้
“หลายปีมานี้ผู้อาวุโสเจี่ยก็ตามหาผู้อาวุโสฉู่ท่านมาโดยตลอด” เยี่ยนจ้าวเกออธิบาย “ท่านตกไปอยู่ในมือของนพยมโลก ข้ากังวลมาตลอดว่าผู้อาวุโสเจี่ยจะเดินตามรอยท่าน อาจกลายเป็นตัวประกันที่นพยมโลกใช้ควบคุมกษัตริย์ดาราและพวกข้า”
ผู้ใดหาทราบไม่ว่าตัวประกันมีจริงๆ แต่ไม่ใช่เจี่ยหมิงคง กลับเป็นกษัตริย์เถาแห่งมรกตท่องฟ้า
ต่อให้ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร ลางสังหรณ์ที่ต้องช่วยตัวประกันของเยี่ยนจ้าวเกอยังคงมีอยู่
ทว่าในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามขึ้นในจิตใจว่า ถ้าหากเจี่ยหมิงคงไม่ตกไปอยู่ในมือของมารร้ายนพยมโลก แล้วตอนนี้นางจะไปอยู่ที่ไหนได้
ความกว้างใหญ่ของมิติไร้สิ้นสุดนอกเขตแดนยากจะกะประมาณ หากไม่มีเบาะแสแต่ต้องการหาคน การงมเข็มในมหาสมุทรยังใช้บรรยายความยากในนี้ไม่ได้มากพอ
แต่ว่าก่อนหน้านี้เจี่ยหมิงคงทดลองตามหาฉู่หลีหลีมาโดยตลอด
เฉินเสวียนจงกับเกาหานสัมผัสได้ถึงร่องรอยที่นางเคยผ่าน