ตอนที่ 1555
บทที่ 1562 ดาบมารออกฝัก
October 22, 2026
คมดาบที่ดำราวน้ำหมึก
ฝ่ามือที่ขาวราวหยก
ยื่นออกมาจากความว่างเปล่าตามลำดับ จากนั้นก็ปรากฏเงาร่างของสตรีอาภรณ์ขาว
ก่อนหน้านี้ไร้สุ้มไร้เสียง ในขณะนี้ประกายดาบสว่างขึ้น เมฆลมบังเกิด!
ประกายดาบที่เหมือนไร้รูปร่าง ทำลายลมสมาธิ ในที่สุดปรากฏร่องรอยแท้จริง จิตจริงแท้จากความเด็ดขาดอันดุร้าย และการทำลายล้างอันเกรี้ยวกราดซึ่งซ่อนแฝง ระเบิดออกมาหมดสิ้น ราวกับวันสิ้นโลกมาถึง
เฟิงอวิ๋นเซิงตาเป็นประกายสีดำ บนศีรษะมีสองบุปผาบนกระหม่อม สร้างเหวลึกโกลาหลอันน่ากลัวขึ้นมาประสานกับตัวนาง
กระบวนท่าเหวลึกโกลาหลสูญที่เกรี้ยวกราดสุดขีด ฟันทวนวงเดือนของอินเจียวจนหักสะบั้น!
ประกายดาบไม่ลดลง ฟันใส่ตัวอินเจียว
‘นางยังเป็นสุญญตา แก่นเซียนทำร้ายบุปผาเซียนมหาชาลของเราไม่ได้…ไม่ถูกต้อง!’ อินเจียวเดิมทียังคำนวณว่าถ้าหลบไม่ทัน จะใช้ร่างเซียนสวรรค์สุญญตาต้านทานดาบเฟิงอวิ๋นเซิง
โถงเซียนทราบผ่านพวกยุทธวิชัยพุทธะที่เคยสู้กับเฟิงอวิ๋นเซิงว่า อำนาจมารสวรรค์ปัจฉิมธรรมที่เฟิงอวิ๋นเซิงได้มามีจำกัด ถึงแม้จะเหี้ยมหาญล้ำเลิศ แต่ไม่เหมือนคนที่ฝึกฝนคัมภีร์โกลาหลสูญ ที่ใช้ร่างเซียนกำเนิดสังหารเซียนสวรรค์
ดังนั้นพอเห็นบนศีรษะของเฟิงอวิ๋นเซิงมัแค่สองบุปผาบนกระหร่อม อินเจียวขณะแตกตื่นกลับไม่ลนลาน
ทว่าพอสัมผัสประกายดาบอย่างละเอียด สีหน้าของอินเจียวก็เปลี่ยนแปลงไป รีบร้อนสั่นกระดิ่งสั่นวิญญาณ
ภายใต้การส่องแสงจากประดายดาบความมืด เสียงกระดิ่งไร้รูปร่างเหมือนกับผนึกตัวเป็นสสาร
เสียงกระดิ่งเกี่ยววิญญาณถูกประกายดาบสาดต้องใส่ พลันสลายไปดุจควันเมฆ
ประกายดาบที่น่ากลัวนั้นยังคงฟันลง
ต่อให้อินเจียวระวังตัว หลบหลีกได้อย่างฉับพลัน แต่ว่ามือที่ถือกระดิ่งสั่นวิญญาณของเขา ยังถูกเฟิงอวิ๋นเซิงฟันขาดในดาบเดียว!
ศีรษะสามข้างและแขนหกข้างของเขา ยังถูกดาบฟันศีรษะหนึ่งข้างและแขนสองข้างขาดไป
อินเจียวครางหนักๆ คำหนึ่้ง โซเซถอยหลัง
พวกปีศาจลมเหลือง อินทรเกตุธวัชราชาพุทธะ เซียนหัวมังกรล้วนแตกตื่น
ในเหวลึกโกลาหลที่ชั่วร้ายผืนหนึ่งกลางความว่างเปล่าอันมืดมิด ร่างของเฟิงอวิ๋นเซิงลอยๆ จมๆ บัดเดี๋ยวหายบัดเดี๋ยวปรากฏ ราวกับร่างแปลงและผู้ปกครองของจุดจบแห่งธรรมชาติ
ยากจะบรรยาย ยากจะพรรณนาเหมือนกับความโกลาหล ขณะเดียวกันก็ทำให้คนอดเกิดความรู้สึกสิ้นหวังจนชาด้านไม่ได้
ศีรษะและแขนของอินเจียวที่ถูกฟันหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนกับว่าไม่เคยปรกฏและดำรงอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน
พอมองปากแผลบนร่างของอินเจียว เหมือนกับคงอยู่ตลอดกาล มิอาจรักษาได้อีก
‘นางรอบรับอำนาจของมารสวรรค์ปัจฉิมธรรม เดิมสมควรไม่สมบูรณ์…’ อินทรเกตุธวัชราชาพุทธะสีหน้าเคร่งขรึม ‘ตัวนางก้าวเท้าไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง เข้าใกล้มารสวรรค์ปัจฉิมธรรมแล้ว!’
ฉวีซูนึกถึงคนผู้หนึ่งที่เขาเคยสัมผัสด้วย
ตอนนั้นเขายังมิใช่เซียนสวรรค์ชั้นมหาชาลอย่างในปัจจุบัน อีกฝ่ายมีระดับพลังฝึกปรือแค่เซียนลี้ลับสงบนิ่ง
เจี่ยนซุ่นหวา ราชันพระราหู หนึ่งในเก้านพเคราะห์คุนหลุนใหม่แห่งโลกซ้อนโลก!
ผู้ที่เชี่ยวชาญการลอบโจมตีและการลอบสังหารมากที่สุดในเก้านพเคราะห์คุนหลุน
สังหารผู้คนอย่างไร้เค้าลาง หนึ่งดาบคร่าชีวิต จากนั้นก็จากไป
ดาบเมื่อครู่ของเฟิงอวิ๋นเซิงแสดงแก่นวรยุทธ์ของเจี่ยนซุ่นหวาออกมาหมดจด
ถึงขั้นที่ต่อให้เจี่ยนซุ่นหวามีพลังฝึกปรือในระดับเดียวกัน ก็ใช่ว่าจะฟันดาบที่ชั่วร้ายขนาดนี้ออกมาได้
แม้แต่ยอดฝีมือชั้นมหาชาลอย่างปีศาจลมเหลือง เป็นเพราะว่าจิตสังหารมิได้เล็งที่ตัวเอง ต้องรอวินาทีที่
เฟิงอวิ๋นเซิงออกดาบจริงๆ จึงค่อยสัมผัสได้ว่านางเข้ามาใกล้อย่าไร้สุ้มไร้เสียงแล้ว
เยี่ยนจ้าวเกอมองเฟิงอวิ๋นเซิง รู้สึกสะท้อนใจ ‘อวิ๋นเซิง นี่จึงเป็นบุคลิกที่แท้จริงของเจ้า…’
การฝึกฝนดาบสิ้นธรรมแห่งหุบเหวโกลาหลสูญสำเร็จ ทำให้เฟิงอวิ๋นเซิงมีคามก้าวหน้าด้านพลังเพิ่มขึ้นมาก แต่เพื่อกดข่มไม่ให้สำนึกมารกัดกินจิตใจ ในเวลาส่วนใหญ่แล้วนางจะงำประกายของตัวเองเอาไว้