ตอนที่ 1633
บทที่ 1642 ประโยชน์ของตัวล่อ
October 22, 2026
มู่จาได้ยินคำสนทนาของเยี่ยนจ้าวเกอกับไท่อี้จินหยิน ไหนเลยยังไม่เข้าใจแผนการของพวกเขา?
ติดต่อกับจอมยุทธ์สำนักเต๋าที่ก่อนหน้านี้ร่วมทางกับอิงหลงถูผู้นั้น ใช้เขาเป็นตัวล่อ ตกพวกหลี่จิ้งให้ติดบิด
ได้ยินความหมายในวาจาของพวกเยี่ยนจ้าวเกอก็รู้ได้ว่า ระดับพลังฝึกปรือของจอมยุทธ์สำนักเต๋าผู้นั้น สมควรใกล้เคียงกับอิงหลงถู
ต่อให้ผลักเปิดประตูเซียนแล้ว แต่อย่างมากสุดคงไม่เกินระดับเซียนลี้ลับสงบนิ่ง เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นเซียนจริงแท้ไร้ช่องโหว่วเช่นกัน
พวกหลี่จิ้งมาถึงค้นหาพวกมู่จาไม่พอ ใจย่อมระวังผู้ยิ่งใหญ่ระดับสุดยอดของสำนักเต๋า
กระนั้นเพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเขาจะต้องขยายการตรวจสอบแน่
สำหรับพวกหลี่จิ้งแล้ว การคุกคามของเซียนจริงแท้คนหนึ่งหรือเซียนลี้ลับคนหนึ่งจะต้องต่ำมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คนทุกคนเหมือนเยี่ยนจ้าวเกอเสียหมด
ก่อนจะจับคน พวกเขาอาจยังยืนยันไม่ได้ว่าจอมยุทธ์สำนักเต๋านั้นทราบเรื่องหรือไม่ แต่ในเมื่อโผล่มาบริเวณใกล้เคียง ก็เป็นแหล่งข่าวที่มีความเป็นไปได้ มีโอกาสตามเถาคลำแตง[1]
ต่อให้จะเป็นการแสวงโชค ฆ่าผิดยังดีกว่าปล่อยตัว พวกหลี่จิ้งไม่สนใจ
นี่มอบโอกาสให้แก่เยี่ยนจ้าวเกอกับไท่อี้จินหยิน
มู่จาถอนใจคำหนึ่ง ใบหน้าฉายแววหมดหนทาง
เขาเป็นตัวล่อจริงๆ
ไม่ใช่บอกว่าตัวเขาไม่ยอมแพ้ไม่ยอมร่วมมือก็ไม่เป็นไร
ขอแค่เขาสูญเสียการติดต่อ ก็เกิดผลของตัวล่อแล้ว
ตอนนี้นักบวชฮุ่ยอั้นที่หมดปัญญาได้แต่ฝากความหวังให้ฝ่ายตนระมัดระวังตัว ค่อยเป็นค่อยไป ละเอียดรอบคอบ มองแผนการของเยี่ยนจ้าวเกอกับไท่อี้จินหยินให้ออก อย่าได้เหยียบหลุมพรางนี้จริงๆ
มู่จามองฝาอัคคีเทพเก้ามังกรที่ด้านในเต็มไปด้วยเพลิงผลาญสีขาวน้ำนมแวบหนึ่ง จิตใจหม่นหมอง
เยี่ยนจ้าวเกอพยักหน้าให้วานรปีศาจที่พ่าน่พานแปลงขึ้น ร่างวานรปาษจหดเล็กลงส่วนหนึ่ง ยังคงถือเหล็กเทพท่อนนั้นสะกดบนฝาอัคคีเทพเก้ามังกร วานรปีศาจยืนอยู่บนฝาอัคคีเทพเก้ามังกร ยืนอยู่ด้านข้างไท่อี้จินหยินอยู่แล้ว
ไท่อี้จินหยินใช้มือถึงประสานเคล็ดวิชา ชี้นิ้วใส่อากาศ
จวนมหาเอกาที่ทุกคนอยู่เกิดการเปลี่ยนแปลง ปราณรกร้างหลายสายไหลเวียน ต่างรวมกันที่ตัวไท่อี้จินหยินและฝาอัคคีเทพเก้ามังกร
ไท่อี้จินหยินผนึกนาจา เดิมอาศัยพลังของจวนมหาเอกา
ตอนนี้ตราอาคมลวดลายสลักหลายสายโผล่ขึ้นพร้อมกัน เกิดเป็นลักษณะของโซ่หลายเส้น พันอยู่บนฝาอัคคีเทพเก้ามังกร
พร้อมกับการเคลื่อนไหวของไท่อี้จินหยิน โซ่ที่เกิดจากปราณอันรกร้างหลายเส้นก็หักออกตามลำดับ
ฝาอัคคีเทพเก้ามังกรมองไปเหมือนมีเค้าลางไม่มั่นคงอีกครั้ง
ทว่าไท่อี้จินหยินกับวานรมีการเตรียมตัวอยู่ก่อน ภายใต้การร่วมมือกัน อาศัยเหล็กเทพสะกดฝาโปร่งแสงอีกรอบหนึ่ง
“ขึ้น!” ไท่อี้จิจนหยินร้องเสียงเบา ฝาอัคคีเทพเก้ามังกรลอยขึ้น บินไปยังจวนมหาเอกาด้วยการชักนำจากเขา
เยี่ยนจ้าวเกอพ่นลมหายใจเบาๆ ปรากฏแสงสายฟ้าที่โปร่งแสงเบาบางหลายสายรอบๆ ร่างของเขา เหมือนกับฟองเงา
ทว่า ‘ฟองอากาศ’ แสงสายฟ้าฟองหนึ่งดูเหมือนเปราะบางไม่มีพลัง ความจริงแต่ละฟองต่างหนักอึ้งจนไม่อาจหนักไปกว่านี้ ราวกับว่ามิติเวลาหลายชั้นซ้อนทับด้วยกัน
แสงสายฟ้าขยายออกไปด้านนอก ค่อยๆ ประกอบเป็นโลกอันเป็นเอกเทศน์ใบหนึ่ง บรรจุเยี่ยนจ้าวเกอ ไท่อี้จินหยิน มู่จา และฝาอัคคีเทพเก้ามังกรไว้ด้านใน
“พวกเราไปเถอะ จวนมหาเอกาแห่งนี้อีกเดี๋ยวค่อยว่ากัน สนใจเรื่องตรงหน้าเสียก่อน” ไท่อี้จินหยินเอ่ย
เยี่ยนจ้าวเกอทางหนึ่งมองมู่จา ทางหนึ่งทำท่ามือ ‘เชิญ’ “บูรพาจารย์ไท่อี้เผชิญตามข้ามา”
“เจ้าถึงแม้เป็นผู้สืบทอดหยกพิสุทธิ์ กลับไม่ต้องเรียกบูรพาจารย์ ข้ารับไปรู้สึกละอาย” ไท่อี้จินหยินเหลียวมองโลกที่เยี่ยนจ้าวเกอใช้สายฟ้าอนัตตาสร้างขึ้นมา เห็นเล็กน้อยทราบถึงความสามารถ สัมผัสความลี้ลับอัศจรรย์ที่แฝงอยู่ด้านใน เทียบกับอายุของเยี่ยนจ้าวเกอ ถอนใจชมเชย “มีผู้มีความสามารถเช่นเจ้า มิน่าสำนักเต๋าเราจึงรุ่งเรืองอีกครั้ง”