ตอนที่ 1672
บทที่ 1683 มารจิตฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
October 22, 2026
เสาสิบสองต้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นชัดเจน วินาทีนี้เหมือนกับมีใบหน้าคนลอยขึ้นในหมอกเลือด
ใบหน้าทั้งหลายมีทั้งชายทั้งหญิง มีทั้งแก่ทั้งเด็ก ส่วนใหญ่ทำให้เยี่ยนจ้าวเกอรู้สึกแปลกหน้า
ทว่าสำหรับเยี่ยนจ้าวเกอที่ตั้งใจศึกษาวิถีมารนพยมโลก สาเหตุที่แปลกหน้าเป็นเพราะไม่เคยเจอและไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนเหล่านี้จริงๆ
แต่ว่าใบหน้าคนส่วนหนึ่งด้านใน เขาเคยเห็นร่องรอยภาพเงา
คนเหล่านี้ล้วนเป็นเปลือกร่างของเทพมารสวรรค์แต่ละตนตั้งแต่ยุคบรรพกาลซึ่งเป็นช่วงเริ่มของฟ้าดิน ผ่านการเวลาอันยาวนานจนถึงวันนี้
ถึงภายหลัง ปรากฏคนคุ้นเคยของเยี่ยนจ้าวเกอ
โอวสือหยางที่เคยประกระบี่กับปู่ของเขาหลายรอบ ฉู่หวนบิดาของฉู่หลีหลี จนกระทั่งตัวฉู่หลีหลีและเฉินเสวียนจง ยังมีอิ๋งอวี่เจินมารดาของสือจวิน
ท้ายสุด ภาพคนที่ปรากฏตรงหน้าเยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิง เป็นเนี่ยจิงเสิน
แต่ว่าแตกต่างกับเงาคนของคนอื่น ภาพเงาของเนี่ยจิงเสินค่อยๆ ผนึกกลายเป็นความจริง ตั้งอยู่ระหว่างเสาสิบสองต้นนั้น
ด้านข้างเขายังมีเงาดำที่มืดสลัวยิ่งกว่าสายหนึ่งยืนเคียงไหล่
‘เป็นอย่างที่คาด มารไม้อิกกับ…มารทองแก’ เยี่ยนจ้าวเกอกับเฟิงอวิ๋นเซิงไม่ประหลาดใจ
มารสวรรค์ปัจฉิมธรรมไม่ได้จุติอย่างแท้จริง ยื้อยันช่วงชิงอำนาจกับเฟิงอวิ๋นเซิงไปมา ย่อมจำเป็นต้องมีจอมมารตนอื่นๆ จัดการแทนที่
มารสวรรค์ไร้พันธนาที่เป็นเจ้ามรรคากริ่งเกรงเจ้ามรรคาคนอื่นๆ กับค่ายกลลงทัณฑ์เซียน ไม่เหมาะจะออกโรงด้วยตัวเอง เช่นนั้นผู้ที่ดำเนินพิธีวัดกำลังกับเฟิงอวิ๋นเซิง จะต้องเป็นคนในหกสุดยอดมารแน่
มารเงาในนี้มีสถานการณ์พิเศษ เพียงคอยช่วยจากด้านข้าง หลักๆ ย่อมเป็นเนี่ยจิงเสิน
ในตอนนี้เฟิงอวิ๋นเซิงถึงขั้นเกิดความรู้สึกยืนประจัญหน้ากับเนี่ยจิงเสิน สองคนสบตากันโดยตรง
ในทะเลลึกนกพยมโลก ประกายกระบี่สีทองหม่นทั่วร่างเนี่ยจิงเสินพุ่งขึ้นฟ้า เปลี่ยนจากราบเรียบไร้ความประหลาดเป็นเผยความแหลมคมทั้งหมดในพริบตา
ประกายกระบี่ทรงพลังผนึกรวา วินาทีนี้หดตัวไร้ขอเบขต สูยเสียความรู้สึกแหลมคม แต่ว่าหนักอึ้งสุดขีด
มองจากมุมหนึ่ง มีความน่าอัศจรรย์เหมือนหุบเหวของเฟิงอวิ๋นเซิง เป็นคู่ต่อสู้
ยังมีมารเงาคอยช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง ขณะร่วมมือกัน เฟิงอวิ๋นเซิงมีความรู้สึกหัวเดียวกระเทียมลีบ
โชคดี ตอนนี้เยี่ยนจ้าวเกเผชิญภัยคุกคามนี้พร้อมกับนาง
แต่ว่าขณะที่เยี่ยนจ้าวเกอมีการเคลื่อนไหว มารจิตแรกเริ่มที่อยู่ตรงข้ามก็มีการเคลื่อนไหวแล้ว
สาเหตุที่เนี่ยจิงเสินกับมารเงาควบคุมพิธียื้อยันกับเฟิงอวิ๋นเซิง มิใช่มันที่เป็นหัวหน้าแห่งหกสุดยอดมาร เหตุผลอยู่ตรงนี้เอง
“พวกท่านสามีภรรยาที่แล้วมาล้วนเป็นคนตรงไปตรงมา ในเมื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุยกันดีแล้ว ตอนนี้ไฉนจึงไม่พอใจอย่างนี้อีก” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่พูด ระหว่างสองตาของมันปรากฏแสงสว่างห้าสี
แทบจะเป็นในพริบตา เยี่ยนจ้าวเกอ เฟิงอวิ๋นเซิงและ สั่วหมิงจาง ต่างเกิดความรู้สึกหงุดหงิดในใจ จิตใจของตัวเองเปลี่ยนเป็นไม่มั่นคง
“ท่านกล่าวล้อเล่นแล้ว การแลกเปลี่ยนย่อมคุยกันดีแล้ว แต่ว่าแลกเยอะกับแลกน้อยกลับเป็นคนละเรื่อง พวกท่านคิดบังคับขายบังคับซื้อ ออกจะโลภเกินไป” เยี่ยนจ้าวเกอเอ่ยอย่างราบเรียบ
สั่วหมิงจางที่อยู่ด้านข้างแค่นเสียง ไม่พูดมากความ ต่อยหมัดใส่มารจิตแรกเริ่ม
ทิศทางที่หมัดเขามุ่งไป เหมือนกับชักนำให้ธารดาวทั้งสายเคลื่อนตัวพร้อมกัน พุ่งใส่มารจิตแรกเริ่มอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยสภาวะพาดขวางจักรวาล ทะลุทะลวงเอกภพ
มารจิตแรกเริ่มยิ้มน้อยๆ ยืนอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนไหว ทั้งไม่หลบและไม่ป้องกัน
แต่ว่าร่างของมัน วินาทีนี้กลับเหมือนเปลี่ยนเป็นลวงตา ดำรงอยู่พร้อมกับทุกสิ่งในโลก ต่างออกห่างมา ไม่สัมผัสกันและกัน
พลังอันยิ่งใหญ่ทำลายฟ้าดินของสั่วหมิงจาง สูญเสียเป้าหมาย ทะลุเงาร่างอันลวงตาของมารจิตแรกเริ่ม
“หือ?” สั่วหมิงจางหมัดโดนความว่างเปล่า รีบร้อนเก็บพลัง ฝ่ามือเหมือนกับแทงเข้าไปในอกของมารจิตแรกเริ่ม หยุดนิ่งที่นั่น