ตอนที่ 447
บทที่ 450 คำพูดดั่งประกาศิต
October 22, 2026
สำหรับคนธรรมดาและชาวบ้านทั่วไปในโลกลอยน้ำ อาจจะไม่รู้สึกอันใด
แต่ว่าสำหรับจอมยุทธ์ในโลกลอยน้ำ ต่างรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้
ผู้ที่อยู่สุงสุดมิใช่สามปีศาจสี่สำนักอีกต่อไปแล้ว
สำนักเพลิงโหม สำนักอัสนีคำรน และสำนักเมฆาโลหิตถูกทำลาย นอกจากเจ้าสำนักอัสนีคำรนแล้ว เจ้าสำนักเมฆาโลหิต และเจ้าสำนักเพลิงโหมต่างถูกสังหาร ปัจจัยพื้นฐานของสองสำนักถูกทำลาย
ปีศาจปักษา เซ่าเฟิงถิง หนึ่งในสามปีศาจเสียชีวิตที่แดนตะวันตก
ไม่ทันไร ปีศาจอัสนีที่ได้รับการขนามนามเคียงคู่เซ่าเฟิงถิง ก็เสียชีวิตด้วยน้ำมือของคนคนเดียวกัน
สี่สำนักเหลือลมหายใจรวยริน ส่วนสามปีศาจกลายเป็นประวัติศาสตร์โดยสมบูรณ์
คนที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดนี้ เป็นคนหนุ่มที่โดดเด่นเหนือใคร ไม่มีใครเทียบติด ‘เยี่ยนจ้าวเกอ’
ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวคราวของเยี่ยนจ้าวเกอในโลกลอยน้ำเลย
แต่ต่อจากนั้น ชายหนุ่มก็สะเทือนเลือนลั่นในโลกลอยน้ำประดุจอัสนีบาต
ไม่มีใครทราบถึงประวัติของเขา เพียงรู้ว่า หากตอนนี้คิดจะหาคนที่ใช้การได้มากที่สุด และมีคำพูดดุจประกาศิษย์บนโลกลอยน้ำ เช่นนั้นไม่มีใครนอกจากเขา
เยี่ยนจ้าวเกอบอกว่าต้องการแกนศิลาวิญญาณชั้นยอด ทั่วทั้งใต้หล้าล้วนรวบรวมให้เขา
แกนศิลาวิญญาณชั้นยอดในตอนนี้ถูกเก็บรวบรวมและถูกส่งไปที่ภูเขาหิมะสะพานหยก แร่ถูกขุดอย่างบ้าคลั่ง หินถูกหลอมอย่างเร่งรีบ
ปีศาจราชสีห์ คนสุดท้ายในสามปีศาจ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในปัจจุบันแห่งจอมยุทธ์ครึ่งปีศาจ หลังจากทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่ชั่วคราว ก็สั่งให้จอมยุทธ์ครึ่งปีศาจที่อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง รวบรวมแกนศิลาวิญญาณชั้นยอด ส่งมอบให้เยี่ยนจ้าวเกอด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มถามพญาปักษาชิงเหนี่ยว สัตว์ปีศาจระดับสูงสุดบนโลกลอยน้ำว่า อยากจะกรองสายเลือดเพื่อกลายเป็นร่างของหงส์วิเศษเช่นบรรพบุรุษอีกครั้งหรือไม่ พญาปักษาชิงเหนี่ยวเงียบงันอยู่พักหนึ่ง ก็ผละจากสำนักเมฆาโลหิต มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตก
ไม่มีใครสงสัยว่าเยี่ยนจ้าวเกอมีความสามารถทำได้หรือไม่ คล้ายกับขอแค่เขาเอ่ยปาก ก็ทำให้ทุกคนเชื่อก่อนแล้ว
เยี่ยนจ้าวเกอบอกว่าต้องการพบเหออิ่ง ลูกศิษย์หญิงของสำนักเมฆาโลหิต
หลังจากพญาปักษาจากไป ต่อให้สำนักเมฆาโลหิตไม่ยินยอม เมื่อเชิญหน้ากับเจ้าสำนักเขามังกรเขียวและเจ้าสำนักอัสนีคำรนที่มาด้วยตัวเอง ก็ได้แค่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
หากยังดันทุรังต่อ สุดท้ายได้แต่ถูกทำลายสำนัก
หลายคนรู้สึกไม่ชิน แต่ก็ต้องยอมรับ โลกลอยน้ำที่ตนอาศัยอยู่มาหลายปีเกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน
ในขณะที่คลื่นลมมรสุมก่อตัวขึ้นด้านนอก ที่ภูเขาหิมะสะพานหยก ในศาลพบรรบุรุษของสำนักกระเรียนหิมะ เยี่ยนจ้าวเกอนั่งขัดสมาธิอยู่ในมิติต่างพบขนาดเล็ก
ใจกลางภูเขาขนาดยักษ์ตรงหน้า มีกระจกทรงกลมครึ่งใบติดอยู่ในร่องที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่ง บัดนี้ในตำแหน่งที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนั้น มีกระแสน้ำไหลเข้าไปสะสมอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะเต็มแล้ว
แสงของน้ำนั้นคล้ายกับกระจก รวมตัวกับกรระจกทรงกลมครึ่งบาน ปรากฏภาพภาพหนึ่งขึ้นมา
ภาพเลือนราง ก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
เยี่ยนจ้าวเกอหลับตานั่งตัวตรง กำหนดลมหายใจอย่างเชื่องช้า ในอากาศรอบๆ ตัว ลอยไว้ด้วยหยกสีขาวบริสุทธ์มากมาย
หยกขาวเหล่านี้มีแสงจางสว่างวาบ แล้วค่อยๆ กลายเป็นละอองแสงชั้นหนึ่ง ครอบคลุมเยี่ยนจ้าเกอเอาไว้
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองละอองแสงเบื้องหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย
ในความเลือนราง ลายแสงหลายสายสว่างขึ้นอีกครั้ง เกาะเกี่ยวกันกลายเป็นภาพประหลาดมากมาย ดูเหมือนพิลึกกึกกือ แต่กลับคล้ายกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน
‘เลิศล้ำจริงๆ แกนศิลาวิญญาณชั้นยอดบรรจุกฎเกณฑ์ของฟ้าดินไว้มากมาย’ เยี่ยนจ้าวเกอยิ้มเล็กน้อย ในม่านตาทั้งสองข้างคล้ายมีแสงหลายสายสว่างวาบขึ้นสะท้อนกับภาพตรงหน้า
แสงวิญญาณอันเจิดจ้าปรากฏเหนือศีรษะของเยี่ยนจ้าวเกอ ก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นปรากฏการณ์ของจริง
ในความโกลาหลก่อเกิดเมล็ดกฎเกณฑ์อันลี้ลับออกมา เมล็ดยืดรากและแตกหน่อ เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้นกล้าต้นนั้นค่อยๆ งอกใบอ่อนออกมา