ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ไล่พวกนางออกไป
September 30, 2026
ร่างสูงใหญ่มีเพียงผ้าผืนหนึ่งพันท่อนล่างเดินออกมาจากหลังม่านไม้ไผ่ ก้าวยาวๆ ไม่กี่ก้าวก็มาถึงโต๊ะของซิ่นเจี่ยง หยิบขวดสุราเทใส่ลำคออย่างกระหาย ท่อนบนที่เปลือยเปล่าเห็นรูปมังกรเพลิงชัดเจน ซึ่งเวลานี้กลายเป็นสีแดงดุจย้อมโลหิต ทั้งสามเห็นจนเคยชินแล้ว เมื่ออยู่กันเช่นนี้ ก็ไม่ได้ถือธรรมเนียมเคร่งครัดอะไร เจิ้งหู่ เจิ้งไฉ ยังไม่หยุดมือกับการกินขนมหวาน ซิ่นเจี่ยงยังไม่ละสายตาจากหมากดำบนกระดาน
“ไล่พวกนางออกไป”
“ขอรับ” เจิ้งหู่ เจิ้งไฉตอบพร้อมกัน ลุกขึ้นแล้วเดินไปเชิญนางคณิกาที่นอนเปลือยกายอ่อนระทวยบนเตียงนอน
“นายของพวกท่าน จะเรียกใช้พวกข้าอีกหรือไม่” หญิงนางหนึ่งเอ่ยถามแม้จะยังหอบหายใจแรงอยู่
“เรื่องนั้นข้าไม่อาจรู้ได้” เจิ้งหู่ไหวไหล่ หยิบเสื้อผ้าของพวกนางโยนใส่ไม่เกรงมารยาท
“พวกข้าหวังว่าจะได้รับใช้นายของพวกท่านอีก” นางคณิกาทั้งสามแทบคลานลงจากเตียง หอบเสื้อผ้าปิดบังเรือนร่างที่ทิ้งร่องรอยไว้เป็นจุดจ้ำแล้วเดินออกไปอย่างเชื่องช้า
ซิ่นเจี่ยงหยิบถุงเงินส่งให้บรรดาคณิกาทั้งสามเป็นของรางวัล พวกนางได้รับค่าตัวแล้วก็จริง แต่นี่ถือเป็นสินน้ำใจเล็กน้อย
“ผู้หญิงนี่ก็แปลกประหลาดนัก ตอนเรียกมาไม่มีใครอยากเข้ามา ต้องประกาศเพิ่มเงินสามเท่าถึงมีคนใจกล้ามาปรนนิบัติองค์ชาย แต่พอเสร็จกิจแล้วกลับเรียกร้องอีก” เจิ้งไฉยักไหล่แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะขนม หยิบขนมเปี๊ยะส่งเข้าปากอีกคำ
“องค์ชายมาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้ว เหตุใดไม่เข้าวังเสียที” ซิ่นเจี่ยงเอ่ยถามบุรุษที่ยกเหล้าขึ้นดื่มราวกับน้ำเปล่า
“เจ้าอยากเข้าวังหลวง ก็เข้าไปแทนข้าดีกว่าไหม?” องค์ชายเฟยเทียนหัวเราะในลำคอ
“กระหม่อมก็เพียงแค่ อยากกลับตุนหวงโดยเร็ว หากพระองค์จัดการเรื่องที่นี่เสร็จ พวกเราจะได้กลับบ้านกัน”
‘บ้าน’
องค์ชายเฟยเทียนเพียงแค่ทำเสียงหงุดหงิดในลำคอ เมืองหลวง
ควรเป็นบ้านของเขา แต่เขากลับไม่รู้สึกเลยสักนิด ตุนหวงต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นบ้านที่แท้จริง ทั้งสี่เดินทางอย่างลับๆ มาถึงเมืองหลวงได้นับสัปดาห์แล้ว แต่ยังรั้งรอไม่เข้าวังหลวง ไม่ไปตำหนักของตน อาศัยพักในโรงเตี๊ยมและเสพสุขกับนางคณิกา
ดวงตาคู่คมแฝงรอยเศร้า สนามรบใดไม่น่ากลัวเท่าวังหลวง หากท่านแม่ยังอยู่ เขาจะรับนางไปอยู่ด้วยกันที่ตุนหวง
“เอาเถอะ ถือว่ามาเล่นสนุกก็แล้วกัน วันสองวันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าเข้าวังเสียที”
องค์ชายเฟยเทียนขว้างขวดสุราเปล่าใส่ผนัง ทั้งสามไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเพราะชาชิน ร่างสูงใหญ่ผลุบหายไปในห้องอีกครั้งแล้วสวมเสื้อผ้าของตนเอง พลางครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ฮองไทเฮาเรียกตัวเขากลับมาที่นี่
สถานที่ที่เขาไม่ปรารถนาจะมาเหยียบยืนเลยสักนิดเดียว.
.....
เสียง ซุบซิบจากบรรดานางกำนัลและเหล่าขันทีในเวลานี้ต่างไม่พ้นเรื่ององค์ชายเฟยเทียน เสด็จจากตุนหวงมาเมืองหลวงเพื่อร่วมงานฉลองวันประสูติของฮองไทเฮาแล้ว ฮ่องเต้ยังประทานตำแหน่งชินอ๋องอันเป็นตำแหน่งอ๋องที่สูงสุดให้ด้วย
ว่านหนิงเหมยที่ง่วนกับการต่อกิ่งกุหลาบสีแดงสดอยู่ นางใช้ผ้ามุ้งหรือผ้าโปร่งพันรอบกิ่งกุหลาบที่ทดลองขยายพันธุ์ให้ แม้ดวงตาจ้องมองกับสิ่งเบื้องหน้า แต่หูของนางตั้งใจฟังเสียงพูดคุยของนางกำนัลที่อยู่ไม่ไกลนัก
‘ อยากรู้อะไรถามพวกข้า สิ ’
เป็นเสียงเหล่าพฤกษาในสวนสี่ฤดูพูดคุยกับว่านหนิงเหมย นางเผยอริมฝีปากบ่นขมุบขมิบเพียงคนเดียว แน่ละ ถ้าใครรู้เข้าคงถูกกล่าวหาว่าเป็นมารปีศาจนะซี นางรอนางกำนัลและขันทีไปจากบริเวณนั้น จึงเดินไปล้างมือแล้วพูดออกมา