ตอนที่ 196
บทที่ 196
October 28, 2026
อ๋องฉางอันยกกระบี่เตรียมพร้อม บัดนี้เบื้องหลังของเขาคือกองกำลังสังหารลับของหยางเอ้อหลาง ฝีมือแต่ละคนล้วนเก่งกาจพวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้ อ๋องฉางอันมีอำนาจสั่งการสูงสุดตามคำสั่งของหยางเอ้อหลางแล้ว
เมื่อกลับเข้ามาถึงจวนท่านหมอถูกตามตัวมาอย่างรวดเร็ว ท่านหมอแห่งจวนแม่ทัพหยางนับเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุด ด้วยเคยติดตามท่านแม่ทัพทุกท่านของสกุลหยางเข้าร่วมรบ จึงมีความชำนาญในการรักษาบาดแผลเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งในจวนนี้ยังมีหมอหญิงฝีมือดีที่ฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดูเอาไว้อยู่ผู้หนึ่ง
หยางเอ้อหลางเพิ่งรู้ว่าตนเองบาดเจ็บเช่นกัน ในขณะที่องครักษ์ฝานนั้นใบหน้าซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ เมื่อเห็นสองสตรีมีเลือดอาบท่วมตัวมากเพียงใด
เขาไม่อาจเข้าไปในห้องที่รักษาผู้ป่วยได้จึงได้แต่เดินกระวนกระวายอยู่หน้าห้อง ส่วนท่านแม่ทัพของเขานั้นแม้จะบาดเจ็บก็ยังคงปล่อยให้ตนเองเลือดไหลอยู่เช่นนั้น ใบหน้าของหยางเอ้อหลางเศร้าซึมนั่งจับมือองค์หญิงสิบสาม
ใบหน้าคมเข้มห้าวหาญบัดนี้ไร้เรี่ยวแรงยิ่ง ร่างกายนักรบของเขาที่เคยแข็งแกร่งดังภูผากลับประดุจแก้วที่คล้ายจะแตกลงมาได้ทุกเมื่อ
ฮูหยินผู้เฒ่ากลับมาถึงจวนแล้วเร่งรุดมาดูองค์หญิงสิบสามที่กำลังถูกท่านหมอช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง เห็นหลานชายในสภาพประดุจศพเดินได้เช่นนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดนัก
"องค์หญิงแม้จะถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแผลแต่ไม่นับว่าลึกมาก โชคดีที่นางสวมเกราะอ่อนเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจรั้งชีวิตเอาไว้ได้" ท่านหมอหญิงเอ่ยขึ้นหลังจากตรวจรักษานางเสร็จพร้อมทั้งทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว
"ท่านว่าอย่างไรนะ นางสวมเกราะอ่อนหรือ"
หยางเอ้อหลางถามหมอหญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอหัตถ์เทวดาที่สกุล หยางเลี้ยงดูเอาไว้เพื่อดูแลท่านย่ามาตั้งแต่นางยังเยาว์
"เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพมีดสั้นที่แทงนางหากเป็นมีดธรรมดาคงแทงไม่เข้า แต่เพราะเป็นเหล็กอย่างดีที่ใช้ในสนามรบเท่านั้นจึงสามารถแทงทะลุเกราะอ่อนได้ องค์หญิงนับว่าฉลาดล้ำรู้จักป้องกันอันตราย อีกทั้งยังให้แม่นางชิงชิงสวมด้วยเช่นนี้แล้วแม้ทั้งคู่จะถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญ แต่ก็ยังไม่มีอันตรายถึงชีวิต ตอนนี้แม่นางชิงชิงปลอดภัยแล้วรอเพียงนางฟื้น"
หยางเอ้อหลางและองครักษ์ฝานได้ยินดังนั้น พลันรู้สึกประดุจได้รับแสงตะวันในคืนอันมืดมิดที่ยาวนาน
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก พลันก้มหน้าด้วยรู้สึกว่าตนเองนั้นดีใจจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาแล้ว
เกราะอ่อนนั่นเป็นเขาที่ให้นางเอง อีกทั้งนางยังขอเขาเผื่ออาชิงด้วยไม่คิดว่านางจะให้คนเย็บติดกับอาภรณ์เช่นนั้น
เห็นได้ชัดว่าหลินฮุ่ยหมินต้องมีนิมิตล่วงรู้เป็นแน่ว่าตนเองต้องได้รับอันตรายถึงได้เตรียมการไว้พร้อมเช่นนั้น
"องค์หญิงโชครัายหน่อยที่นางมีแผลที่ขาด้วยซึ่งเป็นแผลที่ค่อนข้างลึก แผลของนางหลายจุดเช่นนี้คืนนี้อาจทรมานด้วยพิษบาดแผลเป็นอันมาก อีกทั้งร่างกายอ่อนแอต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ข้าเกรงว่านางอ่อนแอมากเกินไปเกรงจะรับไม่ไหวแต่หากนางสามารถผ่านสองคืนแรกไปได้ด้วยดีก็นับว่าหมดห่วงแล้ว"
หยางเอ้อหลางคุกเข่าลงแล้ว เขาอ้อนวอนท่านหมอด้วยประดุจคนที่ไร้หนทาง เข่าของบุรุษมีค่ายิ่งกว่าทองคำบัดนี้เขาไม่สนใจเกียรติยศหรือศักดิ์ศรีอันใด หากไร้สิ้นหลินฮุ่ยหมินหยางเอ้อหลางคงมีชีวิตเหมือนว่าตนเองนั้นได้ตายไปแล้วเป็นแน่