ตอนที่ 212
บทที่ 212
October 28, 2026
ท่านย่ารู้ข่าวการตั้งครรภ์ขององค์หญิงสิบสามแล้ว แม้ไม่แน่ชัดแต่ก็ทำให้นางดีใจจนต้องจุดธูปขอบคุณเทพเจ้า
เมื่อความดีใจจางหายท่านย่าพลันเป็นกังวลยิ่ง บุตรในท้องขององค์หญิงสิบสามไม่ว่าจะหญิงหรือชายล้วนคือสายเลือดผู้สืบสกุล
หากเป็นชายก็ดีไม่น้อยแต่หากเป็นหญิงท่านย่าถึงขนาดวางแผนว่าจะแต่งสามีเข้าบ้านให้หลานสาว จัดการให้บุรุษผู้นั้นเปลี่ยนแซ่ตามภรรยา
สตรีชรามั่นใจว่าหลานของนางต้องคลอดเด็กน้อยน่ารักออกมาด้วยใบหน้าราวกับเทพเซียนเป็นแน่ ด้วยมีบิดามารดาที่งามล้ำเช่นนั้นอีกทั้งสกุลหยางก็นับว่าเป็นสกุลอันดับหนึ่งในต้าชิงย่อมต้องมีบุรุษดีๆ มาให้หลานสาวคัดสรร เพียงแค่คิดก็ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว
เมื่อข่าวดีมาถึงเช่นนี้ท่านย่าจึงจัดเตรียมตนเพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาท การเข้าเฝ้าครานี้สร้างความตกตะลึงให้กับฝ่าบาทเป็นอย่างมาก แต่เหตุผลของผู้เฒ่าสกุลหยางก็ไม่อาจทำให้พระองค์คัดค้านได้
"หม่อมฉันควรรับผิดชอบเรื่องนี้ องค์หญิงเป็นสะใภ้หากสะใภ้ทำผิดผู้เป็นประมุขของบ้านก็มีความผิดด้วยเพคะ"
ฝ่าบาททรงกุมขมับ องค์หญิงสิบสามแม้จะอยู่ในคุกแต่ก็ไม่ได้รับความลำบากอีกทั้งหยางเอ้อหลางยังจับตามองนางแทบไม่ละสายตาเช่นนั้น
พระองค์ยังสั่งให้คนคอยดูแลพระธิดาอย่างลับๆ องค์หญิงสิบสามย่อมไม่เป็นอะไรเป็นแน่อีกทั้งพระองค์ยังมั่นใจว่าหยางเอ้อหลางต้องจับคนร้ายตัวจริงได้ในเร็ววันคืนความเป็นธรรมให้องค์หญิงสิบสาม แต่เพราะไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรกับสตรีชราผู้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าในท้องพระโรงจึงได้แต่รับสั่งให้คุมขังสตรีชราจนกว่าจะสำนึกตนได้ตามที่นางร้องขอ
"ขอบพระทัยเพคะ"
หยางเอ้อหลางทราบเรื่องถึงกับอ้าปากค้าง ท่านย่าของเขาเข้าเฝ้าฝ่าบาทต่อนางขุนนางทั้งหมดขอเข้าไปสำนึกตนในคุกเพื่อสำนึกผิดในเรื่องนี้กับองค์หญิงสิบสามจนกว่าจะมีราชโองการให้ออกจากคุกได้
เพราะท่านย่าแก่มากแล้วการเข้าไปอยู่ในที่อับชื้นเช่นนั้นไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพนักเขาไม่เห็นด้วย แต่ท่านย่ามักจะเจ้าแผนการเสมอเขาจึงไม่ได้ออกปากคัดค้านแต่ประการใด
ภายในคุกหลวงหัวหน้าต้าชิงนั้นกำลังส่งอาหารพิเศษ อีกทั้งน้ำร้อนน้ำชาให้กับองค์หญิงสิบสามและอาชิงด้วยความห่วงใย
เขาสนิทกับนางทั้งสองมาเนิ่นนานการที่นางช่วยกบฏ นั่นย่อมต้องมีเหตุผล แต่หน้าที่ของเขาก็ต้องทำระหว่างนี้เขาจึงดูแลอาชิงสุดชีวิต
หวังว่าจะพลิกฟื้นสถานการณ์ทำแต้มนำหน้าองครักษ์ฝานเผื่ออาชิงจะเห็นใจเขาและปฏิเสธคำขอแต่งงานขององครักษ์ฝานไป
เขารู้ว่าอาศัยช่วงเวลาทุกข์ยากของสตรีทำสิ่งที่น่าละอายเช่นนี้นับว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษแต่เขาไร้ทางเลือกแล้ว สตรีทั้งสองจึงได้รับการดูแลอย่างดียิ่ง
ค่ำคืนมืดสนิทในขณะที่องค์หญิงสิบสามกำลังนอนพักผ่อน
สตรีผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องขังขององค์หญิงสิบสาม สตรีผู้นี้กวาดสายตามองภายในกรงขังนั่นจนทั่ว เหยียดปากดูแคลนอีกทั้งยังยกมือปิดจมูก ภายในห้องขังนี้แม้จะดูสะดวกสบายผิดปกติแต่ก็อับชื้นและกลิ่นเหม็นนัก เพียงยืนอยู่ไม่นานก็แทบจะอาเจียนออกมา