ตอนที่ 219
บทที่ 219
October 28, 2026
ผู้ช่วยหมอทำคลอดพลันเปิดประตูออกมา หยางเอ้อหลางไม่รอช้า ผลักประตูเข้าไปด้านในแม้คนจะทัดทานเขาก็ไม่สนใจแล้ว
เขาโผไปหาภรรยาที่เหนื่อยจนหมดสติไปแล้วอย่างว่องไว กุมมือนางไว้ด้วยใบหน้าซีดเซียว
"หมินเออร์ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง"
"องค์หญิงปลอดภัยดีเจ้าค่ะ เพียงแต่เหนื่อยมากจึงหลับไป"
หมอหญิงผู้เก่งกาจประจำจวนเอ่ยขึ้น หยางเอ้อหลางพยักหน้าแต่ไม่วางใจ เขาดึงภรรยามากอดไว้ สำรวจร่างที่ยังเปียกชื้นด้วยเหงื่อของนางปากก็พร่ำขอโทษภรรยาที่ทำให้นางเจ็บปวดด้วยสำนึกผิดเป็นอย่างยิ่ง
"ข้าจะไม่ให้ท่านท้องอีกแล้ว ขอสัญญา ข้าขอโทษ"
ความเจ็บปวดของภรรยาในวันนี้ทำให้เขารู้สึกปวดร้าวยิ่ง เขาจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นเช่นนี้อีก
จวบจนแม่นมอุ้มก้อนแป้งอวบก้อนหนึ่งมาหาเขา หยางเอ้อหลางเห็นหน้าบุตรเป็นครั้งแรก พลันตื้นตันจวบจนน้ำตาจะไหล ความรู้สึกรักและผูกพันท่วมท้นในอก บัดนี้เขาเข้าใจลึกซึ้งแล้ว ว่าบิดามารดารักเขาเพียงใด เขาค่อย ๆ วางร่างภรรยาลงบนเตียงให้ท่านหมอดูแลเต็มที่ ส่วนตัวเองยื่นมือไปรับห่อผ้าสีแดงนั้นมาไว้ในอ้อมกอด
"เป็นท่านชายเจ้าค่ะ" แม่นมเอ่ยด้วยความยินดี
"ดีมาก ดีจริงๆ "
หยางเอ้อหลางหัวเราะทั้งน้ำตาแล้ว ความตื้นตันนี้ท่วมท้นเต็มอิ่มในหัวใจ ความรู้สึกที่ขาดหายเมื่อไร้บิดามารดากลับถูกเจ้าก้อนกลมนุ่มนิ่มนี้เติมเต็มจนล้นปรี่
เสียงเปิดประตูดังขึ้นหยางเอ้อหลางเงยหน้า ฮูหยินชราเดินมาหาก้อนแป้งน้อยด้วยขาที่สั่นเทาโดยมีพี่สะใภ้อีกทั้งอาสะใภ้ของเขาเป็นคนประคองเข้ามาด้วยใบหน้ายินดี
ผู้ชราดีใจจนน้ำตาอาบสองแก้มยื่นมือมารับก้อนแป้งก้อนนั้นไว้ในอ้อมอก เด็กน้อยหยุดร้องไห้แล้ว บัดนี้เนื้อตัวถูกเช็ดจนสะอาดหน้าตาหมดจด
ใบหน้าที่หลับพริ้มงดงามจนไม่อาจละสายตา แม้เพิ่งเกิดยังดึงดูดคนได้เพียงนี้ หากโตขึ้นบันไดจวนคงพังเพราะแม่สื่อเป็นแน่
"หลางเออร์เจ้าดูแลหมินเออร์เถิด เจ้าก้อนแป้งนี้ย่าจะเป็นธุระเอง" ท่านย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตามองหลานสะใภ้ด้วยแววตาซาบซึ้ง ขอบคุณนางขอบคุณสวรรค์ที่มอบสิ่งมีชีวิตล้ำค่าตัวน้อยผู้นี้ให้แก่สกุลหยาง
"ขอรับ"
ตั้งแต่วันนั้นมา เจ้าก้อนแป้งน้อยแทบจะไม่ห่างจากเรือนฮูหยินชราเลย อีกทั้งในปลายปีนั้นองค์หญิงสิบสามก็คลอดบุตรชายคนที่สองให้แก่สกุลหยางอีกหนึ่งคนโดยลืมเลือนคำสาบานว่าจะไม่ตั้งครรภ์อีกไปจนหมดสิ้น สร้างความปลาบปลื้มให้สามีและฮูหยินผู้เฒ่าจนใบหน้าเบิกบานเยาว์วัยลงอีกนับสิบปี
จวนสกุลหยางวันนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ หาได้เคร่งขรึมน่าหวั่นเกรงอย่างเช่นเคย