ตอนที่ 224
บทที่ 224 (ตอนจบ)
October 28, 2026
องค์รัชทายาทครั้นเห็นว่าพี่หญิงของเขาและพี่เขยมาถึงแล้ว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็สดใสขึ้น องค์หญิงสิบสามยิ้มให้กำลังใจ องค์รัชทายาทที่มีชันษาแปดขวบอีกทั้งรู้ความเป็นอันมากด้วยถูกฮูหยินชราและสตรีสกุลหยางอบรมมาด้วยตนเองจึงเข้าพิธีสถาปนาอย่างกล้าหาญ
องค์หญิงสิบสามเห็นน้องชายกำลังเติบโตเช่นนั้นก็ตื้นตันใจนัก นางเกือบหยุดน้ำตาไม่ได้อยู่หลายคราคิดถึงเพื่อนของนางมารดาของรัชทายาทที่จากไปก็พลันสบายใจ คนผู้นั้นคงตายตาหลับแล้ว
หยางเอ้อหลางเห็นภรรยาเหม่อลอย อีกทั้งมีน้ำใสคลอที่หน่วยตาจึงกุมมือของนางเอาไว้ จวบจนพิธีจบสิ้นองค์รัชทายาทก็ก้าวเข้ามาหาพวกเขาอย่างสง่างาม
สิ่งที่เอ่ยออกมาคำแรกสร้างความตื้นตันให้กับองค์หญิงสิบสามยิ่ง นางรู้สึกว่าองค์รัชทายาทช่างกตัญญูนักไม่เสียแรงที่นางปกป้องซาลาเปาน้อยก้อนนี้ด้วยชีวิต
"พี่หญิงเมื่อข้าโตแล้ว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าข้าจะยกให้ท่าน"
เพราะรัชทายาทพูดแบบนี้นางจึงซาบซึ้งจนไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป หยางเอ้อหลางได้แต่ส่ายหน้าโรคบ้าสมบัติของภรรยาเห็นทีว่าจะรักษาไม่หายจริงๆ
หลังจากนั้นแฝดผู้น้องของซาลาเปาน้อยพลันวิ่งมาหานางวันนี้เด็กหญิงตัวน้อยก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิงอย่างเป็นทางการเช่นกัน
องค์หญิงสิบสามกอดน้องสาวเอาไว้แล้วเอ่ยว่า
“ต่อเป็นเจ้าคือองค์หญิงเหวินจู น้องสาวคนที่สิบเก้าของพี่หญิงอย่างเต็มตัว ต่อไปสิบเก้าต้องอยู่ในวังพี่หญิงจะมาเยี่ยมบ่อยๆ เจ้าอย่าปล่อยให้ผู้ใดรังแกเข้าใจหรือไม่”
“พี่หญิงผู้ใดจะกล้า ข้ามีวรยุทธ์พี่หญิงวางใจข้าจะจัดการทุกคนที่บังอาจไม่ให้พี่หญิงต้องเป็นห่วง”
เด็กน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเห็นได้ชัดว่าโตขึ้นจะงดงามเพียงใด ชูกำปั้นขึ้นมาอย่างกล้าหาญ หยางเอ้อหลางเห็นท่าทางนั้นพลันนึกถึงองค์หญิงสิบสามในวัยเยาว์ที่เขาเห็นในวันนั้นจนใจอ่อนยอมยกม้าให้
องค์หญิงเหวินจูท่าทางยกย่ององค์หญิงสิบสามเช่นนี้ เมื่อเติบใหญ่คงไม่พ้นเดินตามรอยภรรยาเขาเป็นแน่ เพื่อป้องกันไม่ให้นางสร้างเรื่องหยางเอ้อหลางจึงเอ่ยว่า
“องค์หญิงเหวินจูพี่เขยจะสอนวรยุทธ์เพิ่มให้เจ้า อยากเรียนหรือไม่”
“เหวินจูรบกวนพี่เขยแล้ว” ใบหน้าขององค์หญิงน้อยเป็นประกาย
“เช่นนั้นต่อไปให้เชื่อฟังพี่เขยให้มากเข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
เด็กน้อยตอบรับว่าง่าย องค์หญิงสิบสามจับมือน้องสาวแล้วตบหลังมือขององค์หญิงน้อยเบาๆ ก่อนที่มามาจะมารับนางไปทำหน้าแท่นพิธีสถาปนาองค์หญิงกลับเข้าราชวงศ์อย่างเป็นทางการ
กว่าจะจบพิธีทางการก็มืดค่ำ กลางคืนยังมีงานเลี้ยงฉลองอีก องค์หญิงสิบสามกลับตำหนักสิบสามเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่พร้อมกับหยางเอ้อหลาง ก่อนจะกลับเข้าร่วมงานอีกครั้งนางขอให้สามีพาไปเยี่ยมองค์หญิงใหญ่ที่ตำหนักของนาง
"เจ้ามาทำไม"
ทันทีที่เห็นใบหน้าขององค์หญิงสิบสาม องค์หญิงใหญ่ก็มีอาการโรคชิงชังกำเริบ นางชี้หน้าองค์หญิงสิบสามพ่นคำต่อว่าอย่างหยาบคาย
ดวงตาคู่งามเริ่มขวาง ใบหน้าขององค์หญิงใหญ่เสียโฉมแล้วจึงถูกพันรอบด้วยผ้าพันแผลจนไม่อาจเห็นใบหน้าที่แท้จริงได้
องค์หญิงใหญ่กลายเป็นสตรีทรุดโทรม บัดนี้สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาตอีกทั้งพยายามฆ่าตนเองตายมาหลายหน จนสุดท้ายฝ่าบาทกลัวนางจะกระทำการอุกอาจจนถึงแก่ชีวิตตน จึงสั่งให้คนคอยมัดนางไว้ นางกลายเป็นคนสติไม่ดีไปแล้ว
เมื่อเห็นหน้าองค์หญิงสิบสามแทบจะพุ่งมาทำร้ายแต่เพราะถูกมัดเอาไว้จึงได้แต่กระโดดขู่ราวกับคนบ้า องค์หญิงสิบสามเห็นสตรีที่เคยเป็นหญิงงามเพียบพร้อมอันดับหนึ่งในใต้หล้าผู้นี้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้พลันรู้สึกเวทนายิ่ง
"พี่หญิงท่านต้องรีบหายนะ"
องค์หญิงสิบสามเอ่ยได้เพียงเท่านี้ หยางเอ้อหลางไม่ปล่อยให้องค์หญิงสิบสามอยู่นาน หลังจากมององค์หญิงใหญ่ด้วยสายตาสังเวชแล้ว เขารีบพาภรรยาออกไปท่ามกลางเสียงตะโกนก้องขององค์หญิงใหญ่
"ทำไมท่านไม่รักข้านางมีสิ่งใดดี หยางเอ้อหลางเจ้าคนตาบอด เจ้าคนโง่"