ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 นอกจากแม่ทัพสวรรค์แล้ว ยังเป็นเข็มเทวะอีกด้วย!
September 21, 2026
ยังไม่ทันที่สวีหลิงเอ๋อร์และเยี่ยอู๋เต้าจะกลับถึงบ้าน หลี่อวี้หวนผู้เป็นมารดาก็โทรศัพท์เข้ามา
“หลิงเอ๋อร์ ลูก...ลูกอยากจะให้พ่อแม่กระอักเลือดตายใช่ไหม ดูสิว่าวันนี้ลูกทำอะไรลงไป!”
“ลูกทำให้ตระกูลของเราอับอายขายหน้าไปหมดแล้ว”
“พ่อของลูกโมโหจนโรคหัวใจกำเริบ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลเหรินไอ้ รีบมาเร็วเข้า”
เปรี้ยง!
เหมือนถูกสายฟ้าฟาด ใบหน้าของสวีหลิงเอ๋อร์ซีดขาว โทรศัพท์มือถือหล่นจากมือ
เธอคาดไม่ถึงว่าเรื่องในวันนี้จะกระทบกระเทือนต่อจิตใจพ่อของเธอขนาดนี้
“เร็วเข้า ไปโรงพยาบาลเร็วเข้า” สวีหลิงเอ๋อร์ตะโกนอย่างปวดใจ “พ่อฉันโรคหัวใจกำเริบ”
“หืม? โอเค” เยี่ยอู๋เต้าดริฟต์รถกลับทันที และมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาล
ระหว่างทาง เขาโทรศัพท์หากูหลัง พันตรีหนุ่มที่มารับเขาในวันนี้ “ส่งสิบสามเข็มตาข่ายสวรรค์ของผมมาให้ที”
เยี่ยอู๋เต้าเตรียมตัวจะช่วยพ่อตาในอนาคตของเขาด้วยตัวเองเพื่อสร้างความประทับใจ
นอกจากตำแหน่ง ‘ขุนพลหนุ่ม’ แล้ว เขายังมีอีกตัวตนหนึ่ง นั่นคือ ‘เข็มเทวะ’
สิบสามเข็มตาข่ายสวรรค์ที่เขาคิดค้นขึ้นนั้น ชิงพลังแห่งท้องฟ้าและผืนพิภพ รุกล้ำความลี้ลับแห่งสุริยันจันทรา ช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้นับไม่ถ้วน!
ตั้งแต่นายพลจนกระทั่งพลเรือน!
โรคหัวใจธรรมดาๆ ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย
ดวงตาของกูหลังที่อยู่ปลายสายเปล่งประกาย “ห้าปีแล้ว ในที่สุดเข็มเทวะก็กลับคืนสู่ยุทธภพอีกครั้ง!”
“ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้สูงศักดิ์ท่านไหนหรือครับ ถึงขนาดท่านแม่ทัพสวรรค์ต้องออกโรงเอง”
เยี่ยอู๋เต้าพูดต่อว่า “สิ่งใดไม่ควรสนใจ ก็อย่าได้ถาม”
“นอกจากนี้ พิธีเฉลิมฉลองอีกสามวันข้างหน้า จัดการให้ครอบครัวของเฉินหย่าจือไปเป็นคนรับใช้ซะ”
กูหลัง “รับทราบ”
หลังจากวางสาย เยี่ยอู๋เต้าเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าสวีหลิงเอ๋อร์กำลังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“คุณกำลังทำอะไรน่ะ” สวีหลิงเอ๋อร์เอ่ยถาม
เยี่ยอู๋เต้า “ผมจะช่วยพ่อคุณเอง”
“นอกจากนี้ ผมจะจัดการให้ครอบครัวของเฉินหย่าจือกลายเป็นคนรับใช้ในพิธีเฉลิมฉลอง”
สวีหลิงเอ๋อร์ทิ้งตัวลงบนที่นั่งและถอนหายใจ ในใจรู้สึกหมดหวัง
เมื่อก่อนทำไมถึงไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้ขี้โม้ขนาดนี้
อย่าเพิ่งพูดถึงทักษะทางการแพทย์เลย แค่พูดถึงพิธีเฉลิมฉลองการกลับคืนสู่ตำแหน่งของแม่ทัพสวรรค์ เขาจะเข้าไปวุ่นวายได้หรือ
ตลกแล้ว
ไม่นานนัก คนทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาล
แต่ภาพที่ปรากฏในโรงพยาบาลเหมือนดังมีดกรีดกลางหัวใจของสวีหลิงเอ๋อร์
หลี่อวี้หวนผู้เป็นมารดาคุกเข่าอ้อนวอนต่อเฉินหย่าจือ
ลุงใหญ่และลุงรองสองครอบครัวต่างยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ
เฉินหย่าจือมีสีหน้าอวดดีและไม่แยแสต่อคำวิงวอนของหลี่อวี้หวน
เยี่ยอู๋เต้าขมวดคิ้ว “ทำไมเฉินหย่าจือถึงได้อยู่ที่นี่”
ทันทีที่สวีหลิงเอ๋อร์ลงจากรถ เธอรีบวิ่งเข้าไปหาหลี่อวี้หวน “แม่คะ รีบลุกขึ้นเถอะค่ะ แม่คุกเข่าทำไมคะ”
หลี่อวี้หวนปาดน้ำตา “หลิงเอ๋อร์ ลูกมาพอดีเลย รีบขอร้องหย่าจือเร็วเข้า ขอร้องให้ช่วยพ่อของลูกด้วย”
“พ่อเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้ว แต่หมอที่จะรักษาคือแม่ของหย่าจือ เธอปฏิเสธที่จะให้การช่วยเหลือพ่อ”
เฉินเหมยและสวีต้าไห่ต่างก็ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ เวลาอยู่ต่อหน้า คนทั้งสองต่างพูดดีใส่กัน แต่ลับหลังกำลังแข่งขันกันอยู่ ล่าสุดพวกเขากำลังแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าแผนก
บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานวันนี้ ทั้งสองตระกูลกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตต่อกันไปแล้ว
ถ้าเฉินเหมยยอมช่วยก็คงจะเป็นเรื่องที่แปลกน่าดู
หากจะย้ายโรงพยาบาลตอนนี้ก็เกรงว่าจะสายเกินไป ดังนั้น หลี่อวี้หวนจึงทำได้เพียงคุกเข่าและขอร้องต่อเฉินหย่าจือ
สวีหลิงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว!
ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือช่วยชีวิตบิดา
เธอจำต้องวางศักดิ์ศรีและอ้อนวอนขอร้อง “หย่าจือ พ่อขอฉันอาการสาหัสมาก ขอร้องล่ะ ให้แม่ของเธอช่วยพ่อฉันด้วย”
รอยยิ้มของเฉินหย่าจือยิ่งเย็นชาขึ้น “ตอนนี้รู้จักมาขอร้องฉันแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ล่ะ”
“เธอไม่ได้พาเขยขวัญรูปงามมาด้วยเหรอ ให้เยี่ยอู๋เต้าช่วยเธอสิ ขอร้องฉันทำไมกัน!”
หลี่อวี้หวนจึงได้รู้ว่า คนที่มากับสวีหลิงเอ๋อร์ก็คือเยี่ยอู๋เต้า
เธอโพล่งออกมาทันที
“หลิงเอ๋อร์ ลูก...ลูกอยากจะให้แม่กระอักเลือดตายใช่ไหม เอาไอ้คนไม่เอาไหนมาด้วยทำไม”
“ลูกตาบอดจริงๆ ถึงได้ไปชอบเขา...หรือว่าลูกไม่รู้ว่าเขาน่ะก็แค่คนไม่เอาถ่านที่เกาะผู้หญิงกินไปวันๆ แล้วยังเคยติดคุกตั้งห้าปีด้วย”
“เยี่ยอู๋เต้า ฉันขอเตือนนายไว้เลยนะ นายอย่าได้คิดก้าวล้ำเข้าไปในบ้านของฉัน บ้านฉันไม่เลี้ยงคนไม่ได้เรื่องหรอกนะ”
“ไม่ต้องกังวลไปนะหย่าจือ เดี๋ยวกลับไปน้าจะต้องสั่งสอนสวีหลิงเอ๋อร์ให้ดีๆ เรื่องในวันนี้เป็นความผิดของหลิงเอ๋อร์”
เฉินหย่าจือรู้สึกสบายใจขึ้นมาก “ก็ได้ อยากจะขอให้แม่ฉันช่วยก็ได้”
“ค่ารักษาสามแสน แต่ต้องให้เยี่ยอู๋เต้าเป็นคนจ่ายนะ”
คนในตระกูลสวีรู้สึกลำบากใจ
เป็นเพราะเยี่ยอู๋เต้าไม่สามารถหาเงินสามแสนมาได้ งานแต่งงานจึงได้ยกเลิก
เฉินหย่าจือยังยืนกรานที่จะขอให้เยี่ยอู๋เต้าเป็นคนจ่ายเงินสามแสนนี้อีก นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆเยี่ยอู๋เต้าถอนหายใจออกมา เขาไม่คิดว่าเฉินหย่าจือจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้
เขาใช้เวลาห้าปีอยู่กับเธอมาได้อย่างไรกัน...
“หึหึ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าเราจะจากกันไปด้วยดี แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว คุณรนหาที่เอง ผมคงต้องสงเคราะห์ให้สินะ”
เฉินหย่าจือสบถออกมาอย่างเย็นชา “ฮึ เลิกพูดเหลวไหลเสียที”
“ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช่ไหม ได้ งั้นฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง”
“นายและสวีหลิงเอ๋อร์คุกเข่าขอโทษฉันสิ บอกว่านายเป็นแค่สุนัขขี้ประจบ ไม่คู่ควรกับฉันเลยสักนิด”
“สวีหลิงเอ๋อร์มาอ่อยผู้ชายห่วยๆ ที่ฉันทิ้งไปแล้ว!”
ดวงตาของสวีหลิงเอ๋อร์แดงก่ำ หัวใจของเธอกำลังสั่น
นี่มันมากเกินไปแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงบิดาที่อาจจะไม่รอดชีวิต...
ความจริงอันโหดร้ายทำให้ เธอจำเป็นต้องยอม ขาสองข้างของเธอย่อลงเตรียมจะคุกเข่า
ทันใดนั้น เยี่ยอู๋เต้ายื่นมือออกไปรั้งเธอไว้
“หลิงเอ๋อร์ อย่าไปขอร้องเธอ พ่อของคุณ ผมรักษาเอง”
เฉินหย่าจือหัวเราะขึ้นมาอย่างหยิ่งผยอง “สวีหลิงเอ๋อร์ ตอนนี้เธอเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาหรือยังล่ะ”