ตอนที่ 606
บทที่ 606 ใส่ร้ายป้ายสี
October 21, 2026
บทที่ 606 ใส่ร้ายป้ายสี
เป็นเสียงของผู้หญิงที่ดังกึกก้องมาก เห็นทีจะมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นด้านนอก
สายตาของทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหน้าประตู
เห็นผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดคนหนึ่ง กำลังขวางทางชายหนุ่มคนหนึ่งพลางชี้นิ้วด่าว่า
“ตบฉันแล้ว นายคิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆเหรอ?ดีเลย ตอนแรกคิดว่านายจะหนีไปเสียแล้ว ฉันกำลังคิดหาทุกวิถีทางเพื่อจะตามตัวนายให้เจอ คิดไม่ถึงว่านายจะรนมาหาถึงที่ ยังกล้ามาร่วมงานเลี้ยงที่มีระดับด้วย วันนี้ฉันจะไม่ให้ศพนายครบสามสิบสองประการ!”
ผู้หญิงจ้องมองเฉินเกออย่างโหดร้ายพลางกล่าวขึ้นมา
แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ซูหรานหรานที่อยู่ด้านหน้าก็มีสีหน้าผิดปกติไป
ตอนแรกวางแผนไว้อย่างแยบยลแล้ว โธ่! มีปัญหาเข้ามาสอดแทรกเสียแล้ว
ใช่ ชายหนุ่มที่ถูกขวางทางอยู่นั้นคือเฉินเกอที่จะมาส่งการ์ดเชิญให้กับซูฉููฉู
ตามที่ซูหรานหรานบอกก็คือต้องส่งให้ซูฉููฉูก่อนที่คุณชายเฉินจะสารภาพรัก
เฉินเกอไม่กล้าเสียเวลา
จึงไปเอาการ์ดเชิญแต่เช้า จากนั้นก็รีบมาในงาน
ผลปรากฏว่ากลับพบเห็นผู้หญิงที่ตนตบเมื่อวาน ซึ่งก็คือแฟนของคุณชายโกว
“ทางที่ดีคุณอยู่ห่างๆผมเอาไว้ ไม่งั้นคุณจะต้องเสียใจแน่!”
เฉินเกอจ้องมองผู้หญิงคนนี้อย่างเย็นชา
ส่วนผู้หญิงคนนี้ เมื่อกี้เพิ่งจะชี้นิ้วด่าว่าเฉินเกออยู่เลย บัดนี้ถูกเฉินเกอจ้องเขมือบเช่นนี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้เสียวสันหลังจนความเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วร่างกาย
ถอยหลังราวกับเกรงกลัว
แต่มันไม่สามารถสยบความหยิ่งผยองของผู้หญิงคนนี้ได้
เธอมองดูด้านหลังแล้วเห็นมีแฟนและพ่อแม่อยู่
จึงมีความเหิมเกริมเป็นอย่างมาก
“คุณพ่อคุณแม่ คนนี้แหละค่ะที่เมื่อวานตบตีหนู และเกือบจะตีโกวเฉียงด้วยค่ะ ไม่เชื่อท่านลองถามโกวเฉียงได้ค่ะ!”
ผู้หญิงคนนี้กล่าว
โกวเฉียงกล่าวอย่างดุร้าย“พรรคพวกของอะปิ่งก็ถูกเขาซ้อมจนบาดเจ็บสาหัสครับ ฝีมือเขาเก่งกาจมากครับคุณพ่อ!”
โกวเฉียงกล่าวอย่างหวาดกลัว
“หา?ถ้าอย่างนี้ก็แสดงว่าโลกมันกลมจริงๆ ได้เจอศัตรูโดยมิได้นัดหมาย?”
คุณพ่อของโกวเฉียงหัวเราะเยาะ
เก่งกาจ?
คนเก่งกาจเขาเห็นมามากแล้ว ส่วนเขาได้ตะลอนอยู่ในยุทธภพเกือบทั้งชีวิต สิ่งที่พี่งพามิใช่ความกล้าและกำลังกาย แต่คือกลยุทธ์!
“ไอ้น้องชาย ได้ยินโกวเฉียงบอกว่านายเป็นคนต่างถิ่น จึงอาจจะไม่เข้าใจกฎระเบียบของเมืองหลิวเฉิง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็มิควรทำเกินเลย ควรจะพยายามระมัดระวังหน่อย มิเช่นนั้นการจะเข้ามาในเมืองหลิวเฉิงนั้นง่าย แต่จะออกไปได้ยากเย็นแสนเข็ญ!”
เขาพูดด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนยิ้มแย้ม
เห็นได้ชัดว่าเขาใช้อีกวิธีหนึ่งในการตักเตือนเฉินเกอ
“ใช่ อย่าให้ถึงสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองตายยังไงล่ะ กล้ามายั่วยุลูกชายของฉันด้วย?”
แม่ของโกวเฉียงทำตาเหล่ใส่เฉินเกออย่างดูถูก
“แต่งตัวอย่างกับขอทาน หากไม่รู้คงจะคิดว่าคนที่ไหนมาขอข้าวกิน และอีกอย่างงานเลี้ยงที่เลิศหรูอย่างนี้นายยังกล้ามาเหรอ ไม่ส่องกระจกชะโงกดูเงาเสียบ้างเลย?”
เธอกล่าวต่อ
“เกิดอะไรขึ้นครับ?”
บัดนี้พ่อบ้านตระกูลเฉินเดินออกมา
วันนี้เป็นสถานที่เป็นไหนกัน?
กล้ามาโวยวายตรงนี้?
ดังนั้นสีหน้าพ่อบ้านจึงแย่มาก
“ที่แท้ก็เป็นลุงเสิ่นนี่เอง ไม่มีอะไรครับ แค่เจอหน้าพี่น้องคนหนึ่งแล้วกล่าวทักทายไม่กี่ประโยคครับ ต้องกราบขออภัยจากใจครับ!”
ผู้หญิงกำลังจะพูดอะไร
แต่ถูกพ่อโกวรั้งไว้ เขาอธิบายต่อลุงเสิ่นอย่างมากประสบการณ์
กล่าวทักทายอะไรกัน ลุงเสิ่นไม่เชื่ออย่างแน่นอน
เพียงแต่โกวสิ้งก็ถือว่าเป็นคนแถวหน้าในเมืองหลิวเฉิง ลุงเสิ่นจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
“ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร วันนี้หน้าตาของตระกูลเฉิน สำคัญเป็นอันดับแรก ความหมายของนายท่านและคุณชายพวกคุณก็เข้าใจดี มีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องมาสะสางวันนี้ ใครกล้าทำตระกูลเฉินขายหน้า พวกคุณรู้จุดจบกันดีนะครับ!”
ลุงเสิ่นกล่าวอย่างเย็นชา
“แน่นอนครับ”
“ส่วนนายมาทำอะไรเหรอ?มีการ์ดเชิญไหม?”