ตอนที่ 308
บทที่ 308 นักต้มตุ๋นชั้นปรมาจารย์
October 22, 2026
วันถัดมาก เมื่อเซี่ยคุนตื่นขึ้นมาก็พบว่าที่นอนข้างเขาเย็นเยียบ ไม่รู้ว่าอันอวี้ลุกออกไปนานเพียงใดแล้ว
เขาสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมจะออกไปหาอันอวี้ ทว่ากลับพบนางเข้ามาพร้อมกับอาหารเช้า
“ข้าเรียนวิธีทำข้าวเกรียบทอดมาจากพี่ซืออวี่ และยังมีต้มโจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้ามาด้วย ท่านลองชิมดูว่าเป็นอย่างไร”
อันอวี้ลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนของเซี่ยคุน นางไม่แม้แต่จะหวีผมของตนเอง ตอนนี้นางจึงปล่อยผมยาวสยาย เดินกลับเข้ามาในห้องในชุดโปร่งบาง
เซี่ยคุนรับถาดที่นางถือมาแล้วจับมือนางมาตรวจสอบดู เขาพบว่ามือนางเย็นอย่างที่คาดไว้จริง ๆ
“ข้าตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน อาหารเช้าล้วนไปจัดการข้างนอก เจ้าไม่จำเป็นต้องเตรียมให้ข้า”
“แต่…” อันอวี้บีบนิ้วตนเอง “หากอะไรท่านก็ล้วนไม่ต้องการข้า เช่นนั้นข้านับว่าเป็นฮูหยินเซี่ยประสาอะไร”
“เจ้าเพียงแค่เป็นตัวของตัวเองก็ดีแล้ว” เซี่ยคุนวางถาดนั้นลงบนโต๊ะ และจัดการอาหารเหล่านั้น “มากินด้วยกันเถอะ”
“พี่ใหญ่เซี่ย…” อันอวี้เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา “ท่าน… ท่านมีคนที่ท่านชอบอยู่แล้วใช่หรือไม่?”
เซี่ยคุน “…”
“ข้ารู้แล้ว ตอนนั้นท่านแต่งงานกับข้าเพราะท่านสงสารข้าใช่หรือไม่?” สีหน้าของอันอวี้หม่นหมองลง
เซี่ยคุนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มี”
“อะไรนะ” อันอวี้มองเขา
“ข้าไม่มีคนที่ข้าชอบ” เซี่ยคุนกล่าวอีกครั้ง
อันอวี้ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของนางพลันเบิกบานขึ้นมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนางก็ยิ้มไม่ออกแล้ว
ไม่มีคนที่ชอบ ดังนั้นก็ไม่ได้ชอบนางเช่นกัน ความหมายคงเป็นเช่นนี้กระมัง?
เซี่ยคุนพบว่าบรรยากาศไม่ถูกต้องเล็กน้อย เพียงแต่เขานึกไม่ออกว่ามีที่ใดไม่ถูกต้อง
ทั้งสองทานอาหารเช้าอย่างเงียบเชียบ
“ข้าวเกรียบทอดไหม้หรือไม่?” อันอวี้เอ่ยถาม
เซี่ยคุนกินเข้าไปคำใหญ่แล้วเอ่ยเบา ๆ “ไม่ไหม้”
“อ้อ” อันอวี้คนโจ๊กไปมา รู้สึกผิดหวังมากกว่าเดิม
“อีกเดี๋ยวข้าจะไปตรวจสอบนักต้มตุ๋นคนนั้น เจ้ากลับไปบอกแม่ของเจ้าว่าไม่ต้องกังวล” เซี่ยคุนกล่าว “หากนางรังแกเจ้าอีก เจ้าเพียงแค่ไม่ต้องไปสนใจนาง ข้าจะจัดการเอง”
อันอวี้หันมองใบหน้าของเซี่ยคุน ราวกับมองแล้วนางจะสบายใจขึ้นมา
ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้เขาก็ดีต่อนางมาก ไม่มีผู้ใดดียิ่งกว่าเขาแล้ว เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่น เหตุใดนางต้องไปบังคับฝืนใจเล่า?
…
ลู่อี้มองสมุดบัญชีภาษีที่เวินเหวินซงส่งให้
ในฐานะนายอำเภอ เขาไม่เพียงต้องผดุงความยุติธรรมให้ราษฎร รับผิดชอบตัดสินคดีความเท่านั้น ยังต้องจัดการเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษาเล่าเรียน การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งการจัดเก็บภาษี และอื่น ๆ อีกมากมายของเมืองฮู่เป่ย
โชคยังดีที่เขาส่งมอบงานเหล่านี้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้ ไม่เช่นนั้น ยุ่งถึงเพียงนี้เขาคงเหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรงไปแล้ว
นักการเกาเดินเข้ามาจากข้างนอก รายงานลู่อี้ว่า “ใต้เท้าลู่ มีเบาะแสใหม่ของคดีหญิงสาวที่หายตัวไปขอรับ ทว่ายิ่งข้าตรวจสอบลงไปลึกเพียงใด ข้ายิ่งรู้สึกไม่วางใจเท่านั้น ใต้เท้าจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ได้จริง ๆ หรือ?”
เซี่ยคุนเข้ามาพอดี เขาส่งสารในมือให้ลู่อี้ “นี่เป็นข่าวคราวที่ข้าได้รับมา”
ลู่อี้ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด นักการเกาก็คว้าไปดู ยิ่งเขาดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหวาดกลัวและกระวนกระวายใจ
“ข่าวนี้ของท่านสาวลึกลงไปยิ่งกว่าข่าวของข้าเสียอีก อีกทั้งยังหาหลักฐานออกมาได้แล้ว แต่พวกท่านก็เห็นแล้ว คนผู้นี้ไม่อาจไปล่วงเกินได้!”
เซี่ยคุนหันมองลู่อี้ “เจ้าคิดเห็นอย่างไร? หากเข้าไปยุ่ง นี่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของพวกเรา ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเอิกเกริกได้ ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นั้นไม่ใช่คนที่พวกเราล่วงเกินได้ แต่หากไม่เข้าไปยุ่ง ก็จะมีหญิงสาวหายตัวไปเรื่อย ๆ คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่มีชีวิตมีเลือดเนื้อ แม่นางที่ชื่อหวังซิ่วเยว่ผู้นั้นยอมเปิดปากแล้ว นางบอกว่าพวกนางถูกขังไว้ในที่แห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างอยู่ไม่สู้ตาย พวกนางล้วนมาจากครอบครัวดี ๆ”