ตอนที่ 402
บทที่ 402 ข่าวดีของลู่เซวียน
October 22, 2026
กลุ่มบุรุษยังคงคุยกันเรื่องงาน
เมื่อเอ่ยถึงโอวหยางเจี๋ย พวกเขายังคงถกกันว่าโอวหยางเจี๋ยวางแผนอะไรต่อไป ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจส่งคนไปลอบสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันหากอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรขึ้นมาจริง ๆ
สำหรับโอวหยางเจี๋ยผู้นี้ ทุกคนล้วนมีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน
เห็นได้ชัดว่าเขาถูกใจเมืองฮู่เป่ย เป็นไปไม่ได้ที่แกะอ้วนตัวนี้จะยอมแพ้ไปอย่างง่ายดาย หากเขาถอยไปอย่างนี้ ภายหน้าจะต้องมีความเคลื่อนไหวใหญ่โตเกิดขึ้นแน่นอน
ขณะที่มู่ซืออวี่เดินผ่านสวน นางเห็นฟ่านเหยี่ยนยืนอยู่ไม่ไกล เขากำลังมองลู่จื่ออวิ๋นกอดเสี่ยวเฮย เขาหยอกล้อนางครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าผ่อนคลายกว่าปกติ
เมื่อหันไปมองลู่ฉาวอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ เขานั่งอยู่บนโต๊ะคอยฟังผู้ใหญ่คุยกัน ต่อให้สิ่งที่สนทนาจะเป็นเรื่องงานของทางการ เขาก็ยังคงฟังด้วยความเพลิดเพลิน ราวกับเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยไหวพริบ
พิจารณาจากภาพนี้แล้ว ฟ่านเหยี่ยนดูเหมือนพี่ชายของลู่จื่ออวิ๋นมากกว่าเสียอีก
“องค์ชายเก้าไม่วางท่าแม้แต่น้อย” จื่อเยวี่ยนเอ่ยขึ้น
“เขายังเล็ก อีกทั้งยังไม่ได้กุมอำนาจ แน่นอนว่าต้องไม่วางท่าอยู่แล้ว นอกจากนี้… มีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่คุ้นเคยกับการเอาชนะใจคน” มู่ซืออวี่เอ่ยเบา ๆ
“ฮูหยินไม่ชอบองค์ชายเก้าหรือเจ้าคะ?”
“ไม่แน่ชัดว่าไม่ชอบ เขาเป็นเพียงคนที่ผ่านทางมายังครอบครัวเราเท่านั้น ทว่าครานี้ต้องขอบคุณเขา ไม่เช่นนั้นนายท่านลู่ของพวกเราคงไม่พ้นจากปัญหาง่ายดายเช่นนี้”
ผ่านไปหลายเดือน สุดท้ายการก่อสร้างลานหรรษาจึงแล้วเสร็จ
สองเดือนถัดมา สะพานที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฮู่เป่ยก็เสร็จสิ้น
และในเดือนเดียวกันนั้นเอง ถงซื่อก็ได้คลอดลูกชายน้ำหนักหกจิน*[1] ออกมา นามว่าจูเฉิน ชื่อเล่นผิงอัน
เป็นเวลาเดียวกันกับที่ข่าวคราวจากลู่เซวียนมาถึงเมืองฮู่เป่ยพอดี
“ในจดหมายบอกว่านายท่านรองลู่สอบขุนนางผ่านแล้ว” จื่อเยวี่ยนกล่าว “ฮูหยิน นายท่านรองสอบผ่านแล้ว ตอนนี้เป็นขุนนางได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
มู่ซืออวี่ส่ายหัวเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลำดับที่สอบได้ของนายท่านรองอยู่กลาง ๆ ไม่ดีไม่แย่ จะได้รับการแต่งตั้งง่าย ๆ ได้อย่างไร? เรื่องนี้ยังคงต้องรอให้กรมขุนนางเตรียมการ”
“เช่นนั้น หมายความว่าต่อให้สอบผ่านขุนนางแล้วก็ยังไม่แน่ว่าจะได้เป็นหรือเจ้าคะ” จื่อซูเอ่ยถาม “แล้วนายท่านรองจะกลับมาได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“เขาสอบผ่านแล้ว ยังคงต้องรอฟังข่าวอยู่ในเมืองหลวง ทว่าโดยทั่วไปหากมีเส้นสาย การจะหาตำแหน่งขุนนางให้เขาย่อมไม่ยาก” มู่ซืออวี่เอ่ย “รอฟังข่าวเถอะ! ไม่ต้องรีบร้อน”
ลู่อี้ปูทางไว้ให้ลู่เซวียนแล้ว ขอแค่อีกฝ่ายปฏิบัติตัวให้เหมาะสม ก็คงไม่ต้องเผชิญความลำบากในเมืองหลวง หากไม่ไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกิน การจะหาตำแหน่งสักตำแหน่งในเมืองหลวงย่อมไม่ยากเย็น
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ไม่อาจบอกสาวใช้ทั้งสองได้ จื่อเยวี่ยนยังดี ทว่าจื่อซูเป็นคนซื่อตรง หากนางอยู่ข้างนอกแล้วพูดจาส่งเดชไป อาจจะสร้างปัญหาให้กับพี่น้องตระกูลลู่ทั้งสอง
“ในจดหมายได้กล่าวถึงคุณชายอันหรือไม่?” จื่อเยวี่ยนเอ่ยถาม “อย่างไรเสีย คุณชายอันก็เป็นพี่ชายของฮูหยินเซี่ย ได้ยินว่าเขามีความสามารถไม่เลวเลย”
มู่ซืออวี่ชี้ไปที่แถวสุดท้ายแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเด็กคนนี้ เจ้าดีใจที่เห็นนายท่านรองสอบผ่านมากเกินไปแล้ว ไม่เห็นหรือว่าตรงนี้เขียนว่าอย่างไร? คุณชายอันสอบไม่ผ่าน!”
“เอ๋?” สาวใช้สองคนโน้มตัวเข้าไปอ่านจดหมาย
“ถึงแม้การสอบขุนนางจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่หากฮูหยินเซี่ยได้ยินข่าวนี้ เกรงว่านางจะผิดหวัง” จื่อซูกล่าว
“ข้าคิดว่าฮูหยินเซี่ยยังพอทำเนา ผู้ที่ผิดหวังจริง ๆ เกรงว่าจะเป็นแม่ของคุณชายอันมากกว่า” จื่อเยวี่ยนเอ่ย “ไม่นานมานี้ บ่าวผ่านไปที่ร้านผ้าแห่งหนึ่งเพื่อซื้อของ จึงพบแม่คุณชายอันกำลังคุยกับสตรีหลายคน คำพูดทั้งโดยตรงและโดยอ้อมล้วนหมายความว่าบุตรชายของนางจะต้องสอบขุนนางได้เป็นแน่ สตรีเหล่านั้นยกยอปอปั้นนาง ส่งเสริมนางเสียดิบดี ราวกับว่านางได้เป็นฮูหยินขุนนางแล้วอย่างไรอย่างนั้น”