ตอนที่ 408
บทที่ 408 เดินทางไปเมืองหลวง
October 22, 2026
“ไม่รีบร้อน ถึงแม้ข้าจะยินดี เขาก็ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา” ลู่อี้เอ่ยอย่างใจเย็น “พรรคพวกฝ่ายเจียงเหล่าเป็นกันได้ง่ายเพียงนั้นหรือ?”
“ท่านอยากเป็นหรือ?” เวินเหวินซงเลิกคิ้วขึ้น
“สถานการณ์ในเมืองหลวงซับซ้อน ระหว่างนี้ข้าจะยังไม่เข้าไปพัวพัน”
ภายหน้าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้?
“เข้าเมืองหลวงครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่าจะเป็นเรื่องดี” เวินเหวินซงเอ่ย “มีความเป็นไปได้ที่ท่านจะได้เลื่อนขั้น”
ลู่อี้นิ่งเงียบ
เวินเหวินซงเห็นว่าเขานิ่งสงบถึงเพียงนี้ ก็เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “ท่านคาดการได้นานแล้วใช่หรือไม่?”
“ข้าเป็นเพียงขุนนางท้องถิ่นตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง การได้ไปเข้าเฝ้าที่เมืองหลวง แน่นอนว่าต้องมีคนเอ่ยถึงข้าต่อหน้าพระองค์ แต่เจ้าอย่าได้ลืมว่าข้าล่วงเกินคนไปมากเพียงใด คราก่อนก็โอวหยางเจี๋ยผู้นั้น ล่าสุดยังมีขบวนการลักพาตัวเด็กอีก เจ้าคิดว่าคนทั่วไปสามารถทำให้กลุ่มลักพาตัวเด็กใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้หรือ เกรงว่าผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังคงยุ่งด้วยไม่ได้ง่าย ๆ”
“ที่แท้ท่านก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้แล้ว”
“ครั้งนี้ข้าจึงต้องนำเซี่ยคุนไปด้วย”
“ฮูหยินเล่า?”
“นางมีสติปัญญาล้ำเลิศมาแต่ไหนแต่ไร พอรู้ว่าเข้าเมืองหลวงครั้งนี้อาจต้องเผชิญกับปัญหา ถึงแม้ข้าไม่ยอมให้ไปด้วย นางก็ต้องลอบตามไปอย่างแน่นอน ไม่สู้พานางไปกับข้าดีกว่าจะได้ดูแลสะดวก” ลู่อี้ยิ้มบาง ๆ
“อิจฉาจริง! เมื่อไหร่ข้าจะหาฮูหยินเช่นนี้ได้บ้าง?”
ลู่อี้ตบไหล่เวินเหวินซง “ข้าได้ยินว่าหมู่นี้เจ้ามักจะไปตัดเสื้อผ้าที่ร้านสาวทอผ้า ดูจากเงินเดือนของเจ้าแล้ว แต่ละเดือนเจ้าจะตัดชุดไปมากมายทำไมกัน?”
ความคิดของเวินเหวินซงถูกมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขารู้สึกเขินอายอยู่บ้าง ทว่าก็หน้าหนาพอสมควรจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาโดยเร็ว
หลายวันต่อมา ลู่อี้และมู่ซืออวี่พาเซี่ยคุนและคนอื่น ๆ เดินทางไปยังเมืองหลวง
พวกเขาไม่ได้รีบร้อน แต่ก็ไม่ได้หยุดพักระหว่างทางเช่นกัน
ผ่านไปเดือนกว่า ๆ พวกเขาก็มาถึงเมืองหลวง
เมื่อมาถึงเมืองหลวง พวกเขาไปพบลู่เซวียนก่อน
บ้านที่ลู่เซวียนเช่าอยู่หลังไม่เล็กนัก ในเมืองหลวงซึ่งที่ดินแพงไปทุกตารางนิ้ว บ้านหลังนี้นับว่าเป็นสถานที่ที่คนมีกิจการของครอบครัวเท่านั้นที่สามารถเช่าได้
อันอี้หางก็อาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางการของลู่เซวียนค่อนข้างสบาย เขาไปรายงานตัวที่สำนักบัณฑิตหลวงทุกวัน เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็กลับมา
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้” ลู่เซวียนกระโดดลงมาจากรถม้า
“ใต้เท้าโปรดระวัง” ลู่อัน ผู้ติดตามร้องเสียงหลงอย่างตื่นตระหนก
“พวกท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อใด? เหตุใดไม่ส่งคนมาหาข้า?” ลู่เซวียนเอ่ยอย่างตื่นเต้น “บ่าวรับใช้ดูแลพวกท่านดีหรือไม่?”
“วางใจเถอะ บ่าวรับใช้เตรียมอาหารและน้ำอุ่นสำหรับอาบไว้ให้พวกเราแล้ว พวกเราไม่ละเลยตนเองเป็นแน่” มู่ซืออวี่เอ่ย “แต่เดี๋ยวพี่ชายของเจ้าจะเข้าไปกรมขุนนาง เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่นัก เจ้าพาเขาไปรายงานตัวเสียหน่อย”
เรื่องที่พวกเขาต้องเข้าเมืองหลวงนั้น ได้เขียนจดหมายมาบอกลู่เซวียนล่วงหน้าแล้ว ลู่เซวียนย่อมรู้ว่าเหตุใดลู่อี้จึงมาที่นี่
ลู่เซวียนทราบว่าเรื่องนี้สำคัญ หลังจากปรึกษากับลู่อี้ จึงพาเขาไปยังกรมขุนนาง
ในเมื่อลู่อี้มาถึงเมืองหลวงแล้วย่อมต้องไปแจ้งสถานการณ์ที่กรมขุนนางโดยเร็วที่สุด ส่วนเขาจะต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้เมื่อใดนั้น เจ้าหน้าที่กรมขุนนางจะมาแจ้งทีหลัง เขาที่เป็นเพียงขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งจะมีคุณสมบัติเข้าเฝ้าโดยตรงได้อย่างไร ต้องรอฮ่องเต้ส่งคนมาแจ้ง เขาจึงจะเข้าวังได้
มู่ซืออวี่ยามที่เกียจคร้านก็เกียจคร้าน นางได้แต่เตร็ดเตร่ไปทั่ว