ตอนที่ 532
บทที่ 532 นางเป็นบุตรสาวรองผู้บัญชาการศาลต้าหลี่
October 22, 2026
“องค์หญิง ผู้ดูแลเมิ่งมาแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมเฒ่าเอ่ยกับสตรีหน้าตางดงามที่เอนกายพักผ่อนอยู่มุมหนึ่ง
ฮูหยินอู่อันโหวลืมตาขึ้น แล้วอ้าปากหาวด้วยท่าทีเกียจคร้าน “เจ้ามาแล้วหรือ?”
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”
แม่นมเฒ่าเป็นคนที่ติดตามฮูหยินอู่อันโหวมาจากสกุลเดิม จึงเรียกนางว่า ‘องค์หญิง’ เสมอ ขณะที่ผู้อื่นล้วนเรียกนางว่าฮูหยิน
“แม่นม เอาของให้ผู้ดูแลเมิ่งดู” ฮูหยินอู่อันโหวกล่าว
แม่นมเฒ่านำกล่องใบหนึ่งออกมาจากห้องด้านใน นางเปิดกล่องใบนั้นออกแล้วนำกระโปรงฤดูหนาวออกมา บนกระโปรงฤดูหนาวมีขนสุนัขจิ้งจอกประดับอยู่ ทั้งสีและรูปแบบค่อนข้างเหมาะสมกับผู้สวมใส่วัยเยาว์
“นี่เป็นชุดที่ข้าซื้อมาตอนออกเรือน คนของข้าโง่เขลาเสียจนไม่แม้กระทั่งเห็นว่ามันถูกแมลงแทะ หากหมู่นี้ข้าไม่คิดถึงบ้านและหยิบมันขึ้นมาดู ข้าคงไม่รู้” ฮูหยินอู่อันโหวเอ่ย “ข้าค่อนข้างชมชอบฝีมือของเจ้า ข้าอยากให้เจ้าลองหาวิธีแก้ดู ชุดนี้ของข้ามีเพียงหนึ่งเดียวในโลก น่าเสียดายที่มันชำรุดเสียแล้ว”
“ผ้าชนิดนี้พิเศษยิ่งนัก”
“ไม่ผิด ผ้าชนิดนี้มีเพียงในอาณาจักรบ้านเกิดข้า ที่นี่ไม่มี”
“เช่นนั้น…”
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะหาวิธีได้” ฮูหยินอู่อันโหวเหลือบมองผู้ดูแลเมิ่ง “อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า”
ผู้ดูแลเมิ่งยังคงมองผ้าผืนนั้นอย่างลังเล เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ หากรับมาแล้ว เช่นนั้นก็ต้องกดหาวิธีซ่อมแซมให้ได้ ทว่าผ้าชนิดนี้พิเศษยิ่งนัก มันไม่ได้หาได้ง่ายดายเพียงนั้น
ขณะที่ผู้ดูแลเมิ่งไม่มั่นใจอยู่นั้น ฮูหยินอู่อันโหวก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา ถึงได้สังเกตเห็นแม่นางน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“แม่นางน้อย เจ้าก็มาจากหอซือเป่าเช่นกันหรือ?”
ลู่จื่ออวิ๋นได้ยินเสียงฮูหยินอู่อันโหวจึงเงยหน้าขึ้น
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”
“ผู้ดูแลเมิ่งช่างเลือกศิษย์ได้ดีจริง”
“ฮูหยินเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ สาวน้อยคนนี้ท่านเจ้าหอเลือกเป็นศิษย์ ศิษย์ของข้ามีงานอื่นติดพันไม่อาจมาได้ ข้าจึงพานางมาด้วยกันเจ้าค่ะ”
“แม่นางน้อย เจ้านั่งลงทานขนมเถอะ” ฮูหยินอู่อันโหวกล่าว “ผู้ดูแลของพวกเจ้าคิดช้านัก ปล่อยให้นางได้ค่อย ๆ ไตร่ตรองไป”
ผู้ดูแลเมิ่งค้อมคำนับ “ฮูหยินล้อเล่นแล้ว ในเมื่อฮูหยินไม่รังเกียจฝีมือต่ำต้อยของข้า แน่นอนว่าข้าย่อมยินดีรับใช้ฮูหยิน”
“ท่านน้า…” หานหว่านเอ๋อร์เหยียบลงบนผ้าเล็ก ๆ แล้ววิ่งเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธ์ที่ประดับอยู่บนใบหน้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางเข้ามาในห้องแล้วเห็นลู่จื่ออวิ๋น สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนไป นางเขม่นมองลู่จื่ออวิ๋นแล้วเอ่ยเสียงแหลม “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“พวกเจ้ารู้จักกันหรือ?” ฮูหยินอู่อันโหวเอ่ยถาม
“ท่านน้า นางคือนังเด็กเหม็นโฉ่ที่ไม่เห็นจวนอู่อันโหวของเราอยู่ในสายตาที่ข้าเอ่ยถึง” หานหว่านเอ๋อร์เดินไปข้าง ๆ ฮูหยินอู่อันโหว นั่งลงแล้วเอื้อมมือไปกอดแขนนาง
ผู้ดูแลเมิ่งขมวดคิ้ว
นางไม่นึกว่าลู่จื่ออวิ๋นจะมีปัญหากับคุณหนูหาน ไม่เช่นนั้นคงไม่พาอีกฝ่ายมาที่นี่
นิสัยใจคอของคุณหนูหานท่านนี้ห่างจากคำว่าดีไปไกลโข
ฮูหยินอู่อันโหวมองลู่จื่ออวิ๋น “ที่แท้เจ้าเป็นเจ้าของเรือนพักร้อนเหมยแดงหรือ?”
“ฮูหยินคำนี้กล่าวได้ไม่ถูกต้อง” ลู่จื่ออวิ๋นเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “เรือนพักร้อนเหมยแดงเป็นท่านพ่อที่มอบให้ท่านแม่ข้า ไม่เกี่ยวข้องกับข้า ข้าไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของ”
“สาวน้อย เจ้าไม่กลัวหรือ?” ฮูหยินอู่อันโหวเอ่ย “หากข้าระบายโทสะกับเจ้า วันนี้เจ้าคงได้รับความลำบากแล้ว”
“ฮูหยินงดงามเพียงนี้ ราวกับเทพธิดาลงมาจากสวรรค์ก็ไม่ปาน จะรังแกแม่นางน้อยคนหนึ่งได้อย่างไร? ท่านแม่ข้ากล่าวไว้ว่าความเมตตาออกมาจากจิตใจ ผู้คนที่จิตใจดีหน้าตาจะยิ่งงดงาม” ลู่จื่ออวิ๋นเอ่ย
“น่าสนใจ สาวน้อยอย่างเจ้าช่างปากหวานยิ่งนัก”
“ท่านน้า…” หานหว่านเอ๋อร์เห็นฮูหยินอู่อันโหวไม่ได้โกรธ อีกทั้งยังยิ้มให้นังเด็กเหม็นโฉ่คนนั้น ภายในใจยิ่งรู้สึกคับข้อง “เห็นได้ชัดว่านางดูถูกจวนอู่อันโหวเรา…”