ตอนที่ 541
บทที่ 541 เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม
October 22, 2026
ในตอนนั้นหร่วนฉีเป็นนักออกแบบมากพรสวรรค์ กับมู่ซืออวี่ก็นับได้ว่าเขาเป็น ‘วีรบุรุษร่วมทาง’ บัดนี้ ‘ร้านเพียงหนึ่งเดียว’ เปลี่ยนเจ้าของร้านคนใหม่ มู่ซืออวี่ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านคนใหม่นี้เป็นมือสมัครเล่นหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลังจากลอบสังเกตได้ระยะหนึ่งแล้ว พบว่าเจ้าของร้านคนใหม่รับผิดชอบเพียงแค่การขายเท่านั้น ไม่เห็นเขาคิดอะไรแปลกใหม่ออกมา
อย่างไรก็ตาม การออกแบบของช่างฝีมือที่อยู่เบื้องหลัง ‘ร้านเพียงหนึ่งเดียว’ ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน นับตั้งแต่พวกเขาปรากฏตัว ‘เรือนกรุ่นฝัน’ ก็ได้สูญเสียลูกค้าบางส่วนไป
“อาจารย์…” เฟิงเจิงเดินเข้ามาหา “วันนี้มีสองคำสั่งซื้อถูกยกเลิกขอรับ ข้าส่งคนไปสอบถามได้ความว่าลูกค้าสองรายนั้นถูก ‘ร้านเพียงหนึ่งเดียว’ แย่งชิงไปแล้วขอรับ”
“ไม่เป็นไร พวกเราไม่อาจเป็นเพียงรายใหญ่รายเดียวได้” มู่ซืออวี่เอ่ย “มีคู่แข่งก็ดีเช่นกัน พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องยกหางชี้ฟ้า ไม่รู้สึกถึงความกดดันแม้แต่น้อย”
เฟิงเจิงรู้สึกว่าที่เจ้านายกล่าวนั้นมีเหตุผล ทว่าเขายังคงรู้สึกหดหู่ใจ อย่างไรเสีย ผู้ใดบ้างไม่ชมขอบเงินมาก ๆ เล่า?
“อาจารย์ เรือนพักร้อนนอกเมืองเป็นอย่างไรบ้างแล้ว? ได้ยินว่าท่านตั้งใจจะออกแบบที่นั่นให้เป็นรีสอร์ต”
แม้เฟิงเจิงจะไม่รู้ว่า ‘รีสอร์ต’ คือสิ่งใด ทว่าเขาก็เข้าใจว่ามันเป็นกิจการใหญ่โต
“เสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว ที่เหลืออีกครึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ” มู่ซืออวี่เอ่ย “หากเจ้าสนใจ ข้าจะให้ต้าชุนกลับมาสักระยะ แล้วให้เจ้าไปทำงานแทนเขา?”
“ช่างเถิด ข้าคุ้นชินกับการจัดการร้านแล้ว เดิมทีรีสอร์ตก็เป็นความรับผิดชอบของพี่ต้าชุน เหตุใดข้าต้องไปทำงานเขาให้เสร็จด้วยเล่า?”
“คิดอะไรน่ะ? หมู่นี้ต้าชุนเหนื่อยล้าเล็กน้อย ข้าเพียงแค่อยากให้เขากลับมาพักไม่กี่วัน เจ้าไปทำแทนเขาสองสามวัน ให้เขาได้พักระยะหนึ่งแล้วค่อยกลับมาเถิด”
ขณะมู่ซืออวี่พูดคุยกับเฟิงเจิงเสร็จก็เดินออกมาข้างนอกเตรียมตัวจะออกจากร้าน นางเหลียวไปเห็นแม่นางน้อยคนหนึ่งกำลังเลือกเก้าอี้
นางหยุดฝีเท้า มองดูแม่นางน้อยผู้นั้น
“อาจารย์ รู้จักหรือขอรับ?” เฟิงเจิงลดเสียงลง
มู่ซืออวี่โบกมือแล้วเอ่ยว่า “เจ้าไปทำงานของเจ้าเถิด”
แม่นางน้อยยืนอยู่ตรงหน้าเก้าอี้สองสามตัวด้วยความลังเล
มู่ซืออวี่เดินเข้าไปหา แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “แม่นางต้องการซื้อเก้าอี้หรือ?”
เจียงอีเมิ่งเงยหน้าขึ้นก็เห็นสตรีรอยยิ้มงดงามผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้านาง
“ท่านเป็นผู้ดูแลที่นี่หรือ?” เจียงอีเมิ่งเอ่ย “ได้ยินว่าร้านพวกท่านมีเก้าอี้ที่ช่วยให้คนเอวไม่ดีลุกขึ้นได้ เป็นเก้าอี้แบบใดหรือ?”
มู่ซืออวี่ชี้ไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งในกอง
ทุกอย่างที่นี่มีป้ายราคากำกับ เจียงอีเมิ่งเห็นราคาของเก้าอี้ตัวนั้นได้ในแวบเดียว
“ข้าขอพบเถ้าแก่เนี้ยของพวกท่านได้หรือไม่?” เจียงอีเมิ่งหันกลับมาถามมู่ซืออวี่
“ต้องการต่อรองราคาหรือ?” มู่ซืออวี่เอ่ยถาม
เจียงอีเมิ่งสั่นศีรษะ “ข้าอยากจะพูดคุยกับนางสักหน่อย ตอนนี้ในมือข้าไม่มีเงินมากมายเพียงนั้น จะขอใช้แรงงานของข้าแลกเปลี่ยนกับเก้าอี้ตัวนั้นได้หรือไม่?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันราคามากน้อยเพียงใด?”
“เขียนไว้บนนั้นแล้ว สิบตำลึงเงิน”
“คนงานที่นี่ได้รับค่าแรงรายเดือนเพียงสองตำลึง”
“ข้ารู้จักเรือนกรุ่นฝัน สองตำลึงเงินที่ท่านเอ่ยถึงเป็นเพียงค่าแรงเบื้องต้น ที่นี่ยังมีระบบแบ่งรายได้เป็นสัดส่วนจากยอดขายอีกดัวย หากข้าขายได้มากก็จะยิ่งได้เงินมาก ข้ามั่นใจว่าข้าจะหาเงินจำนวนนี้ได้”
“น้ำเสียงของแม่นางน้อยค่อนข้างจริงจังทีเดียว” มู่ซืออวี่ยิ้มบาง ๆ “ข้ารู้สึกสงสัยเล็กน้อยแล้ว อยากรู้แล้วสิว่าเจ้าจะทำได้จริง ๆ หรือไม่ เช่นนั้นเจ้าก็รั้งอยู่ลองดูเถอะ!”
เจียงอีเมิ่งประหลาดใจระคนยินดี “จริงหรือ? แต่ ท่านคือ…”
“อืม ข้าเป็นเจ้าของที่นี่ ที่นี่ข้าพูดคำไหนเป็นคำนั้น” มู่ซืออวี่มองหญิงสาวตรงหน้า “เจ้าชื่อว่าอะไร?”
“ข้าน้อยแซ่เจียง นามว่าอีเมิ่งเจ้าค่ะ” เจียงอีเมิ่งเอ่ย “เจ้านายมอบโอกาสนี้ให้ข้า ข้าจะทำให้ท่านรู้ว่าท่านมองไม่ผิดเจ้าค่ะ”
มู่ซืออวี่ปล่อยเจียงอีเมิ่งให้เฟิงเจิงจัดการ
เฟิงเจิงคุ้นเคยกับเรื่องภายในร้านเป็นอย่างดี จึงจัดการมอบหมายงานให้เจียงอีเมิ่งทันที
“อาจารย์ ตอนนี้นับวันข้ายิ่งมองท่านไม่ออกแล้ว เหตุใดจึงรับแม่นางน้อยไม่รู้ที่มานี้ไว้เสียเล่า?” เฟิงเจิงบ่น
“วันนั้นข้าเห็นนางพูดคุยกับน้องหาน พวกเขาสองคนเข้ากันได้ดีทีเดียว คงเป็นสหายกระมัง! ยิ่งไปกว่านั้น เก้าอี้นั้นเห็นได้ชัดว่าออกแบบไว้เพื่อผู้เฒ่า นางจ้องมองมันเสียนาน สายตาเต็มไปด้วยความปรารถนาแต่กลับไม่มีกำลังซื้อ ข้าเพียงใช้อีกวิธีขายให้กับนางเพื่อแสดงน้ำใจเท่านั้น ดวงตาของนางใสกระจ่าง กิริยาท่าทีสุภาพ เห็นได้ชัดว่าได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี”