ตอนที่ 85
บทที่ 85 ไร้ยางอาย
October 22, 2026
เมื่อตื่นมาอีกครั้ง มู่ซืออวี่ก็กลับมามีเรี่ยวแรง รู้สึกสบายไปทั้งตัว
นางยืดตัวมองดูนกที่เดินไปมาบนกิ่งไม้ รู้สึกได้ว่าแม้สถานที่แห่งนี้จะแห้งแล้งแต่ก็ยังงดงาม
“อรุณสวัสดิ์!” มู่ซืออวี่ทักทายลู่ฉาวอวี่ขณะกำลังเดินออกมา
ลู่ฉาวอวี่ถือหนังสือในมือพลางกล่าวอย่างใจเย็น “ท่านพ่อเข้าไปในเมืองแล้ว”
“เขาเข้าไปทำอะไรในเมือง?” มู่ซืออวี่ทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายวัน ตอนนี้พอจะสู้หน้าลู่อี้ได้แล้ว
การดื่มในครั้งนี้ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไป หลังจากนี้นางจะไม่ดื่มอีก
“ข้าไม่รู้” หลังจากกล่าวจบ ลู่ฉาวอวี่ก็เข้าไปหาที่นั่งเพื่ออ่านหนังสือ
“ท่านแม่ เช้าแล้ว” ลู่จื่ออวิ๋นวิ่งมาจากด้านใน
“ระวังหน่อยสิ” มู่ซืออวี่คุกเข่าลงพลางคว้าตัวอีกฝ่ายไว้ “ข้าเห็นว่าเจ้ากำลังหลับสบายก็เลยไม่ได้ปลุกให้ตื่น”
“พอเห็นว่าท่านแม่เดินออกมา ข้าก็ไม่อยากนอนต่อแล้วเจ้าค่ะ” ลู่จื่ออวิ๋นลูบท้องของตน “ข้าหิวมาก ท่านแม่ วันนี้ท่านทำอะไรให้เรากินหรือ?”
“ไข่ม้วน ไข่ม้วนพร้อมด้วยผักแสนอร่อย น้ำจิ้มข้าก็ยังปรุงเองกับมือ รสเลิศเชียวล่ะ”
“ข้าต้องก่อไฟก่อน”
มู่ซืออวี่เอ่ยถามลูก ๆ ของนาง “วันนี้ข้าตื่นสาย มีคนขายเนื้อมาส่งเครื่องในหมู ตีนไก่และตีนเป็ดหรือไม่?”
“มี” ลู่ฉาวอวี่กล่าว “ตอนนั้นท่านพ่อยังไม่ได้เข้าไปในเมือง เขาจ่ายเงินไว้ให้ก่อนแล้วขอติดเกวียนวัวเข้าไปในเมือง”
“เราหาเงินได้เมื่อไหร่ เราจะซื้อเกวียนวัวด้วย” ถ้ารถม้าใช้งานไม่ได้ชั่วคราว ก็ต้องใช้เกวียนวัว แม้จะช้าแต่ก็ยังสามารถทำการขนส่งได้เช่นเดียวกัน
เกวียนและเกวียนวัวเป็นพาหนะที่เทียบได้กับรถยนต์ในสมัยปัจจุบัน เกวียนราคาถูก แต่เกวียนวัวราคาแพงหูฉี่
“จริงหรือ?” ลู่จื่ออวิ๋นกล่าวอย่างมีความสุข “เรากำลังจะมีเกวียนวัวงั้นหรือ?”
“ในไม่ช้าก็เร็วนี่แหละ” มู่ซืออวี่กล่าวด้วยความมั่นใจ “ข้าขอสัญญาว่าจะซื้อเกวียนวัวให้ได้ภายในหนึ่งปี จะได้พาอวิ๋นเอ๋อร์ไปนั่งเล่นชมวิว”
ลู่ฉาวอวี่จ้องมองหนังสือ ไม่เปล่งเสียงแม้แต่ประโยคเดียว
ทว่าหูของเขาได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่และลูกสาว ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง วาจาของทั้งสองอ่อนหวานราวกับน้ำผึ้งป่า ผู้เป็นแม่กล่าวราวกับมีหนทางอันสดใสอยู่ข้างหน้า ความหวังริบหรี่จึงเริ่มสว่างชัดเจนขึ้น
แสงแดดสาดส่องลงมาบนร่าง อบอุ่นพอ ๆ กับในหัวใจของเขาในตอนนี้
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ทั่วท้องฟ้าช่างสว่างสดใสงดงามเหลือเกิน
ขณะที่กำลังทำแป้งทอด เสียงของบุคคลผู้หนึ่งพลันดังขึ้น
“มาแล้ว มาแล้ว” มู่ซืออวี่โผล่ศีรษะออกมาจากห้องครัว “ฉาวอวี่ ไปเปิดประตูหน่อย”
ลู่ฉาวอวี่กำลังจะเดินไป แต่เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้เป็นแม่จึงหันเหลือบมองนาง “ข้าไม่ได้หูหนวก”
“ไม่น่ารักเอาเสียเลย” มู่ซืออวี่พึมพำ “เป็นเด็กเป็นเล็ก ใช้วาจาสามหาวถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่เพราะเป็นลูกข้าละก็ คงจะโดนฆ่าเฆี่ยนตีทั้งวี่ทั้งวัน”
“ผู้ใดจะตีท่านพี่หรือ?” ลู่จื่ออวิ๋นถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าน่ะสิ! ดูสิว่าเค้าใช้วาจาหยาบคายเพียงใด หากไม่ใช่เพราะรักและเอ็นดูใบหน้าอันงดงามของเขา ข้าคงตีเขาไปนานแล้ว” มู่ซืออวี่กล่าว
“ท่านพี่หน้าตางดงามเพราะได้มาจากท่านพ่อหรือเปล่านะ ทุกคนต่างบอกว่าพี่ชายของข้าคล้ายท่านพ่อ” ลู่จื่ออวิ๋นหัวเราะคิกคัก
“หนูน้อย เจ้าก็ดูเหมือนพี่ชายมาก เหมือนพ่อด้วย” มู่ซืออวี่วางสิ่งที่ทำอยู่ลง “ข้าจะออกไปดูสักหน่อย เจ้าเตรียมผักกับไข่ไว้ให้ข้าที”
ลานบ้านของตระกูลลู่มีขนาดใหญ่ ทว่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรถม้า
ลู่ฉาวอวี่ปิดประตู กั้นสายตาที่จับจ้องมาพร้อมเสียงซุบซิบ
“พี่เฟิงเจิง วันนี้มาช้ากว่าที่เคยนะ”
หมูตุ๋นที่ปรุงไว้ในหม้อส่งกลิ่นหอมโชยออกมาทั่วบริเวณ