ตอนที่ 260
บทที่ 260 พูดคุยยามค่ำคืน
October 22, 2026
บทที่ 260 พูดคุยยามค่ำคืน
“เป็นไปตามคาด แม่ทัพที่เคยลงสนามรบ มักจะพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ”
จวิ้นโส่วเองก็เคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน เขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะโต้ตอบ “ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์จะเหนื่อยมากจริง ๆ เช่นนั้นข้าก็จะไม่อ้อมค้อมแล้ว”
“เชิญจวิ้นโส่วพูดมาได้เลย”
ในชีวิตที่แล้วของเขา จินเฟิงเกลียดสำบัดสำนวนที่เป็นการชักแม่น้ำทั้งห้ามากที่สุด และเขาก็คร้านเกินกว่าจะเดาความหมายของคำพูดคนอื่น
หากยังอยู่ข้างนอก เขาจะยอมให้ความร่วมมือกับจวิ้นโส่วเพื่อเป็นการไว้หน้าอีกฝ่าย
แต่ในที่นี่ตอนนี้ มีเพียงเขาและจวิ้นโส่วสองคนเท่านั้น จินเฟิงไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะใช้เวลาไปกับการพูดพล่ามของคนตรงหน้า
เพราะหากยังพอมีเวลาเหลือ เขาเองก็อยากที่จะกลับไปหยอกล้อกับถังเสียวเป่ยมากกว่า
“ท่านอาจารย์น่าจะรู้จักตัวตนของโจวเหวินเหยวียนแล้วใช่หรือไม่?” จวิ้นโส่วถาม
“ข้ารู้ว่าเขามาจากตระกูลโจวในเมืองหลวง ว่ากันว่าเขามีสถานะอยู่บ้างในตระกูลโจว”
“ในเมื่อท่านอาจารย์ทราบเรื่องนี้แล้ว เหตุใดยังขอให้ข้าออกหนังสือปิดประกาศจับเล่า?”
จวิ้นโส่วกล่าวเพียงว่า “ตราบใดที่ผู้กระทำผิดหลักถูกจับได้ โจวเหวินเหยวียนก็เป็นเพียงคนที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร โปรดฟังคำแนะนำของข้าและหยุดติดตามเรื่องนี้เถิด ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ใต้เท้าจวิ้นโส่ว เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เพียงแค่ข้าเอ่ยปากก็จะจบอย่างนั้นหรือ?”
จินเฟิงกล่าวว่า “หากข้าไม่ตามคดีนี้ต่อ โจวเหวินเหยวียนจะไม่ถูกดำเนินคดีหรือ?”
อันที่จริงเขารู้มานานแล้วว่า เป็นไปไม่ได้ที่จวิ้นโส่วจะออกหนังสือจับกุมโจวเหวินเหยวียน ชายหนุ่มเพียงต้องการทดสอบทัศนคติของจวิ้นโส่วผู้นี้เท่านั้น
และตอนนี้เขาก็รู้ผลแล้ว
จวิ้นโส่วผู้นี้แก่ชราเกินไปจริง ๆ และไม่มีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ บางทีเขาอาจแค่อยากทำงานเงียบ ๆ จนกว่าจะเกษียณ
“เรื่องนี้ท่านอาจารย์วางใจได้เลย เจ้าได้ทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหล่าทหารผู้เสียสละแล้ว ข้าจะให้การสนับสนุนท่านอาจารย์อย่างเต็มที่”
จวิ้นโส่วกล่าวอย่างมั่นใจ “เย็นวันนี้ข้าจะเขียนหนังสือรายงานต่อราชสำนักเพื่อลงโทษโจวเหวินเหยวียน และเขาจะไม่กล้ากลับมาเหยียบที่กวางเหยวียนอีก”
ในความเป็นจริง จวิ้นโส่วเองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับจินเฟิง เพราะพฤติกรรมของโจวเหวินเหยวียน เหมือนกับการเหยียบหน้ากัน หากเขาปล่อยไป ไม่เพียงแต่เขาจะกลายเป็นตัวตลกในแวดวงราชการเท่านั้น แต่อาจถูกดูหมิ่นดูแคลนด้วย จากนั้นทุกคนก็จะมารังแกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
จวิ้นโส่วจึงต้องออกหนังสือและเรียกร้องให้มีการลงโทษโจวเหวินเหยวียนเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง
ส่วนทางราชสำนักจะจัดการอย่างไรนั้น นั่นไม่ใช่เรื่องของเขา…
สำหรับโจวเหวินเหยวียน หลังจากสร้างหายนะครั้งใหญ่นี้ มันคงแปลกไปหน่อยถ้าตระกูลโจวยอมให้เขาออกมาทำตัวกร่างอีก
เพราะสุดท้ายอย่างไรจวิ้นโส่วก็ต้องส่งเรื่องร้องเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ทำดีกับจินเฟิงไว้ก่อนดีกว่า
“เช่นนั้น ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าจวิ้นโส่วมาก”
การที่จินเฟิงพูดถึงโจวเหวินเหยวียนเพียงเพราะเขาต้องการหยั่งเชิงเท่านั้น
ในเมื่อจวิ้นโส่วเต็มใจที่จะจัดการปัญหาก็นับว่าเป็นเรื่องดี
“เรื่องนั้นเราปล่อยไปก่อนเถิด ท่านอาจารย์รอฟังข่าวจากข้าได้เลย”
จวิ้นโส่วรินชาให้จินเฟิงและเอ่ยถามทันที “ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์คิดอย่างไรกับโจวฉางหลินหรือ?”
“โจวฉางหลิน?”
จินเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย
เมื่อครู่ยังพูดถึงโจวเหวินเหยวียนอยู่ดี ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้โยงไปถึงโจวฉางหลินได้?
แม้ว่าคนทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่นี่ก็เป็นการเปลี่ยนเรื่องที่เร็วไปหน่อยกระมัง
“อย่าบอกนะว่า ท่านอาจารย์ไม่รู้ว่าโจวฉางหลินเป็นใคร?”