ตอนที่ 155
บทที่ 219
October 22, 2026
ทะลุมิติไปเป็นชาวสวนแม่ลูกสาม – บทที่ 219 เนื้อร้อยชั่ง บทที่ 219 เนื้อร้อยชั่ง โดย EnjoyBook บทที่ 219 เนื้อร้อยชั่ง
หลังกินอาหารกลางวันที่บ้านของซูต้าหลินกับโจวเสี่ยวเม่ยแล้ว หลินชิงเหอก็พาเด็ก ๆ ไปดูหนัง
เมื่อเห็นว่าซูเฉิงกับซูสวิ่นน้อยเอ่ยลาอย่างมีความสุขโดยไม่มีท่าทางลังเลใด ๆ ซูต้าหลินจึงเอ่ยความเห็นขึ้นมา “พวกเขา….สนิทกับคุณป้….า….สี่ของพวก….เขาจริง ๆ นะ”
“แน่อยู่แล้วล่ะค่ะ พี่สะใภ้สี่ดูแลพวกเขาดีจะตาย” โจวเสี่ยวเม่ยตอบ
“พี่สะใภ้สี่….ใจดีจริง ๆ นะ…ครับ ผะ…ผมเห็นว่าหล่อน….ดูแลเด็ก ๆ ได้ไม่ต่างจากเจ้าใหญ่…ละ…และน้อง ๆ เลย” ซูต้าหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พี่สะใภ้สี่เป็นคนแบบนี้ล่ะค่ะ ต่อให้เธอไม่ได้ช่วยดูแลหรือเห็นด้วยที่จะดูแลพวกเขา เธอก็ไม่เลือกปฏิบัติหรอกค่ะ” โจวเสี่ยวเม่ยบอก
ซูต้าหลินยิ้มกริ่ม เขารับรู้อยู่ในใจแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะเต็มใจให้เจ้าใหญ่ผู้เป็นหลานของเขามาอยู่อาศัยที่บ้านของพวกเขาเหรอ?
เขาย่อมรู้สึกอยากตอบแทนบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ
การเป็นญาติกันเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ร้องขอหรือยกให้แบบพร่ำเพรื่อ เป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพากันอยู่แล้ว
หลินชิงเหอไม่สนใจเรื่องนี้ เธอพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเล่นอย่างมีความสุขหนึ่งวันเต็ม พวกเขาทั้งดูหนัง กินถังหูลู่ จากนั้นก็ซื้อแตงโมกลับไปที่บ้าน
พอท่านแม่โจวรู้ว่าวันนี้เธอพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยมลูกสาวคนเล็กของนาง นางก็ถามขึ้นมา “เสี่ยวเม่ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
“อยู่ดีมีสุขมากค่ะ หล่อนเหมือนจะถูกน้องเขยตามใจแบบสาวน้อยคนหนึ่งเลย ครั้งนี้ฉันไปหา หล่อนก็บอกฉันแบบอาย ๆ ว่าคนนี้เป็นคนสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้หล่อนจะไม่คลอดลูกอีกแล้วค่ะ” หลินชิงเหอบอก
ท่านแม่โจวเอ็ดด้วยรอยยิ้ม “นังเด็กตัวเหม็นคนนี้นี่ ไม่รู้ว่าหล่อนไปมีความคิดแบบนี้มาจากไหน ตอนยังสาวก็คลอดลูกให้เยอะ ๆ เข้าไว้สิ แก่ตัวไปในอนาคตก็ไม่มีโอกาสได้คลอดลูกแล้ว ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่ว่าหล่อนรับมือไม่ไหวสักหน่อย”
ตอนนี้เงินเดือนของซูต้าหลินเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยแล้ว จาก 30 หยวนต่อเดือนเป็นเกือบ 40 หยวนต่อเดือน
เงินเดือนของโจวเสี่ยวเม่ยก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็นเกือบ 20 หยวนต่อเดือน
แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็เป็นพนักงานธรรมดา ไม่ได้มีตำแหน่งดีเหมือนกับซูต้าหลิน
ทว่าเมื่อรวมเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นของคนทั้งคู่แล้ว มันก็เป็น 60 หยวน
ในยุคนี้หากครอบครัวหนึ่งมีรายได้จำนวนเท่านี้ในทุกเดือน ก็จัดว่าเป็นคุณภาพชีวิตที่หรูหราเลยทีเดียว
ขนาดผู้คนในชนบทยังสามารถเลี้ยงดูลูกจำนวนมากมายได้ ไม่ต้องพูดถึงคนที่มีรายได้สูงขนาดนั้นเลย
“หลังคลอดลูกแล้วก็จะเท่ากับมีลูก 3 คน หากเสี่ยวเม่ยไม่อยากจะมีลูกอีก คุณแม่ก็อย่าตำหนิหล่อนเลยค่ะ”หลินชิงเหอบอก
“สามคนถือว่าไม่น้อย แต่ก็ไม่เยอะเหมือนกัน ต้าหลินได้สืบทอดกิจการแบบนี้แล้ว มีลูกเยอะขึ้นก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ” ท่านแม่โจวตอบ
“ตอนนี้พวกเขามีลูกชาย 2 คนแล้ว และถ้าคนนี้เป็นผู้หญิง ก็จะมีทั้งลูกชายลูกสาวครบพอดี หากเป็นผู้ชาย ก็เท่ากับพวกเขาจะมีลูกชาย 3 คน คุณแม่ปล่อยให้พวกเขาสองคนคุยกันเองเถอะค่ะ” หลินชิงเหอชี้แจง
“อืม” ท่านแม่โจวพยักหน้า นางไม่คิดที่จะเข้าไปแทรกแซง “ฉันทุบแล้วก็ผ่าไส้พุงปลาไหลนาพวกนั้นแล้วนะ”
“งั้นฉันเอาไปตุ๋นกับผักดองนะคะ” หลินชิงเหอพยักหน้า
เธอลงมือทำอาหาร มีปลาไหลนาตุ๋นกับผักดอง ซุปมะเขือเทศกับไข่คน กะหล่ำปลีผัด และหมูสามชั้นผัดถั่วพุ่ม
เมื่อโจวชิงไป๋กับคนอื่น ๆ กลับมาถึง ทั้งครอบครัวก็เริ่มกินอาหารเย็น
วันต่อมาหลินชิงเหอมาเยี่ยมเม่ยเจี่ย หลังเม่ยเจี่ยพาเธอเข้ามาในบ้านแล้วหล่อนก็กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงร้อนรน “น้องสาว บรรยากาศในเมืองช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
“ตอนนี้ปกติดีค่ะ ความวุ่นวายในปีนี้เมื่อก่อนหน้านี้ถือว่ารุนแรงอยู่ แต่ตอนนี้มันสงบมากแล้วค่ะ” หลินชิงเหอตอบ เห็นเม่ยเจี่ยมีท่าทางแบบนี้ เธอก็ลดเสียงลง “เม่ยเจี่ย เกิดอะไรขึ้นในโรงเชือดหรือเปล่าคะ?”
“มีอยู่ล่ะ แต่ไม่รู้ว่าน้องสาวจะรับไหวหรือเปล่านะ” เม่ยเจี่ยกระซิบ
“เยอะขนาดไหนเหรอคะ?” หลินชิงเหอถามขณะมองดูหล่อน
“40 ชั่ง เป็นเนื้อชั้นยอดกับเนื้อชั้นรองทั้งนั้นเลย” เม่ยเจี่ยจ้องมองเธอแล้วเอ่ยตอบ
“มากขนาดนั้นเชียว?” หลินชิงเหอเอ่ยอย่างประหลาดใจ “อย่าบอกนะคะว่าเป็นเนื้อจากหมูที่ตายเอง”