ตอนที่ 422
บทที่ 486 ซินแสที่วัดซานเสิน
October 22, 2026
บทที่ 486 ซินแสที่วัดซานเสิน
เป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับหลินชิงเหอและโจวชิงไป๋ที่จะได้เดินทางมาที่นี่ด้วยกัน การมีรถเป็นของตัวเองช่วยอำนวยความสะดวกยามต้องการเดินทางท่องเที่ยวขึ้นมามากจริง ๆ
การได้แช่ตัวในน้ำพุร้อนและชื่นชมกับทิวทัศน์จัดเป็นวิถีแห่งการดื่มด่ำชีวิต
“ฉันได้ยินมาว่ามีวัดซานเสิน(1)อยู่บนยอดเขาตรงนั้นน่ะค่ะ ศักดิ์สิทธิ์มากด้วย เราไปสวดมนต์ขอพรกันดีไหมคะ?” หลินชิงเหอถามโจวชิงไป๋
ในช่วง 2 ปีหลังมานี้ สิ่งที่เคยทำในอดีตเหล่านี้เริ่มกลับมาปรากฏให้เห็นขึ้นอีกครั้ง อย่างเช่นการไปขอพรที่วัดบนภูเขา
“ครับ” โจวชิงไป๋ก็เต็มใจไปเช่นกัน
ควันธูปและเทียนในวัดซานเสินแห่งนี้ลอยตลบอบอวลไปหมดจากตัววัดที่ถูกสร้างอยู่บนยอดเขาสูงชัน
มันต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินจากตีนเขาขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่ระยะทางที่ใกล้เลย
กระนั้นก็ยังเจอผู้คนระหว่างทางเป็นจำนวนไม่น้อย หลาย ๆ คนเป็นคนในวัยหนุ่มสาว
หลินชิงเหอได้ยินหญิงสาวคนหนึ่งพูดว่า “ซินแสบอกว่าพวกเราไม่ใช่เนื้อคู่กันและต่อไปจะต้องเลิกกันอย่างแน่นอน ฉันรู้สึกใจไม่ดีเลยค่ะ”
ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ หล่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่ให้เชื่อเรื่องพวกนี้ยังไงล่ะ? เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นของพวกศักดินาเก่า ตอนนี้สังคมไปถึงไหนแล้ว? เธอยังจะยอมจ่ายเงิน 2 เหมาดูดวงชะตาอีก คำทำนายไม่มีอะไรดีสักอย่างเดียว”
“ฉันเห็นเขามีความสามารถนี่ค่ะ เขาทำนายแม่นนะคะเรื่องคุณป้าคนนั้น” หญิงสาวกล่าว
“ทำนายแม่นอะไรกัน? บางทีเขาอาจจะจ้างมาแสดงให้ดูก็ได้” ชายหนุ่มพูดอย่างฮึดฮัด
ทั้ง 2 คนโต้เถียงกันในระหว่างที่พวกเขาเดินลงเขา หลินชิงเหอเลิกคิ้วขึ้น ในเวลานี้มีซินแสที่สามารถทำนายได้จริงหรือ? ซินแสที่อยู่ตามท้องถนนในยุคต่อ ๆ มาส่วนใหญ่ล้วนใช้ทักษะและกลยุทธ์ในการหลอกลวง ผู้คนต่างยอมใช้เงินเพื่อจะซื้อคำทำนายดี ๆ ไม่กี่คำ
หลินชิงเหอไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก เช่นเดียวกันกับโจวชิงไป๋ ทั้งคู่เดินขึ้นเขากันจนเหงื่อออก
“ถ้าที่นี่อยู่ใกล้กับบ้านเรานะคะ ฉันจะมาเดินขึ้นเขาทุกอาทิตย์เลยละค่ะ” หลินชิงเหออดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้
พืชพรรณบนภูเขานั้นอุดมสมบูรณ์มาก ยิ่งไปกว่านั้นบันไดที่ใช้เดินขึ้นทำมาจากหิน ทำให้การเดินขึ้นเขาไม่ได้ยากอะไรนัก แต่ก็ยังเหนื่อยมาก ทว่าพอไปถึงบนยอดเขาแล้ว พวกเขาก็รู้สึกสดชื่นมาก
ทิวทัศน์จากบนยอดเขานั้นวิเศษมาก บนนั้นมีกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างหนาแน่นและสถานที่ก็มีเอกลักษณ์ที่ดีเยี่ยม มันงดงามยิ่งกว่าภูเขาและแม่น้ำธรรมดา ๆ ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกปลอดโปร่ง
ทั้งคู่เข้าไปไหว้พระด้วยกัน ทางด้านหน้ามีสถานที่ที่จัดไว้ให้สวดมนต์อยู่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ โจวชิงไป๋ไม่ได้เข้าไปจึงรออยู่ทางด้านนอก
เขาเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ แต่ไม่ได้ไปไหนไกลนัก ภรรยาของตนยังสามารถมองเห็นตนได้ทันทีที่เธอเดินออกมา
“หือ?” ชายชราผู้หนึ่งสังเกตเห็นโจวชิงไป๋แล้วก็รีบเดินรี่เข้ามาหาในทันที เขามองที่โจวชิงไป๋อย่างสำรวจตรวจตรา
โจวชิงไป๋เหลือบมองไปที่เขาแล้วถามว่า “คุณลุง มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ถูก” ชายชราจ้องไปที่ใบหน้าของเขาพลางพูดพึมพำ “จากโหงวเฮ้งใบหน้าของเธอแล้ว เธอไม่น่าจะเป็นคนอายุยืนได้เลยนี่น่า เมื่ออายุเท่านี้ ร่างกายของเธอควรจะเสื่อมถอยจากความเจ็บป่วย เธอยังดูสุขสบายดีแบบนี้ได้ยังไงกัน?”
โจวชิงไป๋ขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปที่เขา “คุณลุงเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?”
เจ็บป่วยอะไร? สุขภาพของเขาแข็งแรงดี เขาตรวจร่างกาย 2 ครั้งต่อปี ภรรยาของเขาเป็นคนพาเขาไปตรวจด้วยกัน
ถึงแม้อายุของเขาจะมากขึ้น แต่สภาพร่างกายไม่ได้ด้อยไปกว่าคนหนุ่มสาวเลย!
“ฉันไม่ได้เข้าใจผิด โหงวเฮ้งใบหน้าเธอเป็นคนไม่มีโชค ลูกชายของเธอก็จะมีจุดจบที่ไม่ดีนักหรอก” ชายชรากล่าวพร้อมกับมองไปที่เขา จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้งแล้วกล่าวต่อว่า “บอกวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากของเธอมา ฉันจะคำนวณดูว่ามันผิดพลาดตรงไหน”
ใบหน้าโจวชิงไป๋มืดทะมึนไปแล้ว “เหลวไหล ลูกชายของผมสบายดี ทุกคนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย!”
“บอกวันเวลาตกฟากของเธอมา ฉันจะไม่คิดเงินเธอหรอก” ชายชรากล่าว
โจวชิงไป๋ไม่อยากจะคุยกับเขาอีก แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของชายชราผู้นี้แล้ว เขาดูไม่เหมือนพวกนักต้มตุ๋น เพราะหากเป็นนักต้มตุ๋น ใครจะพูดแบบนั้นล่ะ?
ดังนั้นโจวชิงไป๋บอกวันเวลาตกฟากของตนไป