ตอนที่ 579
บทที่ 643 มีชีวิตที่อยู่ดีกินดี
October 22, 2026
บทที่ 643 มีชีวิตที่อยู่ดีกินดี
เมื่อเห็นอย่างนั้น ผู้เฒ่าเจียงกับยายเฒ่าเจียงก็พากันเอ่ยชมไม่หยุดปาก
“บ้านใหญ่ระดับนี้เกรงว่าจะราคาไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ?” เซวียเหม่ยลี่ลดเสียงลงต่ำ
หลินชิงเหอหัวเราะ เธอไม่ได้พูดราคาอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแค่พยักหน้า
บ้านสองวงระดับนี้ ต่อให้มีเงินห้าแสนก็ซื้อไม่ได้แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเพียงปี 88 ก็ตาม
หากซื้อเฉพาะตัวเรือนวงที่สอง มันก็จะมีมูลค่าถึง 300,000 หยวน ไม่ต้องพูดถึงเรือนสี่ประสานเต็มวงอันกว้างขวางและน่าอยู่แบบนี้เลย ราคาของมันจะต้องอยู่ในระดับที่ไม่สามารถเอื้อมถึงอย่างแน่นอน
อย่างน้อยหลายปีมานี้แม้ว่าหลินชิงเหอกับโจวชิงไป๋จะซื้อบ้านหลังอื่นจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถเทียบเท่าเรือนสี่ประสานสองวงนี้ได้ ซึ่งบ้านเหล่านั้นกลายเป็นของธรรมดาไปเลย
เรือนสี่ประสานแบบนี้ยากมากที่จะพบเห็นมัน
เซวียเหม่ยลี่พูดด้วยรอยยิ้ม “ถึงว่าทำไมเสี่ยวเกิงถึงไม่อยากกลับบ้านแล้ว ที่แท้เขาก็ได้อยู่บ้านใหญ่แบบนี้นี่เอง ถ้าเปลี่ยนเป็นฉัน ฉันก็ไม่อยากกลับเหมือนกัน”
“ฉันต้องดูแลคุณเหม่ยลี่แล้วก็เหล่าเจียงกับเสี่ยวอวี๋อยู่แล้วค่ะ แต่ฉันคงไม่กล้าให้เธออยู่ที่นี่นานได้ ไม่อย่างนั้นเหล่าเจียงได้พาลูกสาวมาจัดการฉันที่นี่แน่ แต่คุณลุงคุณป้าจะรีบกลับไปเลยก็ได้ หรือจะอยู่ที่นี่นานหน่อยก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน” หลินชิงเหอพูด
หลังจากเดินเล่นชมบ้านเสร็จแล้วพวกเธอก็กลับมากินข้าวเช้า มีโจ๊กกระดูกหมูเม็ดบัว ซาลาเปา และก็น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ อยากกินอะไรก็เลือกเองได้เลย
โจวกุยหลายเองก็ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว อุ้มน้องสาวของเขามากินอาหารเช้าด้วยกัน
หลังจากกินเสร็จ แต่ละคนก็แยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง หลินชิงเหอให้เจ้าสามขับรถพาเซวียเหม่ยลี่และผู้เฒ่าทั้งสองไปเที่ยวเล่น ส่วนเธอก็อยู่ที่บ้านทำงานแปลต้นฉบับที่ได้รับมาล่าสุด เธอไม่อยากเอามันไปด้วยตอนลงใต้ ซึ่งเธอไปที่นั่นถึงครึ่งเดือน ก็ควรต้องนำต้นฉบับไปส่งก่อนจึงจะได้ไม่ล่าช้า
ให้เจ้าสามรับแขกไปย่อมไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน
ทั้งเช้าวันนั้นเจ้าสามก็พาเซวียเหม่ยลี่กับผู้เฒ่าทั้งสองไปเอ้อระเหยรอบหนึ่ง
เซวียเหม่ยลี่ไม่เคยมาปักกิ่งมาก่อน ส่วนตาเฒ่าและยายเฒ่าเจียงเคยมาเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว แต่ 2 ปีมานี้ปักกิ่งพัฒนาอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงไปก็มาก
หลังเสร็จจากการเดินเที่ยวแล้ว เซวียเหม่ยลี่ก็มาหาหลินชิงเหอ ส่วนผู้เฒ่าเจียงและยายเฒ่าเจียงก็แวะไปบ้านของท่านพ่อท่านแม่โจวเสียหน่อย
คนแก่อย่างพวกเขานั้นมีเรื่องให้พูดเยอะเชียวล่ะ
เมื่อท่านแม่โจวเห็นว่าเป็นพวกเขามาหาก็ดีใจมาก “ครั้งก่อนมาไม่กี่วันก็กลับแล้ว เพราะว่าเจ้าสี่อยู่ที่นั่นฉันเลยไม่ได้ห้ามพวกคุณ มาคราวนี้ก็อยู่นาน ๆ หน่อยสิคะ เรือนสี่ประสานนั่นกว้างขว้างมากอยู่ได้สบายเชียว”
“พี่สาวนี่ดูเด็กกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วอีกนะคะ พลังงานแบบนี้ฉันเห็นแล้วก็อิจฉาค่ะ” ยายเฒ่าเจียงประคองมือของนางแล้วยิ้มพูด
ท่านแม่โจวรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองยิ่งนานวันยิ่งเด็กลงเช่นกัน นี่ต้องยกความดีความชอบให้กับการไปรำพัดที่สวนสาธารณะทุกเช้า แล้วก็เรียนร้องงิ้วต่าง ๆ ถ้าไม่ได้ทำแบบนี้นางจะยิ่งเด็กลงไหมนะ?
ผู้เฒ่าเจียงก็ไปนั่งเล่นหมากรุกกับท่านพ่อโจวแล้ว ผู้เฒ่าหวังก็นั่งดูอยู่ข้าง ๆ อยู่ที่นี่พูดคุยอย่างมีความสุข ตอนเที่ยงก็ไม่ได้ไปกินข้าวที่เรือนสี่ประสาน แต่กินข้าวเสียที่นี่เลย
ส่วนที่เรือนสี่ประสานนั้น เซวียเหม่ยลี่ยิ้มและพูดว่า “พวกคุณมีคนอยู่ที่นี่เยอะ คึกคักดีนะคะ ไม่เหมือนกับพวกฉันที่โน้น ที่อยู่ห่างกับบ้านคุณปู่ของเสี่ยวเกิง ส่วนมากก็ได้เจอกันวันเทศกาลต่าง ๆ วันปกติน้อยมากที่จะเดินไปหา”
“เมื่อก่อนที่อะพาร์ตเมนต์ตรงนั้นน่ะคึกคักสุดค่ะ ตอนนั้นยังเป็นเด็กสาวเด็กหนุ่มยังไม่ได้แต่งงาน มาตอนนี้เงียบยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีกค่ะ แต่ละคนต่างก็แต่งงานมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว” หลินชิงเหอพูด
“นั่นก็ควรต้องเป็นอย่างนั้น นกพอเติบใหญ่ก็ต้องออกจากรัง ใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองได้ด็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว” เซวียเหม่ยลี่พูด
หลินชิงเหอยิ้ม “ในที่สุดคุณก็เข้าใจแล้วสินะคะ ก่อนหน้านี้ยังทำใจจากเสี่ยวเกิงไม่ได้อยู่เลย”