ตอนที่ 167
ตอนที่ 167 หนังสือหย่าใบนั้นข้ากินเข้าไปแล้ว
September 20, 2026
มู่หรงฉีไม่ได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่รีบตรงไปที่ประตูจวนเพื่อต้อนรับพี่เขยของตัวเอง
ประตูจวนเปิดออกกว้าง มีรถม้าสามคันจอดอยู่ที่ตรงประตู เหลิ่งชิงเฮ่อรออยู่ที่บันไดทางเข้าตรงประตูจวน เมื่อเห็นมู่หรงฉีก็แสดงความเคารพทักทายตามมารยาท
มู่หรงฉีเลิกแขนเสื้อขึ้น “พี่ใหญ่มาพอดีเลย รีบเข้ามาข้างในเถอะ”
หลังจากเหลิ่งชิงเฮ่อได้กินยาบำรุงร่างกายและพักผ่อนอย่างเต็มที่หลายวัน สีหน้าจึงดูดีขึ้นมาก ไม่ได้มีสีหน้าเหมือนคนป่วยและดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงอีกต่อไป ดูโดยรวมเหมือนบุรุษที่มีราศีขึ้นมา ผิวพรรณละมุนละไมมีน้ำมีนวลขึ้น
“มิบังอาจรบกวนท่านอ๋อง ผู้น้อยอยู่ตรงนี้รอน้องสาวก็ได้แล้วขอรับ”
มู่หรงฉีกระแอมไอเบาๆ “พี่ใหญ่ทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“น้องสาวของกระหม่อมมีนิสัยดื้อรั้นและแข็งกระด้าง ช่วงเวลาที่แต่งงานเข้ามาอยู่ในจวนอ๋องก็เอาแต่สร้างปัญหาให้กับท่านอ๋องตลอด สองใจไม่ตรงกันจึงยากที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้ต่างคนต่างกลับไปอยู่คนละทางเหมือนเช่นเดิม แก้ปมที่ขัดแย้งระหว่างกันออกก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดขอรับ”
มู่หรงฉีเหล่ตามองด้วยความประหลาดใจ “พี่ใหญ่ได้ยินข่าวลือมาจากที่ใดกันหรือ? ถึงได้เอ่ยพูดที่ว่าต่างคนต่างเดินทางของตนเองเช่นนี้ได้?”
เหลิ่งชิงเฮ่อขมวดคิ้วอย่างสงสัย “สองวันมานี้มีแม่สื่อทยอยมาที่หน้าจวน เพื่อมาเสนอเรื่องการแต่งงานของน้องสาว ตอนแรกรู้สึกว่าช่างเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี เกรงว่าคงมีคนกำลังพูดจาไร้สาระปั้นน้ำเป็นตัวสร้างข่าวไม่ดีขึ้น แต่เมื่อวานข้าเจอกับหลิงกวนเอ๋อร์เข้า จึงได้ซักถามอย่างละเอียดถึงรู้ว่าเป็นเรื่องจริง
ในเมื่อหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ถ้าเช่นนั้นหากให้น้องสาวอยู่ในจวนอ๋องต่อไปจะทำให้คนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ไม่ดีได้ และยังทำให้พระชายารองที่อยู่ในจวนไม่ชอบใจ ดังนั้นคิดว่ามารับกลับจวนมหาเสนาบดีจะดีกว่าขอรับ”
“ไม่มีเรื่องเช่นนี้อย่างเด็ดขาด” มู่หรงฉียืนหยัดอย่างหนักแน่น “ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่จงใจทำเช่นนี้ ช่างพูดจาไร้สาระ ยิ่งนัก หากพี่ใหญ่ไม่เชื่อสามารถเข้าไปในจวนเพื่อสอบถามชิงฮวนซึ่งๆหน้าได้”
เหลิ่งชิงเฮ่อมีความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแหวกชุดขึ้น แล้วก้าวเดินตามมู่หรงฉีเข้าไปในจวนอ๋อง มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนฉาวเทียน
ภายในเรือนมีสัมภาระที่จัดเก็บเอาไว้อย่างเรียบร้อย
เหลิ่งชิงฮวนได้ยินข่าวจึงออกมาต้อนรับเหลิ่งชิงเฮ่อและเชิญเข้าไปข้างในห้อง มู่หรงฉีก็ตามเข้าไปด้วยโดยไม่ต้องเชิญ
“พี่ใหญ่มาได้จังหวะพอดีเลย กำลังจะส่งคนไปรายงานที่จวนให้ทราบอยู่เลย ท่านอ๋องหย่าขาดกับข้าแล้ว อาจจะต้องกลับไปพักที่จวนมหาเสนาบดีชั่วคราวสักสองวันก่อนนะเจ้าค่ะ”
เหลิ่งชิงเฮ่อชำเลืองมองมู่หรงฉีที่อยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง “แต่ท่านอ๋องบอกกับข้าว่าพวกเจ้าสองคนรักกันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
เหลิ่งชิงฮวนส่งเสียงฮึกฮักเบาๆ “หนังสือหย่าก็เขียนมาแล้ว ยังคิดจะยึกยักอีกหรือเพคะ?”
มู่หรงฉีเบิกตากว้างและพูดออกมาลอย ๆ “ข้าไปเขียนหนังสือหย่าตอนไหนกัน?”
“จะต้องให้หม่อมฉันเอาออกมาให้ดูใช่หรือไม่?”
“หากเจ้าสามารถเอาออกมาได้ ข้าจะกินมันต่อหน้าพี่ใหญ่เลยค่อยดู”
เหลิ่งชิงฮวนยิ้มอย่างเย้ยหยัน และหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องด้านใน และหยิบหนังสือหย่าออกมาจากแหวนนาโน จากนั้นก็เดินกลับออกมากางออกต่อหน้าทั้งสองคน “อย่างไรเล่าท่านอ๋อง ยังจะกล้าไม่ยอมรับอยู่อีกหรือ?”
มู่หรงฉีเอียงศีรษะมองเล็กน้อย ทันใดร่างกายก็มีเหงื่อไหลออกมาทั้งตัว “เป็นไปได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่า...”
เขากลืนคำพูดที่จะเอ่ยออกไปช่วงท้ายอย่างชาญฉลาด
เหลิ่งชิงฮวนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย มองเขาอย่างมีเลศนัย “ไม่ใช่ว่าอะไรงั้นหรือ?”
ไม่ใช่ว่าถูกโยนทิ้งลงไปในน้ำแล้วงั้นหรือ ข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเจ้าเอาหนังสือหย่าไว้ในแขนเสื้อติดตัวตลอดเวลา และเสื้อตัวนั้นก็ถูกทำให้เปียกโชกไปทั้งตัว ตั๋วเงินก็เสียหายทั้งหมด ทำไมหนังสือหย่ายังอยู่ดีปกติไม่เสียหายได้?
มู่หรงฉีกระแอมไอสองครั้ง “นี่จะเป็นกระดาษที่ข้าเขียนไปได้อย่างไร? หากข้าเขียนจริง จะต้องเขียนว่า ‘ บัดนี้ต้องแยกห่างเดินคนละเส้นทางกันแล้ว ต่างคนต่างใช้ชีวิตหาความสุขให้กับตนเอง และขอให้ภรรยามีอายุยืนยาว ’ ต้องเขียนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ และแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเขียนคำพูดหยาบกระด้างเพียงสองสามคำเช่นนี้?”
เหลิ่งชิงฮวนถลึงตามองเขา “ท่านคิดจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆงั้นหรือ?”
“ข้าผู้นี้พูดได้ ทำได้จะแก้ตัวน้ำขุ่นๆไปทำไมกัน? หากพระชายายังยืนยันว่าหนังสือหย่าฉบับนี้เป็นข้าเองที่เขียนขึ้นมาจริงๆ ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลืนมันลงไปต่อหน้าพี่ใหญ่ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคยกล่าวไว้ว่า ไม่ควรพูดโดยใช้เหตุผลกับแม่หญิง แค่ทำเพียงสิ่งเดียวนั้นก็คือตามใจก็พอแล้ว”