ตอนที่ 178
ตอนที่ 178 คนรักของเหลิ่งชิงฮวนคือมู่หรงฉี!
September 20, 2026
หลังจากที่งานเลี้ยงสุราจบลง เหลิ่งชิงฮวนก็กลับไปพร้อมสายตาอิจฉาริษยาจากผู้คน เธอไม่พูดอะไรตลอดทาง
เมื่อลงจากรถม้าแล้ว เหลิ่งชิงฮวนจึงจะทำสีหน้าจริงจังแล้วหันไปพูดกับมู่หรงฉีว่า “ท่านอ๋องเพคะ ถ้าอีกสักเดี๋ยวท่านอ๋องว่างล่ะก็ สะดวกมาที่ตำหนักฉาวเทียนสักครู่ไหมเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพวกเราควรจะพูดกันดีๆ”
มู่หรงฉีส่งเสียง “อืม” ออกมา แล้วพูดว่า “วันนี้ดื่มเหล้าไปไม่น้อย เดี๋ยวข้าจะไปสร่างเมาสักหน่อย”
เหลิ่งชิงฮวนก็พาแม่นมเตียวกลับไปยังตำหนักฉาวเทียนทันที
มู่หรงฉีพลิกตัวลงจากหลังม้าซึ่งพอดีกับที่เหลิ่งชิงหลางลงมาจากรถม้า คนทั้งคู่เผชิญหน้าต่อกัน มู่หรงฉีไม่พูดอะไรออกมา เขามุ่งหน้าดินตรงไปแต่ไม่ได้ไปที่ห้องตำรา แต่เขากลับเดินไปอีกทางซึ่งก็คือไปทางเรือนจื่อเถิงที่อยู่ด้านหลัง
เหลิ่งชิงหลางเดินตามหลังเขาไป เธอมองไปยังแผ่นหลังของเขาและเหลือบมองไปที่แม่จ้าว ในของเธอเต้น “ตึกตัก” ด้วยความตื่นกลัวเล็กน้อย
“ท่านอ๋องจะไปที่เรือนของหม่อมฉันหรือเพคะ”
มู่หรงฉีไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาทำเพียงแค่ส่งเสียง “อืม” ออกมา
“งั้นหม่อมฉันจะให้คนไปเตรียมยาแก้เมาให้นะเพคะ”
“ไม่จำเป็น” น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา
เหลิ่งชิงหลางก็ไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมาอีก ทั้งสองคนเดินเข้าไปภายในเรือน มู่หรงฉีสะบัดแขนเสื้อแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอพร้อมกับยื่นนิ้วออกมาเคาะลงบนที่วางแขนของเก้าอี้อยู่สองสามครั้งเบาๆ
“ไม่กี่วันก่อนเจ้าออกไปจากจวน เหมือนว่าจะไปรับหรูอี้ใช่ไหม”
ในใจของเหลิ่งชิงฮวนเย็นเยียบขึ้นมาทันทีแต่ก็พยายามฝืนแย้มยิ้มออกมา “ใช่เพคะ สิ่งที่ท่านน้าสะใภ้กลัวที่สุดคือการที่ทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าองค์หญิงหรูอี้ ดังนั้นจึงให้หม่อมฉันเป็นคนจัดการ”
“แล้วหลังจากที่กลับจากจวนตระกูลจินแล้ว เจ้าไปที่ไหนมา”
“ก็ต้องย่อมกลับจวนอ๋องสิเพคะ ชิงหลางไม่ค่อยได้ออกไปไหน พอออกไปข้างนอกแล้วก็ไม่มีที่จะให้ไป”
“งั้นหรือ” มู่หรงฉีค่อยเบ้ปากขึ้นอย่างเย็นชา “แต่ข้าได้ไปสืบมาแล้วว่า การที่เจ้าออกมาจากจวนฟู่หม่าแล้วกลับมาที่จวนอ๋องนั้นใช้เวลาไปชั่วยามกว่า จวนอ๋องของข้าอยู่ไกลจากจวนฟู่หม่าขนาดนั้นเชียวหรือ”
เหลิ่งชิงหลางตื่นตระหนกจนตัวหดลีบลง มู่หรงฉีไม่เคยโกรธเธอมาก่อน ยิ่งไม่มีทางที่จะทำท่าทีเย็นชาเหมือนกับที่ทำกับเหลิ่งชิงฮวนจนลงมือทำร้ายรุนแรงแบบนั้น แต่สายตาที่มีความเย็นชาแบบนั้นของเขาราวกับทำให้เธอหนาวไปถึงกระดูก มันกลับยิ่งดูน่ากลัวกว่าในเวลาที่เขาโกรธเสียอีก
เธออ้าปากพะงาบตอบเขาว่า “ไม่ง่ายเลยที่จะได้ออกจากจวน ดังนั้นหม่อมฉันจึงใช้ทางอ้อมเพื่อแก้เบื่อเพคะ”
“คงไม่ต้องให้ข้าไปเรียกคนขับรถม้ามาหรอกนะ หรือว่าจะให้ถามเอาจากบ่าวของเจ้าเลยดี?”
เหลิ่งชิงหลางยังคงดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย “หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ ไม่ทราบว่าท่านอ๋องคิดมากเรื่องอะไรกันเพคะ ท่านสามารถออกไปนอกจวนได้บ่อยๆ แถมยังกลับเวลามืดค่ำ ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ไม่เคยเข้ามาว่าอะไรเลย หม่อมฉันไม่ใช่แค่ออกนอกจวนครั้งเดียวหรอกหรือ ท่านอ๋องก็โมโหเสียแล้ว?”
จู่ๆมู่หรงฉีก็ลุกยืนขึ้นแล้วเดินไปตรงหนของเธอจากนั้นก็มองเธอด้วยสายตาดูถูก เขาหัวเราะเสียงเย็นออกมา “จะให้ข้าพูดเรื่องทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจนงั้นหรือ หรือเจ้าจะยมรับผิดด้วยตัวเอง?”
เหลิ่งชิงหลางไม่กล้าเงยหน้าขึ้น “ท่านอ๋องพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ”
จู่ๆมู่หรงฉีก็ยื่นมือเข้ามาเชยคางของเธอขึ้น จนทำให้เธอจำต้องเงยหน้าขึ้นและมองมาที่เขา
แต่ละคำพูดราวกับถูกเค้นออกมาก็ไม่ปาน
“เจ้าเป็นคนให้คนไปพูดอะไรซี้ซั้วต่อหน้าหรูอี้ใช่ไหม”
เหลิ่งชิงหลางเบือนสายตาออกอย่างลนลาน “ที่หม่อมฉันได้พบกับองค์หญิงหรูอี้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญเพคะ ไม่ได้ติดต่อกันส่วนตัว เรื่องวันนี้เกี่ยวอะไรกับหม่อมฉันเพคะ”
“ในเมื่อไม่เกี่ยวกับเจ้า ทำไมเจ้าถึงรู้ว่าวันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นได้ล่ะ” มู่หรงฉีถามกลับ
เหลิ่งชิงฮวนตอบอย่างอึกอักว่า “ย่อมต้องเป็นการคาดเดาเพคะ”