ตอนที่ 304
ตอนที่ 304 ไต่สวนเหลิ่งชิงหลาง
September 20, 2026
ตอนลูกเขยของตนทำหน้าที่ไต่สวนลูกสาว เสนาบดีเหลิ่งรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
เขาเบือนหน้าไปหนี และซักถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “วันที่ซื่ออี๋เหนียงเกิดเรื่อง นางไปทำอะไรในลานบ้านของเจ้า อธิบายมาตามความจริง อย่าโกหก”
เหลิ่งชิงหลางใจเต้นตึกตัก และลุกลี้ลุกลนเล็กน้อยอย่างฉับพลัน “ไม่ได้พบกันนาน จึงพูดคุยเรื่องเก่าๆ กันสักพักหนึ่งเพคะ”
ใบหน้าของเสนาบดีเหลิ่งขรึมลงทันที “เซวียอี๋เหนียงไปถามมาอย่างชัดเจนแล้ว เจ้ายังจะเถียงอีกหรือ หาหญิงสาวจากหอนางโลมมาปลอมตัวเป็นคนอื่น และหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองของซื่ออี๋เหนียง แท้จริงแล้วเพราะอะไรกันแน่”
เหลิ่งชิงหลางคิดไม่ถึงว่าเซวียอี๋เหนียงจะรับมือยาก เรื่องเล็กแบบนี้ยังโดนนางขุดคุ้ยอย่างละเอียด และม้วนตัวออกมาได้
ในเมื่อหาหญิงสาวจากหอนางโลมคนนั้นเจอแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง นางเตรียมข้อแก้ต่างไว้แล้ว
“ข้าหาคนมาปลอมตัวเป็นลูกสาวที่ซื่ออี๋เหนียงให้กำเนิดก่อนที่จะเข้ามายังจวนมหาเสนาบดี ซื่ออี๋เหนียงบอกว่าอยากจะเจอนาง เพื่อจัดการเรื่องที่เก็บไว้ในใจ ข้าไม่ใจแข็งพอที่จะปฏิเสธ จึงส่งคนปลอมตัวมา ใครจะคิดว่านางจะรู้ว่าข้าหลอกลวงนาง ดังนั้นจึงมาหาข้าและถกเถียงอย่างรุนแรง หลังจากทะเลาะกันสองสามประโยคนางก็จากไป”
เสนาบดีเหลิ่งเข้าใจเรื่องราวก่อนที่ซื่ออี๋เหนียงจะเสียชีวิตอย่างแจ่มแจ้ง เซวียอี๋เหนียงสารภาพเกี่ยวกับมูลเหตุที่ทั้งสองคนทะเลาะกันออกมาต่อหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้ารู้ว่าลูกสาวของซื่ออี๋เหนียงอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ”
“ตอนนั้นลูกสาวของนางคลอดออกมาก็เสียชีวิตแล้ว ท่านแม่ของข้าไม่อยากให้นางเสียใจ จึงหลอกนางโดยบอกว่าส่งไปให้ครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงดู”
ข้อแก้ต่างสมบูรณ์แบบมาก
พอเซวียอี๋เหนียงพบว่าเรื่องที่ตนไปสอบถามมาอย่างยากลำบากโดนนางสี่ตำลึงปาดพันชั่ง โดยการเล่นละครตบตาอย่างง่ายๆ นางจึงไม่ยอมอยู่แล้ว
“พูดได้น่าฟังเสียจริงๆ พวกเจ้ารวมหัวกันหลอกเอาทรัพย์สินของซื่ออี๋เหนียงไม่ใช่หรือ”
“ซื่ออี๋เหนียงกังวลว่าลูกสาวจะใช้ชีวิตได้ไม่ดี ดังนั้นจึงยืนยันที่จะส่งทรัพย์สมบัติส่วนตัวบางส่วนไปให้เป็นของขวัญ ข้าก็แค่ทำตามสถานการณ์เท่านั้น”
พอเหลิ่งชิงฮวนซึ่งไม่พูดอะไรมาตั้งแต่ต้นได้ยินนางพูดแก้ตัว จึงถามอย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า “แค่นี้หรือ”
เหลิ่งชิงหลางพูดออกมาด้วยความมั่นใจว่า “พวกท่านคงจะไม่ได้ปัดความผิดเรื่องการตายของซื่ออี๋เหนียงมาให้ข้าใช่ไหม ท่านแม่ของข้ามีบุญคุณกับนาง ทุกอย่างล้วนหวังดีกับนาง นางขอบคุณพวกเรายังสายเกินไป แล้วจะขัดแย้งกับพวกเราได้อย่างไร”
เหลิ่งชิงฮวนยิ้มเล็กน้อย “เมื่อพูดเช่นนี้ ทำไมนางถึงเกลียดเจ้าถึงขั้นอยากให้เจ้าตายด้วยเล่า”
“เหลวไหล!”
“ถ้าเช่นนั้นรอยฟกช้ำบนคอของเจ้ามาจากไหน ไม่ได้ถูกกระแทกมาใช่ไหม”
ผิวพรรณของเหลิ่งชิงหลางขาวผ่อง พอมีมลทินจึงสะดุดตาเป็นอย่างมาก สองวันมานี้นางปกปิดอย่างมิดชิดตลอดเวลา ใครจะคิดว่าสายตาของเหลิ่งชิงฮวนจะแหลมคม มองแวบเดียวก็เห็นมัน
นางไม่โต้เถียงอย่างไร้ความหมาย “ทันทีที่ซื่ออี๋เหนียงได้ยินว่าลูกสาวของตนก็คือหญิงสาวจากหอนางโลม จึงเกิดความเข้าใจผิด นางตื่นเต้นชั่วขณะ และเค้นถามความจริงๆ กับข้า ดังนั้นจึงลงมือหนักไปหน่อย”
เหลิ่งชิงฮวนไม่รีบร้อน น้ำเสียงของนางราบเรียบ “ทุกคนต่างก็รู้กันว่าซื่ออี๋เหนียงเป็นคนอารมณ์ดี นิสัยอ่อนโยน ก้มหน้าเชื่อฟังจินอี๋เหนียงและพวกเจ้าสองพี่น้องมาโดยตลอด นอกจากจะมีความแค้นฝังใจ นางคงไม่มีทางลงมือหนักแบบนี้หรอก”
เหลิ่งชิงหลางกระวนกระวายใจทันที “เหลิ่งชิงฮวน เจ้าหมายความว่าอย่างไร ทุกคนรู้อย่างแจ่มแจ้งว่าทำไมซื่ออี๋เหนียงถึงปล่อยวางไม่ได้ ข้ารู้ว่าเจ้ากับเซวียอี๋เหนียงสนิทสนมกัน เจ้าคงอยากจะกำจัดข้าจนแทบรอไม่ไหวเหมือนกัน แต่นำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาพูดแบบนี้ ทั้งยังเอาการตายของซื่ออี๋เหนียงมาปรักปรำข้าอย่างแข็งกร้าว มันเลวทรามเกินไปแล้ว”
“ท่านพ่อ วันนี้ท่านได้เห็นแล้วว่าตอนลูกอยู่ภายในจวนท่านอ๋อง ลูกถูกนางรังแกและถูกนางทำร้ายจนตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร ท่านพ่อต้องจัดการให้ลูกนะเพคะ”