ตอนที่ 315
ตอนที่ 315 ยายหลิงปรากฏตัว
September 20, 2026
ฤดูใบไม้ร่วงที่สดใสไร้กังวล ท้องนภาสูง มีเมฆบางๆ
เหลิ่งชิงฮวนไปจับแมลงกับชิงฮว่าบนภูเขา
ชิงฮว่าอยู่ที่นี่มาได้สองสามวันแล้ว สนุกเกินกว่าจะกลับไปที่จวนมหาเสนาบดี ความโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียผู้เป็นมารดาไปก็ค่อยๆ ดีขึ้นทีละน้อย
เหลิ่งชิงฮวนคิดว่า มันอาจจะเหมือนกับที่ผู้คนมักจะพูดกันจริงๆ มิมีรอยแผลใดที่มิสามารถลบเลือนได้ด้วยกาลเวลา เมื่อเวลาผ่านไป ชิงฮว่าก็จะมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง เพราะท้ายที่สุด นางก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
แต่การที่ตนเองยังมิยอมยกโทษให้มู่หรงฉี จะค่อยๆ เคลื่อนคล้อย และค่อยๆ หายไปบ้างหรือไม่?
ไม่สิ ความห่วงหาอาทรก็เหมือนกับวัชพืชที่โตวันโตคืน และกัดกินในใจ
ใช่แล้ว เพียงแค่เงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขาที่ดูเศร้าหมองจนแทบจะแฝงไปด้วยสายตาขอร้องอ้อนวอนอย่างต่ำต้อย และสามารถทำให้ใจอ่อนได้ เขาเป็นคนทะนงตนแค่ไหน วีรบุรุษที่เป็นคนดูหมิ่น และมีอารมณ์ชั่ววูบจะมาก่อกวนกันแบบมิยอมปล่อยกันไปได้งั้นรึ?
ทว่าตนมิสามารถผ่านเวลาที่กระชั้นชิดนั้นไปได้ เมื่อนึกถึงคราใด หัวใจก็เหมือนโดนเข็มทิ่มแทง
ท้ายที่สุด ก็เป็นความรู้สึกที่ล้ำเส้นเข้ามาอย่างท่วมท้นหรือความรู้สึกเพียรพยายามของตนจะหายไปกันนะ? ความย้อนแย้งก็คือการนำเลื่อยมาเลื่อยไปเลื่อยมา ช่างทรทมานสิ้นดี
แต่มู่หรงฉีกลับเหมือนอสูรที่ถูกขังอยู่ในกรง เหลิ่งชิงหลางก็คือความโกรธแค้นและความฉุนเฉียวของเขา ความเย็นยะเยือกของเหลิ่งชิงฮวนก็คือกรงที่ขังเขาเอาไว้ เดินไปมาอย่างกระสับกระส่าย กระแทกไปทางซ้ายทีขวาที แต่ก็จนปัญญา
ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว พืชพรรณบนภูเขาก็พัดปลิวไสว น้ำก็ไหลเย็น
ความเพลิดเพลินใจที่สุดของเหลิ่งชิงฮว่าก็คือการได้จับแมลงทุกชนิด เช่น จิ้งหรีด เรไรขายาว ด้วงดีด ตั๊กแตนตำข้าว แมลงเต่าทอง หรือแม้กระทั่งไส้เดือนที่ทำให้คนขนลุก เลี้ยงไว้ในหม้อดินเผา หรือในกรงสาน
เหลิ่งชิงฮวนจิตใจไม่อยู่เนื้อกับตัวเล็กน้อย
จู่ๆ ชิงฮว่าที่กำลังคุ้ยเขี่ยหาด้วงดีดในโพรงหญ้าก็ตื่นเต้นดีใจขึ้นมา ชี้ไปด้านหน้าและกระโดดอย่างดีใจ “กระต่าย กระต่ายน้อย!”
เหลิ่งชิงฮวนเงยหน้าขึ้น เห็นเพียงกระต่ายตัวหนึ่ง มิใช่สิ มิใช่แค่หนึ่งตัว แต่อาจจะมีมากกว่านั้น และกำลังวิ่งหนีไปยังที่ที่ทั้งสองยืนอยู่อย่างสุดชีวิต
และยังมีนกที่กระพือปีกบินไปอย่างแรงด้วยความตื่นตระหนกตกใจ และขึ้นไปบนท้องนภา
ในขณะเดียวกัน เสียงของเหล่าแมลงในฤดูใบไม้ร่วงที่ร้องกันเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในโพรงหญ้าก็หยุดลงด้วย ด้วงดีดหรือจิ้งหรีดจำนวนมากต่างบินว่อนราวกับตกใจ
ชิงฮว่ากระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข “ข้าอยากจับกระต่าย! ท่านพี่ กระต่ายช่างน่ารักยิ่งนัก!”
เหลิ่งชิงฮวนกลับรู้สึกถึงความโกลาหลอลหม่านและความหวาดผวาของเหล่าสรรพสัตว์ในบรรยากาศ นี่มันมิปกติ สัตว์ทั้งหลายรับรู้อันตรายได้มากกว่าเหล่ามนุษย์ เช่นเดียวกับก่อนเกิดแผ่นดินไหว บรรดาสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงในบ้านจะมีปฏิกิริยาที่อยู่มิสุข
นางรีบคว้าชิงฮว่าที่กำลังจะพุ่งตัวไปข้างหน้า “อย่าวิ่งไปทั่วสิ!”
กระต่ายเหล่านั้นหยุดอยู่ข้างหน้าทั้งสองคนมิไกลนัก และยกหูขึ้นมา หลังจากมองไปรอบๆ แล้วก็ยิ่งวิ่งอุตลุตไปด้วยความตื่นตกใจมากขึ้น กลับดูเหมือนว่าจะถูกมนต์สะกดให้หนีจากวงจรนี้มิได้
หัวใจของเหลิ่งชิงฮวนสั่นสะท้าน มีอันตรายอยู่บริเวณใกล้ๆ และมิได้มาจากจิตสังหารของมนุษย์ แต่เป็นอันตรายที่ร้ายแรงจนทำให้เหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างรู้สึกตื่นตกใจ
ยิ่งไปกว่านั้น อันตรายนี้กำลังจะค่อยๆ หดแคบลง โดยมีนางเป็นศูนย์กลาง และล้อมรอบนางไว้
ทำเยี่ยงไรดี ?
วินาทีนั้น ร่างในชุดสีดำสีห้าคนก็กระโจนมาทางทั้งสองคนอย่างรวดเร็วราวกับเหยี่ยว และในขณะที่ยังมิได้เข้ามาใกล้ เขาก็ตะเบงเสียงขึ้น “พระชายาระวังงูพิษขอรับ!”
เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงแซ่กแซ่กดังขึ้นในโพรงหญ้า หนาแน่นมากจนทำให้ผู้คนขนหัวลุก
แน่นอนว่างูนั้นมีจำนวนมิน้อยเลย พวกมันอยู่รวมกันเป็นฝูง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ตัวเล็กๆ บนภูเขาตื่นตระหนกเช่นนี้
นี่มิใช่เรื่องบังเอิญแน่ ต้องมีคนจงใจทำมัน
อีกทั้งยังเป็นตอนกลางวันแสกๆ เลือกลงมือตอนที่มู่หรงฉีมิอยู่โดยเฉพาะ
คนกลุ่มหนึ่งกระโดดไปข้างหน้าใกล้ๆ เพื่อปกป้องพวกเหลิ่งชิงฮวนที่อยู่ตรงกลาง ก่อนจะชักดาบขึ้นมา “กระหม่อมได้รับคำบัญชาจากท่านอ๋อง มอบหมายให้มาปกป้องพระชายาอย่างลับๆ ท่านวางใจได้ กระหม่อมจะต้องคุ้มกันท่านอย่างสุดกำลัง เพื่อให้ออกไปจากตรงนี้ได้อย่างปลอดภัย”