ตอนที่ 414
ตอนที่ 414 อยากฆ่าคนเล่นๆ
September 20, 2026
“ข้าสร้างคำโกหกกระไรเจ้า? หากมิใช่ว่าข้าทำลายความบริสุทธ์ของเหลิ่งชิงหลาง เหตุใดในตอนแรกจะต้องยืนกรานถอนหมั้นแล้วแต่งงานใหม่ล่ะ?”
“ยังมิยอมรับอีกรึ? เหลิ่งชิงหลางเคยบอกว่า นางบริสุทธิ์! แล้วยังจะมาบอกว่าในคืนวันไหว้พระจันทร์เป็นอุบัติเหตุอีก วันนั้นหม่อมฉันตรวจให้เหลิ่งชิงหลางเรียบร้อยแล้ว นางตั้งครรภ์มามากกว่าสามเดือนแล้วแน่นอน! มิใช่ตั้งแต่ช่วงวันไหว้พระจันทร์ พูดอีกอย่างก็คือ สัญญาที่จะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลายของท่านกับหม่อมฉัน ตอนที่เราใกล้ชิดกัน จริงๆ แล้วท่านมิเคยละทิ้งเหลิ่งชิงหลางเลย!
ท่านเก็บหม่อมฉันเป็นความลับ หม่อมมิรู้เลย! คิดอย่างโง่เขลาว่าท่านกับชายอื่นมันก็เหมือนกันหมด! ความจริงแล้วท่านยอดเยี่ยมกว่าพวกเขาเสียอีก ท่านบริหารเวลาได้ดีมากๆ ฝีมือช่างสมบูรณ์แบบ ทำเอาหม่อมฉันโง่ไปเลย!”
มู่หรงฉีฟังแล้วก็สับสนงุงงงไปหมด “เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไร? กระไรบริสุทธิ์? ตั้งครรภ์เกินสามเดือน? ข้าเก็บความลับจากเจ้าได้มิดชิดเยี่ยงไร?”
เหลิ่งชิงฮวนถอยห่างไปทีละก้าว ค่อยๆ ห่างจากมู่หรงฉีอย่างช้าๆ หัวใจดวงหนึ่งเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เจ็บปวดจนหายใจติดขัด
เดิมทีนางแค่อยากจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อโน้มน้าวมู่หรงฉีว่าเด็กในท้องของเหลิ่งชิงหลางมิใช่ลูกของเขา แต่เป็นของฟังผิ่นจือ ผลกลับกลายเป็นการได้รับคำตอบที่เกินความคาดหมาย เหมือนโดนตีแสกหน้า
มิแปลกใจเลยที่เขาปกป้องเหลิ่งชิงหลางเยี่ยงนี้ ในท้องของเหลิ่งชิงหลางก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแล้วตนจะเทียบได้เยี่ยงไร?
“จะหมายความว่าเยี่ยงไรได้อีกเล่า? มันก็หมายความตรงตัวนั่นแหละ! เป็นเพราะหม่อมฉันเพ้อเจ้อเกินไป ขอมากไปเองที่จะมีความรักแบบผัวเดียวเมียเดียวในโลกเช่นนี้ หม่อมฉันช่างเป็นคนโง่เขลาเสียจริง! วันนี้ก็สมน้ำหน้าหม่อมฉันแล้วล่ะ!”
“เหลิ่งชิงฮวน เจ้าหยุดชวนทะเลาะแบบมิมีเหตุผลได้หรือไม่? มีอันใดที่เราพูดกันแบบชัดเจนได้บ้าง? เหตุใดถึงเอาแต่โทษข้า มิยอมฟังคำอธิบายบ้าง? เรื่องของข้ากับเหลิ่งชิงหลาง มันเป็นอดีตไปหมดแล้ว!”
มู่หรงฉีก็กังวลเล็กน้อยเช่นกัน รู้สึกถูกใส่ร้าย ถูกน้อยใจ มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งก็ถูกระแวง ทำให้ในใจของเขาโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
ข้ารับได้และรู้สึกทุกข์ใจกับความโชคร้ายที่เจ้าประสบพบเจอมา แล้วเหตุใดเจ้าถึงมิยอมรับอดีตของข้าบ้างล่ะ?
เหลิ่งชิงฮวนมิได้อธิบายอันใด นางหันหลังเดินออกไป กลัวจริงๆ ว่า หากมิออกไปอีก ท้องของตนจะต้องระเบิด แล้วเด็กก็จะไหลออกมาเป็นแน่
มู่หรงฉีก็มิได้ตามไปเช่นกัน เขาเข้าใจอารมณ์โกรธของเหลิ่งชิงฮวนดี หากไปอยู่ใกล้ๆ และทำให้นางกังวลตอนนี้ จะต้องลงไม้ลงมือกับตนเป็นแน่
แม้ว่าจะโปรดปรานเจ้า รักเจ้า แต่เจ้าจะเอาแต่ใจเยี่ยงนี้ และโกรธข้าแบบมิมีเหตุผลเยี่ยงนี้มิได้
แล้วข้ายังชอบเจ้ามิมากพออีกรึ?
ข้าแค่อยากจะจริงใจกับเจ้า เหตุใดเจ้าถึงดื้อรั้นเยี่ยงนี้เล่า ?
เหลิ่งชิงฮวนกลับมาถึงตำหนักฉาวเทียน และปิดประตูเสียงดัง “ปัง” ก่อนจะกำชับแม่หวังว่า “ล็อคประตูและห้ามให้ผู้ใดเข้ามา”
การที่นางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ ทำให้แม่หวังตกใจ “พระชายาเป็นกระไรหรือเจ้าคะ”
เหลิ่งชิงฮวนยิ้มเยาะ “ท้องแข็งน่ะ จำเป็นต้องดูแลครรภ์ให้ดี”
คำว่า “ท้องแข็ง” ทำให้คนทั้งหมดในลานบ้านตื่นตระหนกขึ้นมา ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วงและความกังวล “มิเป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
เหลิ่งชิงฮวนกลับมาที่ห้องของตนเรียบร้อยแล้ว แค่ทิ้งท้ายประโยคเอาไว้เพียงว่า “ข้าสบายดี แค่อยากฆ่าคนเล่นๆ ”
ทุกคนต่างเงียบปาก และมองหน้ากันไปกันมา มิกล้าพูดอันใด
ผ่านไปสักพักหนึ่ง โตวโตวก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “ทะเลาะกับท่านอ๋องมาหรือเปล่านะ”
ทุกคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เป็นไปได้”
เสียงประตูห้องเปิดออกมาดัง “ปัง” แล้วเหลิ่งชิงฮวนก็ออกมา “แม่นมเตียว หินลับมีดอยู่ไหน”
แม่นมเตียวพูดอย่างซื่อๆ ว่า “ในครัวเจ้าค่ะ”
เหลิ่งชิงฮวนเดินตรงเข้าไปในครัว แล้วหยิบหินลับมีดออกมาวางไว้บนม้านั่งในลานบ้านก่อนจะเริ่มลับมีด “ฉึบฉับ”
พวกแม่นมเตียวกลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วปิดประตู
“ได้ยินมาว่าท่านอ๋องของเราชอบนำทัพไปปราบโจรเวลาโกรธ ต่างพูดว่ามิกลัวการเรียกขานของท่านอ๋องฉีหรอก แต่กลัวท่านอ๋องกระโดดเสียมากกว่า ความสงบเรียบร้อยอันดีของเมืองหลวงเราก็มาจากเช่นนี้ เหตุใดพระชายาถึงจะต้องทำเช่นเดียวกันด้วยล่ะ?”
“นี่เรียกว่า มิใช่พวกเดียวกัน มิไปสุมหัวอยู่ด้วยกันอย่างไรเล่า ตอนนี้ข้ากำลังกลัดกลุ้ม ถ้าทั้งคู่ตีกันจะทำเยี่ยงไรกันดีล่ะ”