ตอนที่ 483
ตอนที่ 483 ข้าไม่ได้ขาดพ่อ
September 20, 2026
เสี่ยวอวิ๋นเช่อหันหลังเดินออกไป เขาพับภาพเหมือนของเหลิ่งชิงฮวนใส่กระเป๋าใบเล็กอย่างระมัดระวัง
เฟิงเหล่ยอวี้เห็นว่าความลับถูกเปิดเผย นางอยากจะอุ้มเสี่ยวอวิ๋นเช่อแล้ววิ่งหนีไปให้รู้รอด แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เสิ่นหลินเฟิงพุ่งตัวเข้าไปอุ้มเสี่ยวอวิ๋นเช่อขึ้นลอยเหนือศีระษะพลางตะโกนออกมาออกมีความสุข “เยี่ยจริงๆ เจ้ายังมีชีวิตอยู่”
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วราวกับสายลม คนของหอกระบี่และเฟิงเหล่ยอวี้ต่างพากันตกตะลึง ก่อนจะชักดาบออกมาจากฝักพลางล้อมเขาไว้ตรงกลาง
“ปล่อยเขานะ!”
เสี่ยวอวิ๋นเช่อเพิ่งกินบะหมี่ตุ๋นไปเต็มท้อง เสิ่นหลินเฟิงกอดรัดเขาแน่นจนบะหมี่แทบจะพุ่งออกมา เขาเขย่าขาเตะเสิ่นหลินเฟิง “วางข้าลงนะ! ลุงคนประหลาด”
เสิ่นหลินเฟิงจะยอมปล่อยมือได้อย่างไร กว่าเขาจะตามหาขุมทรัพย์ด้วยความยากลำบาก เข้ากอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนด้วยน้ำตาคลอเบ้า ทำเป็นเมินต่อรัศมีอาฆาตที่อยู่รอบตัว
“เด็กน้อย ข้าคืออาของเจ้า! อาแท้ๆ ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอเสียที”
เสี่ยวอวิ๋นเช่อที่ถูกกอดรัดจนได้กลิ่นเนื้อแกะโชยออกมา เขาเตะเสิ่นหลินเฟิงอย่างแรงสองครั้งจนรู้สึกเจ็บเท้าเล็กๆ ในรองเท้าบู๊ต
เสิ่นหลินเฟิงตื่นเต้นมากจนน้ำตาคลอเบ้า “เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลายปีมานี้พ่อของเจ้าคิดถึงเจ้ามากขนาดไหน”
ผู้คนในหอกระบี่ต่างพาตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันและหันไปมองเฟิงเหล่ยอวี้
เสี่ยวอวิ๋นเช่อหยุดขัดขืน จากนั้นจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโต “ข้ามีพ่อกี่คน”
คำพูดนั้นทำให้เสิ่นหลินเฟิงตกตะลึง “หนึ่งคน”
“ข้าเกลียดพ่อที่ทิ้งข้าไป ไม่ต้องการข้า”
“พ่อผู้ให้กำเนิดเจ้าคือมู่หรงฉี!” เสิ่นหลินเฟิงพูดอย่างจริงจัง “คุณชายโฉวไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเจ้า”
เสี่ยวอวิ๋นเช่อไม่สนใจ “ผู้ใดมีน้ำนมคือแม่ ผู้ใดมีเงินคือพ่อ ข้าคิดว่าแม่หาพ่อให้ข้าให้ไม่เลว ข้าไม่คิดจะเปลี่ยนหรอก”
เสิ่นหลินเฟิงรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะพูดคุยกับเด็กชายวัย 5 ขวบคนนี้ เพราะมีช่องว่างระหว่างวัย ฝีปากแบบนี้เขาต้องเป็นลูกชายของเหลิ่งชิงฮวนแน่นอน
“แต่พ่อของเจ้าคืออ๋องฉีองค์ปัจจุบัน บุตรชายของฮ่องเต้”
เมื่อพูดอีกแบบ จิตใจของเสี่ยวอวิ๋นเช่อดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ฟังดูน่าเกรงขามทีเดียว”
“หากเจ้ายอมรับความสัมพันธ์นี้ เจ้าจะกลายเป็นหลายชายของฮ่องเต้แห่งฉางอัน พ่อโฉวเจอเจ้ายังต้องคำนับให้ด้วยซ้ำ”
พระเจ้า ! ทำได้ขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย งั้นไม่เรียกว่าพลิกชะตาชีวิตเลยหรือไง
เสี่ยวอวิ๋นเช่อกะพริบตา “หากเป็นเช่นนั้น ระหว่างอ๋องฉีกับแม่ของข้าใครเก่งกว่ากัน”
คำถามนี้ไม่ง่ายที่จะตอบ เสิ่นหลินเฟิงลังเลเล็กน้อย “แม่ของเจ้า”
“หากแม่ตีข้าแล้วข้าสู้ไม่ได้ ใครจะเป็นคนห้าม ช่างเถิด พ่อไร้ประโยชน์แบบนี้จะเอามาทำอะไร”
ทำไมตรรกะของเด็กคนนี้ถึงประหลาดจริง เสิ่นหลินเฟิงรู้สึกแปลกใจ “แต่เจ้าเป็นหลานของฮ่องเต้ ทั้งท่านปู่ ท่านย่า ท่านตา ท่านลุงต่างก็รักเจ้า ใครจะกล้าทุบตีเจ้าล่ะ”
เสี่ยวอวิ๋นเช่อตกตะลึง “เหตุใดข้าจึงมีญาติมากมายขนาดนั้น ถึงวันเยี่ยมญาติจะไม่เหนื่อยตายเลยหรือ”
ต้องมีสิ แม่เจ้าไม่ได้เกิดจากก้อนหินเสียหน่อย
“เจ้าเป็นหลานชายของฮ่องเต้ มีเพียงเหล่าข้าราชบริพารกับทหารที่คำนับให้เราเท่านั้น”
เสี่ยวอวิ๋นเช่อรู้สึกปลื้มใจขึ้นมาทันที “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมตอนนี้ท่านถึงกล้าหยาบคายกับข้าถึงเพียงนี้”
เริ่มวางท่าแล้วสินะ
เสิ่นหลินเฟิงหายตื่นเต้นแล้ว เขาวางเด็กน้อยลงพลางกางเสื้อคลุมตัวเล็กออก นั่งยองๆ แล้วถามอย่างจริงจัง “แล้วแม่ของเจ้าล่ะ”
“แม่ของข้าถูกคนร้ายลักพาตัวไป พ่อโฉวตามนางไปแล้ว”