ตอนที่ 598
ตอนที่ 598 ลงใต้ไปปราบโจร
September 20, 2026
เมื่อเฟิ่งเหล่ยอวี้เห็นว่าเหลิ่งชิงฮวนกำลังทำท่าครุ่นคิด มิได้เอื้อนเอ่ยอันใดออกมาเพียงสักคำอยู่นาน ภายในใจนางจึงรู้สึกละอายใจขึ้นมา ก่อนจะพลิกตัวลงมาจากเตียงคนไข้พร้อมคุกเข่าลงให้กับชิงฮวน
ชิงฮวนรีบไปประคองนางขึ้นมาทันที “เจ้าจะทำกระไร”
“เหล่ยอวี้อยากจะขอร้องพระชายา ในตอนนี้มีเพียงแค่ท่านเท่านั้นที่จะช่วยซือเส่าได้ ขะ...ข้า...”
ในขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น นางก็เริ่มสะอึกสะอื้น ก่อนจะร้องไห้โฮ
เหลิ่งชิงฮวนจ้องมองไปในดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศรีษะของนาง “เจ้าเด็กโง่ จะให้ข้านิ่งดูดายได้เยี่ยงไรกันล่ะ? เจ้าคิดว่าข้าจะมิร้อนใจบ้างหรือ? แต่เจ้ามาถึงที่เมืองหลวงล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ลั่วหยางทางนั้นคงมีความแปรปรวนอยู่ก่อนแล้ว หากข้าทะเล่อทะล่ารีบมุ่งตรงไปยังลั่วหยางล่ะก็ เกรงว่าจะตกไปอยู่ในแผนล่อเสือออกจากถ้ำของศัตรูเอาได้ เจ้ารู้เบาะแสะกระไรเกี่ยวกับคนพวกนี้อีกบ้างหรือไม่”
เฟิ่งเหล่ยอวี้ส่ายหัวด้วยความเศร้าสร้อย “มิรู้เลย ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง ข้ามันโง่เง่า มิสามารถช่วยประมุขได้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังทำให้เขาต้องเดือดร้อนอีก”
“แล้วมิใช่ว่าตอนนี้เจ้ากำลังช่วยเขาอยู่หรอกหรือ? อย่าคิดมากไปเลย พักฟื้นอยู่ในจวนอย่างสบายใจเถิด ไม่ว่าซือเส่าจะอยู่ที่ใด ข้าคนนี้จะไปจัดการพาเขาออกมาจากเมืองหลวงทันที”
เฟิ่งเหล่ยอวี้กุมมือนางแน่น “ข้าจะไปกับท่านด้วย!”
เหลิ่งชิงฮวนทำเพียงแค่ส่ายหัว “เจ้ายังมิเชื่อใจข้าอีกรึ?”
เฟิ่งเหล่ยอวี้ที่จับมือนางไว้แน่นก็คลายออกอย่างมิเต็มใจนัก ใบหน้ายุ่งเหยิงไปด้วยความร้อนใจ
เวลามิเคยคอยท่า เหลิ่งชิงฮวนจึงมอบหมายให้เฟิ่งเหล่ยอวี้ไปยังจวนที่เจียงหลางเพื่อนำข่าวเรื่องที่ขึ้นในตระกูลโฉวไปบอกแก่มู่หรงฉี พร้อมบอกความจริงเกี่ยวกับข้อสงสัยของตนเองด้วยว่า ตนจะต้องออกไปจากเมืองหลวง เพื่อไปตามหาร่องรอยของโฉวซือเส่าและช่วยเขาด้วยตัวเอง
แน่นอนว่ามู่หรงฉีมิวางใจนาง และยืนกรานอย่างเด็ดขาดว่า “ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
“มิต้อง...”
เมื่อพูดไปได้ครึ่งประโยค ก็ถูกมู่หรงฉีพูดขัดขึ้น “ประการแรก การรักษาความสงบสุขในเมืองฉางอัน นั่นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของข้า อีกฝ่ายนั้นมีกองกำลังผู้คนมากมาย ข้าสามารถใช้เหตุผลนี้เพื่อระดมพลกองกำลังทหารม้าเหล็กของข้าให้ติดตามข้าออกจากเมืองหลวงไปปราบโจรด้วยกันได้ อีกทั้งกองทหารรักษาการณ์ในพื้นที่ก็ยังสามารถส่งกำลังเสริมให้ได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะช่วยเหลือเจ้าได้
ประการที่สอง เหตุเพราะพวกเจ้าสงสัยว่าทางการเจียงหนานจะสมรู้ร่วมคิดกับโจร แต่พวกเขามีเหตุมีผลที่จะกักตัวโฉวซือเส่าไว้ และพวกเจ้าก็มิสามารถจับจุดอ่อนอันใดได้เลย ฉะนั้นข้าจึงจำเป็นต้องร่วมสืบสวนคดีนี้ด้วย และเมื่อสืบพบความจริงแล้ว ก็จะต้องทำการลงโทษอย่างสาหัส
ส่วนเหตุผลอื่น ยังจะต้องให้ข้าแจกแจงรายละเอียดอีกรึไม่?”
เหลิ่งชิงฮวนลองคิดดู ความจริงแล้วเรื่องนี้ อีกฝ่ายเป็นกลุ่มโจรโหดเหี้ยม โฉวซือเส่านั่นมิใช่คู่ต่อสู้เสียด้วยซ้ำ หากบุกเดี่ยวเข้าไปตามลำพัง ก็มิต่างกระไรกับการงมเข็มในมหาสมุทรมิได้ประโยชน์อันใด
เหลิ่งชิงฮวนมิได้ปฏิเสธความหวังดีของมู่หรงฉี
หลังจากการหารือสั้นๆ ระหว่างคนทั้งสองผ่านไป ก็รีบส่งอวิ้นเช่อเข้าไปวังทันที เพื่อผูกมิตรกับชายชราและไทเฮา จากนั้นก็กลับไปรายงานให้ฮ่องเต้ฟัง เพื่อรับสั่งให้ออกจากเมืองหลวงไปปราบโจร
เรื่องเสี่ยวอวิ้นเช่อก็ลังเลใจอยู่มิน้อย จึงยังมิกล้าบอกเขาเรื่องนี้ ต้องไปตามหาโฉวซือเส่า มิเช่นนั้นหมอนี่คงจะกล้าเค้นสมองหาหนทางหนีออกไปจากวังอย่างเงียบๆ เป็นแน่
เด็กน้อยที่น่าเป็นห่วงอย่างเขาคนนี้ หากส่งให้คนอื่นไป เหลิ่งชิงฮวนคงจะมิวางใจเป็นแน่ ทิ้งเทียนสือไว้ ให้ตี้ลี้ติดตามตนไปทางใต้ไปเพียงคนเดียว อีกทั้งยังย้ำเตือนเทียนสือเอาไว้ซ้ำๆ ว่า นอกจากจะต้องปกป้องความปลอดภัยให้กับอวิ้นเช่อแล้ว ยังต้องมิลืมจับตาดูเขาด้วย! เพื่อระแวดระวังกลอุบายของเขา
ฮ่องเต้เองก็อธิบายเหตุผลเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมิได้หวังให้เหลิ่งชิงฮวนเข้าไปพัวพันกับตระกูลโฉว เนื่องจากจะทำให้ราชวงศ์ดูมิดี ทว่าหากตระกูลโฉวล้มลงขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเจียงหนานจริงๆ ก็เป็นได้
ประชาชนก็คงจะแตกตื่นไปด้วยเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม เมืองหลวงก็สงบสุขไร้เรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น ฮ่องเต้พยักหน้ารับอย่างดีอกดีใจ
ทั้งสองออกเดินทางข้ามคืน เหลิ่งชิงฮวนได้ติดต่อกับองครักษ์อินทรีไว้เรียบร้อยอย่างลับๆ เพื่อค้นหาร่องรอยของโฉวซือเส่า
เมืองหลวงนั้นดูเหมือนว่าจะสงบสุขมากๆ แต่กลับมีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอยู่ในความมืด
องครักษ์อินทรีแอบวิ่งส่งข่าวกันอย่างขวักไขว่
คนในหอซ่อนดาบเองก็รู้ว่าโฉวซือเส่านั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงออกคำสั่งให้มุ่งไปรวมตัวชุมนุมกันอย่างเงียบๆ ทางลั่วหยาง และค่อยๆ ตีวงให้แคบลง