ตอนที่ 623
ตอนที่ 623 ไทเฮาทรงแย่แล้ว
September 20, 2026
คดีสุดตื่นเต้นเดิมทีกำลังจะจบลงอย่างสวยงาม นำตำลึงเงินที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาและพาตัวอาชญากรทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ใครจะไปรู้ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นนี้
มู่หรงฉีกับเหลิ่งชิงฮวนมองหน้ากันยิ้มอย่างขมขื่นและทำอะไรไม่ถูก ทั้งคู่รู้สึกหนักใจอยู่ครู่หนึ่ง
เรื่องเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ จึงได้แต่รอให้ฮ่องเต้มาจัดการเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง
เขาสั่งให้คนนำจัดการกับพระศพของเสด็จอารอง โลงศพสำเร็จรูปถูกนำกลับไปวางที่เมืองชั่วคราว
จากนั้นเขาก็สั่งให้คนขุดเงินและทองทั้งหมดที่ฝังอยู่ในสุสานฝังศพในหมู่บ้านอี้คืนสู่เจ้าของเดิม
โฉวซือเส่าไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้นาน ดังนั้นเขาจึงอำลาทั้งสองและนำทหารม้ารักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งคุ้มกันตำลึงเงินกลับไปที่เจียงหนานเพื่อรักษาสถานการณ์โดยรวม
มู่หรงฉีเขียนรายละเอียดทั้งหมดของคดีและข่าวการสิ้นพระชนม์ของเสด็จอารองลงในจดหมาย จากนั้นสั่งใครนำกลับไปส่งยังเมืองหลวง
ตัวเขาไม่สามารถกลับไปเมืองหลวงได้ในขณะนี้ เพราะยังต้องสอบปากคำชายผู้มีรอยมีดบนใบหน้าและคนอื่นๆ รวมถึงตามหาที่อยู่ของทหารส่วนตัวของเสด็จอารองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และอาวุธที่ชาวมั่วเป่ยนำมาซ่อนอยู่ในเมืองฉางอัน
ชายผู้มีรอยมีดบนใบหน้าถูกทรมานจนมาจทนได้อีกต่อไป เขายอมสารภาพทุกอย่างในวันรุ่งขึ้น ทว่าเบาะแสที่ได้มานั้นเป้นสิ่งที่มู่หรงฉีและเหลิ่งชิงฮวนพอจะเดาได้อยู่แล้ว
และได้รับการยืนยันจากเสด็จอารองแล้วเช่นกัน อย่างมากที่สุดพวกเขาอาจแค่ได้รายละเอียดบางอย่างเพิ่มเติม
ส่วนเรื่องการติดต่อกับชาวมั่วเป่ยและการบัญชาการทหารอื่นๆ เสด็จอารองได้มอบหมายให้คนข้างกายเป็นคนดำเนินการจนเสร็จสิ้น นั่นคือคนที่เสด็จอารองได้ฆ่าปิดปากไปแล้วนั่นเอง
เห็นได้ชัดว่าเสด็จอารองกลัวว่าคนติดตามของเขาจะตกอยู่ในเงื้อมมือของมู่หรงฉี กลัวว่าเขาจะสารภาพเรื่องราวทั้งหมด ดังนั้นจึงเลือกที่จะปลิดชีพก่อนตัวเองตาย
แต่ชายผู้มีรอยมีดบนใบหน้าไม่รู้อะไรเลย มิเช่นนั้นเขาคงไม่ถูกปล่อยให้ดูแลทองที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านอี้
ทุกอย่างเข้าสู่ทางตันอีกครั้ง ไม่มีเบาะแสใดๆ เจำเป็นต้องสืบสวนตั้งแต่ต้นและสถานที่น่าจะเป็นเมืองเหอซี
มู่หรงฉีและเหลิ่งชิงฮวนยังจัดการกับธุระในจิ้นโจวไม่เสร็จ พวกเขาเดินทางไปยังเหอซี ในเวลาเดียวกันพระราชกฤษฎีกาด่วนจากพระราชวังถูกส่งไปอย่างรวดเร็ว
ขันทีผู้ส่งจดหมายยังเหงื่อตกแม้ว่าจะเป็นฤดูหนาว เมื่อเห็นคนทั้งสอง เขาแทบหยุดหายใจและรีบอ่านกฤษฎีกาทันที “ท่านฉีอ๋อง พระชายา เพลงนี้องค์ไทเฮาพระพลานามัยไม่แข็งแรงนัก ฮ่องเต้รับสั่งให้ท่านทั้งสองกลับเมืองหลวงโดยด่วน”
มู่หรงฉีและเหลิ่งชิงฮวนรู้สึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ขันทีคนนั้นยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ร้อนผ่าว “ไทเฮาทรงทราบเรื่องการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายรอง ทำให้กระอักออกมาเป็นพรโลหิต หลังจากนั้นพระองค์ไม่ยอมเสวยและฟังคำทัดทานของใคร ตอนนี้อาการของพระองค์ทรงไม่สู้ดีนัก”
อาจเป็นเรื่องจริง หากไทเฮาแค่โวยวายเล็กน้อย ฮ่องเต้คงจะไม่ส่งคนมาแจ้งข่าวและสั่งในเขากลับวังอย่างรีบร้อนขนาดนี้
สุขภาพของไทเฮาาไม่สู้ดีนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากพระชนวายุมากขึ้น อวัยวะภายในต่างๆ จึงแย่ลงตามไปด้วย
การตายของเสด็จอารองสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อไทเฮา
หัวขาวส่งหัวดำ ทำให้นางได้รับการกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง
เกรงว่านางอาจจะไม่สามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้
การช่วยชีวิตผู้คนก็เหมือนการดับไฟ แม้ว่าเหลิ่งชิงฮวนจะรู้ว่าหากตนเองกลับไปเมืองหลวงอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เธอไม่ใช่เทพเจ้าที่ชุบชีวิตคนตาย แต่ตราบใดที่ยังมีความหวังริบหรี่ เธอจะต้องทำให้ดีที่สุด
ทั้งสองขี่ม้ากลับไปเมืองหลวงทันที พวกเขามอบงานที่เหลือให้แม่ทัพอวี๋พาผู้บัญชาการฟู่และคนอื่นๆ รวมทั้งโลงศพเสด็จอารองไปที่เมืองหลวง
หลังจากเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน ในที่สุดพวกเขาก็ไปถึงพระราชวังและตรงไปที่พระราชวังฉืออัน
ด้านในเต็มไปด้วยบรยากาศความโศกเศร้า