ตอนที่ 652
ตอนที่ 652 ผ่าพิสูจน์ศพ
September 20, 2026
จากคำบอกเล่าของทหารยาม วันนี้นักโทษปกติดีไม่มีอาการอะไรผิดแปลก
เพราะว่ามือและเท้าของเขาถูกใส่กุญแจไว้ เวลากินข้าวก็ต้องป้อนทีละคำ อีกฝ่ายก็กินตามปกติ หลังจากกินเสร็จไม่นานเขาก็ส่งเสียงร้องออกมา ก่อนจะอาเจียนฟองสีขาวออกมา กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง ไม่ทันหมอจะมาถึงเขาก็สิ้นลมไปแล้ว
ส่วนเรื่องว่าเขาถูกพิษได้อย่างไรนั้นก็ไม่มีใครรู้ สิ่งแรกที่สงสัยย่อมเป็นอาหาร โชคดีที่ชามและตะเกียบยังไม่ถูกล้าง แต่ก็ตรวจสอบไม่พบสารพิษใดๆ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าอีกฝ่ายจะเอายาพิษใส่ในอาหารแล้วป้อนเขาเพียงอย่างเดียวหรือไม่
เหลิ่งชิงฮวนเข้าไปตรวจสอบ เธอเปิดการใช้งานแหวนนาโนแล้วตรวจสอบเลือดของผู้ตาย ผลสรุปว่าถูกวางยาจริงๆ
ระยะตั้งแต่เกิดปฏิกิริยาจนถึงหมดลมสั้นเพียงครึ่งถ้วยชา ที่สำคัญคือไม่มีใครเข้าใกล้ก่อนที่เขาจะเกิดอาการ หากมีการวางยาในอาหารจริงๆ ป้อนเขาแล้วรอให้ยาออกฤทธิ์ระยะเวลาก็จะนานกว่านี้
เช่นนั้นอีกฝ่ายใช้วิธีอะไรในการวางยา?
เรื่องนี้ สุดท้ายแล้วก็ต้องมีคนรับผิดชอบ
ทหารยามที่รับหน้าที่ป้อนอาหารหรือก็คือคนคุ้นเคยคนนั้น แซ่ซุน ชื่อสิอโถว คือคนที่คอยให้หมั่นโถวกับเหลิ่งชิงฮวนตอนเธออยู่ในคุกสวรรค์ ตอนนั้นเอาเงินเหลิ่งชิงฮวนไปไม่น้อย ตอนนี้พอมาคิดดูว่าเธอใช้เงินมากมายแลกหมั่นโถวก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมา
กระแสลมเปลี่ยนทิศแล้ว ในที่สุดก็มาถึงวันของเจ้า
ซุนสือโถวร้องไห้โฮ คุกเข่าขอร้องอ้อนวอนต่อหน้ามู่หรงฉี “ข้าน้อยไม่กล้าสะเพร่าเช่นนี้หรอกขอรับ โทษถึงตาย ขอท่านอ๋องโปรดตรวจสอบให้ชัดเจน ข้าน้อยโดนใส่ร้าย”
ผู้คุมที่กำลังจะตกงานขอร้องอ้อนวอนเหลิ่งชิงฮวนด้วยใบหน้าเศร้าโศก “พระชายาขอรับ แม้ซุนสือโถวจะไม่รู้หนังสือ ซ้ำยังชอบฉวยโอกาสกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เขาไม่กล้าบ้าบิ่นเช่นนั้นหรอกขอรับ ขอพระองค์สืบสาวราวเรื่องให้ชัดเจน คืนความบริสุทธิ์ให้เขาและช่วยชีวิตกระหม่อมด้วยขอรับ”
มู่หรงฉีสอบปากคำทุกคน อย่าว่าแต่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเลย ช่วงสามวันมานี้ก็ไม่มีใครเข้าออกคุกสวรรค์สักคน ทหารยามเองก็ไม่ได้ติดต่อกับภายนอก
ดังนั้นซุนสือโถว ทหารยามที่รับหน้าที่ป้อนอาหารจึงน่าสงสัยมากที่สุด
มู่หรงฉีหันไปทางเหลิ่งชิงฮวน “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เหลิ่งชิงฮวนแทบไม่ต้องคิด “นอกจากผ่าพิสูจน์ศพ หม่อมฉันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วเพคะ”
การผ่าพิสูจน์ศพที่เธอพูดถึงไม่ใช่เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่รวมไปถึงอวัยวะภายในด้วย
มู่หรงฉีลังเลเล็กน้อย “จำเป็นหรือ?”
อย่างไรเสียสถานะของผู้ตายก็ค่อนข้างพิเศษ ใครเล่าจะรู้ว่าหากผ่าเปิดท้องแล้วเกิดข้อพิพาทขึ้นมาหรือไม่
เหลิ่งชิงฮวนพยักหน้า “หม่อมฉันต้องตรวจสอบอาหารในกระเพาะ กระแสเลือด ปัสสาวะ ตับและไตถึงจะสามารถสันนิษฐานเวลาถูกพิษและสาเหตุได้เพคะ”
คำพูดนี้ทำเอาพวกทหารยามตกใจ เรื่องโหดเหี้ยมเช่นนี้จะปล่อยให้พระชายาเป็นคนลงมือจริงๆ หรือ? ดูท่าข่าวลือจะไม่ใช่เรื่องเท็จ
มู่หรงฉีพยักหน้า ก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ได้ เอาตามที่เจ้าว่า!”
ส่วนเสิ่นหลินเฟิงกลับตื่นเต้นและกระโดดไปมา “เช่นนั้นท่านพี่ท่านก็ไปสืบคดี ส่วนข้าจะเป็นลูกมือให้พี่สะใภ้เอง”
มู่หรงฉีออกไปรวบรวมคนทั้งหมดและสอบสวนอย่างทำอะไรไม่ได้
เหลิ่งชิงฮวนผ่าพิสูจน์ศพพลางอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เสิ่นหลินเฟิงว่าจะสันนิษฐานและระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากอวัยวะภายในของศพได้อย่างไร
เหล่าทหารยามหลบออกไปไกลๆ มองดูทั้งสองคนพูดคุยกันพลางผ่าพิสูจน์ศพ ชี้นิ้วไปมา ราวกับกำลังดูหม้อไฟ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะละสายตาออกมาด้วยความหวาดกลัว
พระชายาฉีคือคนที่ไม่อาจล่วงเกินได้ในเมืองหลวง หนึ่งเพราะเป็นพระชายาที่ท่านอ๋องฉีรักและเอ็นดูมาก ทะนุถนอมแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม สองเพราะนางสร้างเรื่องน่าอัศจรรย์ไว้มากมาย โดยเฉพาะใบมีดวิลโลว์ที่คมกริบ แค่มองก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัว