ตอนที่ 712
ตอนที่ 712 เพื่อนมีไว้เสียสละ
September 20, 2026
มู่หรงฉีกับเสิ่นหลินเฟิงไปนั่งร้านอาหารที่ใกล้ที่สุด
มู่หรงฉีดื่มเหล้าด้วยความเบื่อหน่ายเบื่อสามจอกติดต่อกัน พร้อมกับถอนหายใจและขมวดคิ้ว เสิ่นหลินเฟิงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เป็นอะไปหรือ มีเรื่องหนักใจหรือเปล่า”
มู่หรงฉีวางจอกเหล้าลงและทุบโต๊ะด้วยความโกรธ “ครั้งนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”
ใบหน้าที่จริงจังนั้นทำเอาเสิ่นหลินเฟิงตกใจ
“ท่านพี่ บอกข้ามาได้เลย หากข้าช่วยได้ข้าจะช่วยอย่างแน่นอน”
มู่หรงฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิทและกระซิบเสียงเบา “เจ้าคงได้ยินข้าวว่าใต้เท้าหลู่แห่งมั่วเป่ยถูกสังหารแล้วสินะ”
เสิ่นหลินเฟิงพยักหน้า “ทำไมจะไม่รู้เล่า”
“แล้วรู้หรือไม่ว่าเขาตายอย่างไร”
“ข้าได้ยินมาว่าเขาเมาแล้วทำระเบิดฟ้าคำรนระเบิดโดยไม่ตั้งใจและเสียชีวิตไป แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น”
มู่หรงฉีพูดอย่างประหลาดใจ “ใช่เลย เพราะข้ากับโฉวซือเส่าเป็นคนสังหารเขาเอง”
เสิ่นหลินเฟิงตกตะลึง “โฉวซือเส่ากลับเจียงหนานไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“นั่นเป็นแผนการตบตาของเขา”
มู่หรงฉีอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างละเอียด
“วันนี้จิงจ้าวอิ่นถูกพักงานเพราะเรื่องนี้ เจ้ารู้หรือไม่”
เสิ่นหลินเฟิงพยักหน้า “มันเป็นเรื่องของเวลา ไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นหากไม่มีคุณธรรมในการทำหน้าที่มากพอ”
“ตอนนี้ตำแหน่งจิงจ้าวอิ่นกำลังว่าง คดีนี้อาจต้องส่งมอบให้กับกรมอาชญากรรมเพื่อการพิจารณาคดี เรื่องราวของสิงซ่างซูเป็นมาอย่างไร ไหนจะคดีนักโทษของมั่วเป่ยครั้งก่อน ข้าไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้กับเจ้า ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างตามจริง”
เสิ่นหลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “สิงซ่างซูกับนักโทษของมั่วเป่ยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นเขาจะต้องวุ่นวายกับคดีนี้อย่างแน่นอน”
มู่หรงฉีถอนหายใจ “ย่อมเปิดเผยพิรุธไม่ช้าก็เร็ว โฉวซือเส่ากับข้าได้ทิ้งหลักฐานอาชญากรรมไว้ในที่เกิดเหตุ ตอนนี้ข้าเกรงว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของสิงซ่างซู!”
เสิ่นหลินเฟิงตกตะลึง “แล้วข้าควรทำอย่างไร ฮ่องเต้ทรงนับถือใต้เท้าหลู่คนนี้มาก หากรู้ว่านี่เป้นฝีมือของท่านกับโฉวซือเส่า ในฐานะองค์ชายท่านแทบจะไม่สามารถหลบหนีความผิดได้ ฮ่องเต้อาจไม่ยินดีลงโทษท่านอย่างร้ายแรง แต่ไม่ใช่กับโฉวซือเส่า ข้าคงไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล ทุกคนรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันรอดพ้นจากชะตากรรมประหารเจ็ดชั่วโคตร”
“ใช่ หลังจากคิดดูแล้ว ข้าคิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเราได้”
“ช่วยอย่างไร” เสิ่นหลินเฟิงจงรักภักดีและยินดีช่วยเหลือคนอื่นเสมอ
“เสด็จพ่อชื่นชมเจ้ามาก ข้าเสนอให้เจ้ารับตำแหน่งจิงจ้าวอิ่น จากนั้นเจ้าจะสามารถรับคดีนี้ไว้ แล้วจะตัดสินคดีอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว มันอาจจะเสี่ยงไปหน่อย แต่ข้าร้อนใจจนทนไม่ไหวแล้ว”
ก่อนหน้านี้เสิ่นหลินเฟิงฟังด้วยความรู้สึกลังเล สุดท้ายเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงตำแหน่งจิงจ้าวอิ่นได้ ทว่าเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย
เสิ่นหลินเฟิงที่มักจะเสียสละตัวเองมาโดยตลอดไม่มีวันยอมให้พี่ของเขาต้องทนทุกข์ทรมาน
ดังนั้นเขาจึงรับปากทันที
“ท่านพี่ ทำไมถึงพูดเช่นนั้น เรื่องของท่านกับโฉวซือเส่าถือเป็นเรื่องของข้าเช่นกัน ขอแค่ข้ามีกำลังมากพอ ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถ”
มู่หรงฉียกเหล้าขึ้นมาพร้อมกับพูด “เจ้าเป็นน้องชายที่ดีของข้าเสมอ เช่นนั้นเราทำตามนี้แล้วกัน เรื่องไม่อาจรอช้าอีกต่อไป เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงใดๆ ข้าจะกลับเข้าวังและขอพระราชกฤษฎีกากับเสด็จพ่อ”
เสิ่นหลินเฟิงที่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับความสุขที่ได้ทำเพื่อพี่น้อง เมื่อเห็นว่ามู่หรงฉีใจร้อน ทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ต้องมีอะไรผิดปกติแน่