ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด
September 30, 2026
บทที่ 1
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด
แคว้นต้าเหลียน
หมู่บ้านกว่างซู เมืองเล่ออัน
ภายในกระท่อมเล็กที่ทรุดโทรมท้ายหมู่บ้าน
“ท่านแม่ ข้าหิวจังเลย ฮึก...”
เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงสะอึกสะอื้น ดังอยู่ข้างกายของหญิงสาว
“เป่าเอ๋อร์ ท่านแม่ป่วยอยู่ ห้ามเอาแต่ใจ”
คราวนี้เป็นเสียงเอ็ดของเด็กชาย
“แต่...แต่ข้าหิวนี่น่า ฮื่อๆ”
“ข้า...ข้าก็หิว ฮึก ฮือ...”
เด็กชายแบกรับความเข้มแข็งในฐานะพี่ชายไม่ไหวแล้วเหมือนกัน พูดประโยคนั้นจบก็ประสานเสียงร้องไห้กับน้องสาว
เสียงร้องไห้ของเด็กทั้งสองช่วยดึงสติของลู่ซินฟาง นางพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น
เมื่อตื่นขึ้นแล้ว ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือกระท่อมผุพังที่ทำจากไม้กระดาน มีรอยแตกรอยรั่วหลายจุด มองไปก็เห็นโต๊ะกินข้าวเก่าซอมซ่อได้ทันที ส่วนเด็กน้อยที่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างๆ นี้ อายุน่าจะราวๆ 3-4 ขวบ หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแกะ คาดว่าคงเป็นฝาแฝด
ความทรงจำครั้งล่าสุดที่จำได้ สถานที่ที่ลู่ซินฟางอาศัยอยู่คือห้องในอะพาร์ตเม้นต์ย่านกลางเมืองที่เจริญแล้ว
ลู่ซินฟางที่ทำงานหนักติดต่อกันมาเป็นเดือน พอได้วันหยุดก็นอนอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไม่คิดว่าความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก จะทำให้เห็นภาพหลอน
ลู่ซินฟางปิดตาลงแล้วลืมขึ้นมาใหม่ ภาพที่เห็นก็ยังเป็นกระท่อมเก่าพุพังกับเด็กทั้งสองที่ฟุบหน้าร้องไห้จนไหล่สั่นเหมือนเดิม
ทันใดนั้นเอง ความทรงจำของลู่ซินฟาง(อีกคน)ก็วาบเข้ามาในหัว
เด็กชายหญิงที่กำลังร้องไห้อยู่นี้คือลูกแฝดของลู่ซินฟาง เด็กชายคนพี่ชื่อเฉิงเอ๋อร์ (ลู่เฉิง) เด็กหญิงคนน้องชื่อเป่าเอ๋อร์ (ลู่เป่า) ทั้งสองคนอายุ 4 ขวบกับอีก 5 เดือน
เพราะต้องอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อ พวกเขาจึงตัวเล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน
หลังจากลู่ซินฟางถูกบ้านสามีเตะออกมาพร้อมกับหนังสือหย่า เด็กทั้งสองก็ใช้แซ่ลู่ ซึ่งเป็นแซ่ของแม่
ถึงจะถูกบ้านสามีไล่ออกมาแล้ว ลู่ซินฟางคนเก่าก็มีจิตใจที่เข้มแข็ง นางกลับมาอาศัยที่บ้านเดิมของมารดา บนที่ดินเล็กๆ นางปลูกผักทำสวน หาของป่าประทังชีวิตของตนและลูกๆ
อนิจจัง ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ร่างกายป่วยกระเซาะกระแซะมานาน พอทรุดไปก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย และนี่ก็คือเหตุผลที่ลู่ซินฟางจากอีกโลกหนึ่งมาสวมร่างแทน
อย่างไรก็ตาม นางควรทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เด็กทั้งสองหยุดร้องไห้
หญิงสาวยื่นมือออกไปตั้งใจจะลูบศีรษะเล็กๆ ที่ฟุบอยู่ข้างกาย ทันใดนั้นก็เห็นว่าแขนของนางทั้งผอมแห้งเหลือแต่กระดูก หนำซ้ำยังอ่อนแรงแทบยกไม่ขึ้น
ร่างกายนี้ทรุดโทรมขนาดไหนกันเนี่ย!
ลู่ซินฟางพยายามตั้งสติ รวบรวมกำลังอีกรอบ ยื่นมือที่สั่นเทาออกไปลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกทั้งสองคน
“เป่าเอ๋อร์ เฉิงเอ๋อร์”
เสียงที่แหบแห้งทำให้รู้ว่าร่างกายนี้นอกจากป่วยกมานาน ยังขาดสารอาหารอีกด้วย
เด็กหญิงสะดุ้งโหยง เงยหน้าที่เปื้อนน้ำตามองมารดา
“ท่านแม่!”
พอเป่าเอ๋อร์ตะโกนอย่างนั้น เฉิงเอ๋อร์ก็เงยใบหน้าที่นองน้ำตาขึ้นพรวด ดวงตาไร้เดียงสาของเด็กน้อยมองมารดาด้วยความเป็นห่วง
“ท่านแม่ฟื้นแล้ว!”
แล้วเด็กทั้งสองก็ประสานเสียงร้องไห้อีกรอบ
“แง้...!”
ลู่ซินฟางยิ้มอย่างยากลำบาก
“แม่คงหลับไปนานจนทำให้พวกเจ้ากลัว”