ตอนที่ 9
เขียนหนังสือหย่า
September 18, 2026
เงาดำสองสายที่ซุ่มมองโจรย่องเบาอยู่นานแล้วได้ทะยานหายไปอีกทาง ถึงแม้บุรุษผู้เป็นหัวหน้าจะอยากติดตามสตรีที่ตนเองนึกสนใจตั้งแต่แรกเจอในร้านขายอาวุธ แต่เขาก็ต้องใจเย็นรอคอยให้คนของเขาไปสืบหาข้อมูลดูเสียก่อน
บุรุษที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดอยากรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงกล้าเข้ามาย่องเบากวาดเอาทรัพย์สินในจวนตระกูลจางไปถุงใหญ่เช่นนี้ อีกทั้งท่าทางของนางช่างเก่งกาจเยี่ยงนางโจรมืออาชีพอย่างไรอย่างนั้น
เย่วชิงกลับเข้ามาถึงตำหนักร้างในยามไฮ่[1] นางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วเข้านอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มดีใจ ที่สมบัติของมารดาเจ้าของร่างยังไม่ถูกขายออกไปเลยสักชิ้น ทั้งยังได้ตำลึงมาเพิ่มอีกมากโขดูท่าชีวิตต่อจากนี้นางคงได้กลายเป็นสตรีที่ร่ำรวยอย่างที่ต้องการเป็นแน่
หนทางสู่ความสงบสุข แบบไม่ต้องดิ้นรนให้มากอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ผู้ใดทะลุมิติมาแล้วขยันขันแข็ง ปลูกผัก ขุดโสมไปขายก็ทำไปเถิด แต่นางขออยู่แบบสบาย ๆ ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบหลังจากที่ทำงานหนักมานานหลายปี นั่งจิบชาเลิศรสและชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติในยามเช้าตรู่ สาย ๆ มาก็คิดค้นสูตรผลิตเม็ดโอสถไว้ลงประมูลนาน ๆ ครั้งก็เพียงพอแล้ว
‘หึหึ ข้าแบกสมบัติทั้งหมดมาไม่ไหวหรอก เลยเหลือไว้ให้พวกเจ้าสองคนแม่ลูก’
เย่วชิงตื่นมาแต่เช้ามืดเพื่อฝึกฝนร่างกายในขั้นพื้นฐานตามความเคยชิน เฉกเช่นเมื่อครั้งที่นางเป็นสายลับ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและพัฒนาให้ร่างกายใหม่สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น
เพราะยามนี้ ร่างกายของนางช่างผอมบางยิ่งกว่ากิ่งหลิว กล้ามเนื้อก็ลีบแบนเพราะไม่เคยได้กินเนื้อกินไข่แบบคนอื่น ๆ ทั่วไป ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักร้างของชินอ๋อง ในทุก ๆ วันนางได้กินเพียงข้าวต้มใส ๆ ที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งเม็ดข้าวกับเศษผักเพียงไม่กี่ชิ้น เมื่อเปรียบเทียบดูก็เลวร้ายยิ่งกว่าตอนที่อาศัยอยู่จวนตระกูลจาง ที่บางวันยังมีเศษเนื้อหลงเหลือมาให้อยู่บ้าง
อาหารการกินของเย่วชิงกับจูลี่ แย่ยิ่งกว่าอาหารของบ่าวไพร่ทุกคนในตำหนัก หรืออาจจะแย่เสียยิ่งกว่าคนไร้บ้านที่ยังมีผู้ใจบุญมอบอาหารให้ได้กินอิ่มในทุก ๆ วัน
ท่าทางของนางก็ดูบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งนัก หากไม่เร่งสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย คงไม่สามารถฝึกฝนวิชาการต่อสู้ในรูปแบบสายลับ ที่มีรูปแบบการฝึกชนิดที่ว่าร่างกายบอบช้ำอยู่หลายเดือนกว่าจะหายเป็นปกติ
“คุณหนู วิชาการต่อสู้ของท่านช่างแปลกตายิ่งนัก”
จูลี่ที่ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อจัดเตรียมอาหารในมื้อเช้า จึงได้เห็นคุณหนูของนางกำลังใช้กำปั้นทั้งสองข้างชกอากาศไปข้างหน้าสลับกันไปมา ทั้งยังยกขาสูงขึ้นมาเตะตวัดกลางอากาศอย่างรุนแรง จึงอดไม่ได้ที่จะสอบถามออกไปด้วยความสนใจ
“วิชาการต่อสู้นี้ เรียกว่าวิชามวยไทย ข้าเคยได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันระดับโลก อ้อ!! คล้าย ๆ ระดับแคว้นนั่นแหละ และตัวข้าเองก็ชื่นชอบการต่อสู้มวยไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงเริ่มฝึกฝนมวยไทยก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายไปในตัว”
เย่วชิงค่อย ๆ อธิบายให้สาวใช้เข้าใจในวิชามวยไทย ซึ่งอาจารย์ของนางเป็นถึงอดีตนักกีฬาจากประเทศไทย ที่เคยได้รับเหรียญทองโอลิมปิคถึงสองสมัยติดต่อกัน ทางหน่วย FBI จึงติดต่อให้นักกีฬาคนนั้นมาเป็นอาจารย์พิเศษของหน่วยเพื่อฝึกสอนให้กับสายลับในองค์กรโดยเฉพาะ
“ดียิ่งเจ้าค่ะ”