ตอนที่ 12
ภรรยาอยากออกนอกจวน (2)
November 4, 2026
“ท่านเหวินหยางต้องการไปเที่ยวที่ใดเจ้าคะ ให้คนคุมม้าไปส่งท่านก่อนดีหรือไม่ ธุระของข้ามิรีบร้อนอันใด”
ซูเมิ่งไหวตัวทันแล้ว ตอนแรกนางมิอยากคิดเข้าข้างตนเองว่าพ่อสามีตัวดีคนนี้ของนางกำลังตามติดนาง มิใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่เขามักไปนั่งอ่านหนังสือที่เดียวกับนางทุกที่แล้ว
หยางเหวินกำลังจับตามองดูนาง
เขาต้องคิดว่านางเป็นสายลับจากตระกูลบ้านเกิดเป็นแน่
ฉะนั้นหนนี้นางจึงถามให้เขาตอบก่อนจะได้มิต้องมาโมเมว่าจะไปที่เดียวกับนางอีก
“ข้าก็มิรีบ ไปส่งเจ้าทำธุระก่อนเถิด สถานที่ของข้าอยู่ไกล เกรงใจคนคุมบ้างจะให้เขาเทียวไปเทียวมาก็ใช่เรื่อง”
“อะ เอ่อ แต่ว่า....”
คำอ้างของนางติดไว้ในลำคอเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของอีกฝ่ายเหลือบมองมา
เกรงว่าพูดไปจะมิต่างจากคุยกับกำแพงไร้ชีวิตน่ะสิ
ดังนั้นซูเมิ่งจึงเปิดม่านออกไปด้านหน้าเพื่อบอกจุดหมายปลายทางของตนเองอย่างยอมจำนน
“ไปหอรวมการค้าลู่เหลียน”
ใช้เวลาไม่นานนางก็เดินนำบุรุษสองคน หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่ล้วนเป็นชาติชาติทหารด้วยกันทั้งสองคนเวลาเดินเข้ามาในหอการค้าเช่นนี้จึงดูโดดเด่นมิน้อย
ใบหน้าหล่อเหลาแบบดุดัน เรือนกายสูงใหญ่แข็งแกร่ง เดินอกผายไหล่ผึงดูองอาจและมากอำนาจ ความเย็นชาของชายหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยแรงกดดันไม่น่าเข้าใกล้ เดินเข้ามาในสถานที่คนพลุกพล่านเช่นนี้ยิ่งทำให้คนที่อยู่ใกล้เผลอถอยหลังหรือไม่ก็แหวกข้างให้ชายหนุ่มได้เดินอย่างสะดวก
เกินไปหรือไม่บุรุษผู้นี้ เขาทำราวกับที่นี่เป็นกองทัพของเขามิใช่สถานที่ค้าขายรื่นเริง
“ท่านเดินให้มันดีกว่านี้หน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”
“การเดินของข้ามันทำไมรึ”
“.....” จะบอกว่าว่าลดความกร่างของตนเองลงเกรงว่านางจะโดนหลังมือปลิวไปติดกำแพงเสียก่อน “ลดความโดดเด่นลงหน่อยก็ดีนะเจ้าคะ ดูพวกเขาสิ....”
นางชี้ไปที่ชาวบ้านที่มาใช้บริการโดยรอบที่กำลังเหลือบมองมาทางพวกนางทีหันกลับไปกระซิบกระซาบกระดี๊กระด๊ากันเองที
“หึ ข้ามิสนใจพวกนางหรอก เจ้าอย่าได้ดื่มน้ำส้มเปรี้ยวให้มากนักเลย ข้าหาใช่บุรุษมากรัก” มุมปากของบุรุษเจ้าแห่งสงครามผู้เย็นชายกขึ้นอย่างพึงพอใจ แม้ว่ามันจะช่วยส่งเสริมให้ใบหน้าของหยางเหวินงดงามขึ้นยิ่งกว่าเดิมทว่าคนโดนเข้าใจผิดอย่างซูเมิ่งรู้สึกกลืนไม่เข้าคายมิออก วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปชั่วครู่
เหมือนเขาคิดว่านางหึงหวงเขาอย่างนั้นแหละ
“มิใช่ ท่านเข้าใจข้าผิด”
“ฮูหยินขอรับ นายท่านเดินนำไปไกลแล้วขอรับ”
เป็นลูกน้องคนสนิทของหยางเหวินที่ช่วยเรียกสติของนางจึงทำให้สองขาสั้นก้าวถี่รีบตามไปแก้ความให้กระจ่างเสียก่อน
“อ้าว แม่นางซูเมิ่ง วันนี้มิได้มาผู้เดียวเสียด้วย เชิญนั่ง ๆ ก่อนขอรับ”
เดินเข้ามาในร้านรักสุขภาพหลันฮวาลูกน้องรับแขกของร้านผู้ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าตั้งแต่หน้าประตูร้านก็เดินเข้ามาหานาง โชคดีที่ไหวพริบของอีกฝ่ายดียิ่งนักสมกับที่ซูเมิ่งไว้ใจ พอชายหนุ่มเหลือบสายตามองไปยังเบื้องหลังเห็นบุรุษใบหน้าเย็นชามิสนใจใครผู้โด่งดังไม่มีใครไม่รู้จักท่านแม่ทัพหยางเหวินจึงเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อนางทันที
ลูกน้องในร้านนางล้วนเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเถ้าแก่ร้านด้วยกันทุกคนและรับรู้ว่านางยังไม่พร้อมเปิดเผยตนเองสู่สาธารณะชนภายนอก พอเห็นนางเดินเข้ามาพร้อมคนอื่นด้วยท่าทีเกร็งแข็งทื่อมิเหมือนทุกทีเช่นนี้จึงพากันไหลตามน้ำ ไม่กล้าทักทายนางกันเลยสักคน
ซูเมิ่งจึงฉีกยิ้มห่างเหินตอบกลับไป
สงสัยต้องให้เบี้ยเพิ่มเสียแล้วเจ้าลูกน้องพวกนี้
ซูเมิ่งนึกอารมณ์ดีอยู่ในใจ นางรู้สึกดีมิหยอกที่ฝึกลูกน้องตนเองมาดีเช่นนี้
“มาซื้อสินค้าใดรึ มิรีบไปเดินดูหรือ ข้าจะนั่งรอที่ตรงนี้ก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ”
อย่างน้อยซูเมิ่งก็สามารถเข้ามาดูร้านได้ และนางวางแผนไว้ว่าจะพูดคุยกับหลิ่งซานหลงจู๊ของนางสักหน่อยเผื่อร้านเกิดปัญหาใดขึ้น
โชคดีหน่อยอาจได้นำบัญชีของร้านกลับไปตรวจดูที่บ้านด้วยเลย
“ท่านหลิ่งซานเล่า ข้ามีเรื่องสินค้าที่เคยคุยค้างอยากคุยกับเขา”
“ได้ขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปตามท่านหลงจู๊มาให้เชิญแม่นางรอในห้องรับรองทางนี้”
“ขอบใจเจ้าค่ะ”
ฟู่ว ในที่สุดซูเมิ่งก็สามารถหลบสายตาเหยี่ยวของสามีจอมจับผิดของนางได้สักที
ไม่นานคนที่นางต้องการสนทนาด้วยก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง