ตอนที่ 13
บทที่ 13 พิพากษาคดีชั้นสูงสุดหรือ?
October 28, 2026
เมื่อเห็นว่าซูหนิงซีกลับมาแล้ว ซูหงเหว่ยทอดถอนหายใจอย่างเย็นชาพลางตะโกนออกคำสั่งกับบ่าวด้านนอกประตู "พวกเจ้า มัดคุณหนูใหญ่ให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
ขณะซูหนิงซีกำลังก้าวผ่านธรณีประตู เท้าของนางหยุดชะงัก จากนั้นพวกบ่าวค่อยๆเดินเข้ามาใกล้
"ย่า! ท่านพ่อจะทำอะไรเจ้าคะ?"
หลิ่วเอ๋อร์เดินตามหลังซูหนิงซีด้วยสีหน้าประหม่า แต่เมื่อได้ยินเสียงของนางก็ทำราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจ "ลูกเพิ่งจะออกจากจวนไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ทันทีที่กลับมาเหตุใดท่านพ่อถึงส่งเสียงดังเอะอะเสียใหญ่โต"
นางเฉียวนั่งรับชมเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง ซูหนิงซานก็อดมิได้ที่จะเติมฟืนลงในกองไฟ
"ท่านพี่พูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะเจ้าคะ ที่ท่านพ่อโกรธเคืองไม่ใช่เพราะวันนี้ท่านพี่ไปก่อเรื่องจนทำให้ท่านพ่อไม่พอใจหรอกหรือเจ้าคะ"
ซูหนิงซานอดไม่ได้ที่จะฉีกหน้าท่านพี่ของนาง ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องนางก็มิได้เก็บมาใส่ใจ แต่จวบจนปัจจุบันก็ยังกล้าเรียกนางว่าท่านพี่ บนใบหน้านั้นประดับด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง เมื่อซูหนิงซีได้เห็นก็แทบอยากจะสำรอก
"ข้าขอร้องเจ้า อย่าได้เอ่ยคำว่าท่านพี่ออกมาให้ข้าคลื่นไส้จนอยากอาเจียนอีกเลย"
ซูหนิงซีกวาดสายตามองซูหนิงซานอย่างเย็นชา เมื่อได้เห็นใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว นางจึงกวาดสายตามองไปยังบ่าวทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาหานางพร้อมด้วยเชือก "ข้าอยากจะเห็นนักว่าวันนี้พวกเจ้าคนไหนกล้าแตะต้องตัวข้า"
เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ บ่าวต่างยืนนิ่งงันไม่กล้าย่างกรายเข้าไปแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้ สัมผัสได้ว่าสีหน้าของซูหงเหว่ยมืดมนลงทันใด นัยต์ตาดุดันจ้องมองบ่าวสองผู้นั้น "พวกเจ้าจะยืนโง่อยู่ทำกระไร! ยังไม่รีบเข้าไปมัดตัวนางให้ข้าอีก!"
บ่าวทั้งสองตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มิรู้ว่าตนควรทำเยี่ยงไร ทั้งสองต่างมองหน้ากัน
หากกล่าวตามหลักการแล้ว หากเปลี่ยนเป็นช่วงก่อนหน้านี้ ตราบใดที่ซูหงเหว่ยออกคำสั่ง มิต้องพูดถึงการมัดตัวซูหนิงซีเลย ต่อให้มัดตัวซูเหลียงบุตรคนโตของจวนนี้ บ่าวทั้งสองจะรีบไปมัดในทันใด ผู้ใดจะกล้าขัดคำสั่งของซูหงเหว่ยเล่า
แต่วันนี้คุณหนูใหญ่ของจวนพวกเขามิเป็นดั่งเช่นก่อนแล้ว
มิต้องเอ่ยถึงเรื่องที่ว่าในทุกวันนี้เซ่อเจิ้งอ๋องเป็นผู้หนุนหลังคุณหนูใหญ่ มาเอ่ยถึงเรื่องคุณหนูใหญ่ของพวกเขาเถอะ
หลังจากล้มเลิกพิธีอภิเษกกับองค์รัชทายาท คุณหนูใหญ่ของพวกเขาดูแปลกไปจากเดิมราวกับว่าเปลี่ยนเป็นอีกคนอย่างไรอย่างนั้น นางไม่ปิดปากเงียบดั่งเช่นเมื่อก่อน แม้แต่บ่าวภายในจวนก็ยังกล้าแผลงฤทธิ์แผลงเดชกับนาง
ทุกวันนี้ภายในจวน นางได้ตั้งกฎเกณฑ์กับบ่าวไพร่ด้วยคำพูดจริงใจและเปิดเผยทุกอย่างด้วยความตรงไปตรงมา แม้แต่คุณหนูสาม ฮูหยินหรือแม้กระทั่งนายท่านก็มิอาจยับยั้งนางได้
คุณหนูใหญ่ก็มิเห็นนายท่านอยู่ในสายตา สำหรับบ่าวทั้งสองจึงมิกล้าพูดอะไรมากนัก
ขณะนั้นบ่าวทั้งสองต่างเหลือบมองกันไปมา ยืนนิ่งงันอยู่เช่นนั้น จะเข้าไปก็มิกล้า จะถอยกลับก็มิได้
ซูหงเหว่ยรู้สึกอึดอัดใจมากยิ่งขึ้น เมื่อได้เห็นนัยต์ตาที่กำลังยิ้มแต่มิใช่รอยยิ้ม เขารู้สึกเพียงว่ามีบางอย่างจุกบริเวณหน้าอก จะพ่นลมหายใจก็มิได้ จะสูดลมหายใจก็มิได้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
หลังจากคับข้องใจอยู่นาน ซูหงเหว่ยได้กล่าวว่า "เจ้า เจ้ามันเป็นลูกอกตัญญู!"
ใครจะรู้ ซูหนิงซีไม่ได้โกรธเกรี้ยว นางเพียงยิ้ม "ท่านพ่อ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"
"ต่อให้เป็นการพิพากษาคดีชั้นสูงสุด ผู้พิพากษาก็จะให้นักโทษได้เข้าใจในสิ่งที่ตนได้กระทำผิดและให้โอกาสนักโทษได้กล่าวชี้แจง? แต่สิ่งที่ท่านพ่อกระทำในวันนี้ ลูกกลับไม่เข้าใจเลย"
ซูหนิงซีนั่งลงอย่างเชื่องช้า
เห็นนางวางตัวตามสบาย ไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
ตรงกันข้าม พวกเขาต่างเดือดดาลกันมาก สิ่งนี้ทำให้ซูหนิงซานรู้สึกราวกับว่าใบหน้าของนางถูกกระแทกอย่างรุนแรง นางคับข้องใจมาก
"ท่านพี่ เป็นไปได้หรือที่ท่านไม่รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อถึงได้ขัดเคืองเช่นนี้?"
"ข้าควรรู้อย่างนั้นหรือ? ข้ามิใช่พยาธิตัวกลมในท้องของท่านพ่อเสียหน่อย"