ตอนที่ 16
บทที่ 16 ข้าไม่อนุญาต
October 28, 2026
หลังจากที่เขารู้ว่าตนเองโดนซูหนิงซานหลอกมาโดยตลอด ไป๋หลี่เหิงก็ได้เดินออกไปด้วยความโกรธ
ทันทีที่เดินออกมาถึงยังลานเรือนของซูหนิงซานนั้น ก็ได้เห็นซูหนิงซีที่มีหลิ่วเอ๋อร์ติดตามมา ในมือถือตะเกียงและกำลังเดินมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้
ภายใต้แสงไฟอันสลัว เห็นร่างของซูหนิงซีค่อยๆเดินไกลออกไป ไป๋หลี่เหิงไม่รู้ว่าทำไมถึงมองอย่างลุ่มหลง และอดที่จะเดินตามไปไม่ได้ ”ซูหนิงซี ข้ามีบางคำอยากจะพูดกับเจ้า”
‘การที่เจ้าไม่ได้รับสิ่งๆนั้นมันดีที่สุดแล้ว’
แต่ก่อนตอนที่เขาและซูหนิงซีเป็นคู่หมายกันนั้น ประการแรกเป็นเพราะไป๋หลี่เหิงไม่ได้มีความรู้สึกต่อนาง และไป๋หลีเหิงเองก็ไม่ต้องการที่จะเอาชีวิตไปผูกมัดกับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก เลยทำให้เขาได้กล่าวปฏิเสธซูหนิงซีไป
ประการที่สอง เป็นเพราะซูหนิงซานคอยยุยง ทำให้ไป๋หลี่เหิงเข้าใจซูหนิงซีผิดเป็นอย่างมาก
ไป๋หลี่เหิงจึงมองซูหนิงซีด้วยความรู้สึกรังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องการที่จะยกเลิกการหมั้น
แต่มาบัดนี้ เขานึกถึงชายผู้ที่มีดวงตาชั้นยอดอย่างเสด็จอาเจ็ดของเขา ถึงแม้ว่าตัวของซูหนิงซีนั้นไม่ได้ดูมีคุณสมบัติล้ำค่าแต่อย่างใด แต่เหตุใดไป๋หลี่จิ่นถึงได้รักนางมานานหลายปี
หลังจากที่ยกเลิกการหมั้น ไป๋หลี่เหิงกลับเกิดความรู้สึกแปลกๆต่อซูหนิงซีขึ้นมาทันที
ก่อนหน้านี้ซูหนิงซีได้ยินมาว่ามีฝูงหิ่งห้อยเกิดปรากฏอยู่ในสวนดอกไม้ นางจำได้ว่าตอนที่นางอาศัยอยู่ที่ค่ายทัพ ยามกลางคืนนางมักจะเห็นฝูงหิ่งห้อยในค่ายฝึกอยู่เป็นประจำ ซูหนิงซีนึกถึงความทรงจำครั้งก่อน นางพร้อมด้วยหลิ่วเอ๋อร์จึงถือตะเกียงออกมาดูด้วยกัน
โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอไป๋หลี่เหิง
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกของไป๋หลี่เหิง ซูหนิงซีก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “ศัตรูบนเส้นทางแคบ【1】”
ดังนั้นนางจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า โดยไม่สนเสียงตะโกนเรียกของไป๋หลี่เหิง
เมื่อเขาเห็นว่าซูหนิงซีไม่สนใจ ไป๋หลี่เหิงร้อนใจมากและรีบเร่งฝีเท้าเดินตามไป เขาหยุดหอบอยู่ตรงหน้าซูหนิงซี “เจ้าตั้งใจเมินเฉยต่อข้าหรือ””
เมื่อเห็นไป๋หลี่เหิงยืนขวางอยู่ตรงหน้า ซูหนิงซีคิดอยากจะเตะเขาออกไปให้ไกลๆ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงองค์รัชทายาทและจะเป็นจักรพรรดิในอนาคต ซูหนิงซีจึงข่มอารมณ์ไว้ และตอบด้วยท่าทีที่ไม่สนใจเพียงประโยคเดียว “องค์รัชทายาททรงรู้ตัวเองดีจริงๆเพคะ”
“เจ้า...”
นึกไม่ถึงว่าซูหนิงซีจะตรงไปตรงมาเช่นนี้ หลังจากที่ไป๋หลี่เหิงแปลกใจไปครู่หนึ่ง ก็กล่าวคำแปลกๆออกมา “ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่นอนเจ้าจะไปทำอะไรหรือ”
“องค์รัชทายาทเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบจริงๆ ท่านคิดว่าท่านอยู่ที่ต้นแม่น้ำแยงซีเกียงหรือเพคะ”
เมื่อได้ยินว่าไป๋หลี่เหิงดูเหมือนจะเป็นห่วงนาง ซูหนิงซีเหมือนรู้สึกว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้นทางทิศตะวันตก และนางก็อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชัน “ทำไมหรือเพคะ หรือว่าที่ท่านยืนขวางข้า ไม่ใช่ว่าท่านคงอยากจะคิดบัญชีกับข้าหรอกน่ะ”
เกี่ยวกับเรื่องการถอนหมั้น ไป๋หลีเหิงมีความโกรธแค้นต่อนางมานานแล้ว เรื่องนี้นางเองก็รู้แก่ใจของนางดี
ทว่าเป็นแต่ก่อน หากไป๋หลี่เหิงได้ยินคำพูดเช่นนี้ เขาคงโกรธอีกเป็นแน่
แต่ในคืนนี้ กลับพบว่าเขาไม่ได้โกรธ และคำพูดเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างแปลกประหลาด
“ในใจเจ้าคงคิดว่า ข้าไม่มีความอดทนขนาดนั้นเลยหรือ”
ไป๋หลี่เหิงถามพลางขมวดคิ้ว
ในค่ำคืนที่มืดมิด ตะเกียงใต้ชายคาที่อยู่ไม่ไกลนักส่องแสงสลัว
ไป๋หลี่เหิงจ้องมองดวงตาของซูหนิงซี ทำให้ใจเขาเกิดความเจ็บปวดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“ตัวท่านเองยังไม่รู้ว่าตัวท่านเป็นคนอย่างไร แล้วยังจะให้ผู้อื่นมาบอกอีกหรือเพคะ”
ซูหนิงซียิ้มเยาะ และไม่อยากรับรู้ถึงความแปลกประหลาดของไป๋หลี่เหิงในคืนนี้
ในสายตาของนาง คนทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเดินทางสายเดียวกัน
เนื่องจากไป๋หลี่เหิงอยู่ข้างเดียวกันกับซูหนิงซานมาโดยตลอด นางจะไม่ยอมแพ้และไม่ยอมทิ้งศักดิ๊ศรีของนาง และซูหนิงซีนางก็ไม่ใช่แม่พระขนาดนั้น ดังนั้นจะไม่ยอมก้มหัวให้เป็นแน่
“ดึกมากแล้ว ไม่รบกวนองค์รัชทายาทแล้ว ทูลลานะเพคะ”
พูดเสร็จ ซูหนิงซีก็ถอนหายเบาๆเพื่อระงับอารมณ์ แล้วเดินอ้อมตัวไป๋หลี่เหิงไป และเดินมุ่งหน้าต่อไปยังสวนดอกไม้