ตอนที่ 17
บทที่ 17 ผู้ชายฟุ่มเฟือย (ฉบับแก้ไข)
October 28, 2026
ที่บอกว่าหอสือเสินมีเงินทองเข้ามาทุกๆวัน ไม่ใช่เรื่องที่คุยโวเป็นอันขาด
พูดตามตรง ซูหนิงซีรู้สึกประทับใจกับคำเชิญชวนของหยางจิ้งเอินเป็นอย่างมาก แต่นางยังไม่ทันตอบตกลง เรื่องที่เหมือนกำลังจะไปได้ด้วยดี เเต่ดันเจออุปสรรค
เมื่อเห็น “อุปสรรค” ค่อยๆเดินเข้ามาทีละก้าวด้วยสีหน้ามืดมิด ซูหนิงซีรู้สึกอยากร้องไห้ไม่รู้จนจะทำอย่างไรดี
พระเจ้า ทำไมต้องตัดหนทางแห่งความมั่งคั่งของนางด้วย
“ข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีหรือ”
ไป๋หลีจิ่นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน เขามองไปยังซูหนิงซีที่มีท่าทีตกใจ และถอนหายใจอย่างเย็นชา “เจ้าต้องการอะไรข้าล้วนให้เจ้าได้ทุกอย่าง”
แต่ทว่า อย่าไปยุ่งกับบุรุษผู้อื่น
ในที่สาธารณะ พูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ดีแล้วหรือ
หยางจิ้งเอินแทนที่จะรู้สึกโกรธ แต่กลับหันไปมองใบหน้าที่แสดงออกของซูหนิงซี “ข้าเข้าใจ” ซึ่งทำให้นางหน้าแดง และพูดอย่างเขินอาย “ท่านอ๋อง ข้ามือเท้ายังดีอยู่ ไม่ได้ต้องการให้ท่านมาเลี้ยงดู”
เมื่อครู่นี้ ยังจำอารมณ์ที่หึงหวงของไป๋หลีจิ่นได้ และพูดประโยคที่อยู่ใต้จิตสำนึกเพื่อจะฟังคำอธิบายจากนาง
เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการอธิบาย ก็เริ่มจำกัดอิสระในการคบเพื่อนของนางแล้วหรือ
ซูหนิงซีแสดงออกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก “อีกทั้งท่านยังบอกว่าไม่ได้สะกดรอยตามข้า วันนี้ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นเคยใช่หรือไม่”
“ข้าสะกดรอยตามเจ้าจริงๆ”
ใครจะไปรู้ และคาดไม่ถึงว่าครั้งนี้ไป๋หลีจิ่นจะยอมรับอย่างเปิดเผย
ซูหนิงซียืนแข็งอยู่กับที่ในทันที และเมื่อได้สตินางก็จ้องมองไปที่ไป๋หลีจิ่น “ไม่ว่าอย่างไรก็ตามท่านเป็นถึงท่านอ๋อง ทำไมถึงได้กระทำเรื่องน่ารังเกียจเช่นนี้ มันไม่เหมาะกับฐานะของท่าน”
ไป๋หลีจิ่นไม่ได้ตอบ เขานั่งลงบนที่นั่งว่างข้างๆนาง และมองไปที่หยางจิ้งเอินแล้วกล่าว “นางจะไม่ร่วมถือหุ้น”
“เจ้าเองก็อย่าคิดที่จะมีน้ำใจอะไรที่ไม่ควรมีกับนาง”
หยางจิ้งเอินกระแอมสองครั้ง “ท่านอ๋อง ท่านเข้าใจอะไรข้าผิดไปหรือเปล่า”
“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ผู้ที่มีอิทธิพลหรือมีอำนาจ จะหาหญิงงามแบบไหนได้บ้างก็ยังไม่รู้ แต่ร่างผอมบางแบบซูหนิงซีนี่ ก็ยังไม่ใช่แบบที่ข้าชอบจริงๆ"
หยางจิ้งเอินไม่ปกปิดใบหน้าที่ดูเมินเฉย ราวกับว่าไม่มีความกังวลว่าคำพูดที่พูดไปจะทำให้ไป๋หลีจิ่นไม่พอใจ
เพราะถึงอย่างไร ไป๋หลีจิ่นก็คงยังโอบอุ้มซูหนิงซีไว้ในอุ้งมือ
“ข้าพูดเล่น เผื่อสถานการณ์จะผ่อนคลายขึ้น”
ทันทีที่พูดจบ เขาเห็นหยางจิ้งเอินอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ท่านอ๋อง ท่านอย่าได้กังวลใจเลยว่าระหว่างข้ากับหนิงซีจะมีเรื่องอื่น ข้าแค่คิดถึงสถานการณ์ที่ไม่ดีของนางในจวนสกุลซู และต้องการที่จะช่วยนางด้วยความบริสุทธิ์ใจก็แค่นั้น"
หยางจิ้งเอินค่อยๆแสดงความจริงจังออกมา
เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ สีหน้าของไป๋หลีจิ่นก็ค่อยๆอ่อนลงเล็กน้อย
“เจ้าอยากร่วมถือหุ้นหรือไม่”
ไป๋หลีจิ่นหันหน้ามองพลางถามนาง
แน่นอนว่าอยากร่วม
ความรู้สึกในใจของซูหนิงซีเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่นางกลับไม่กล้าแสดงออกมาทางใบหน้า นางพูดอย่างอัดอั้นตันใจ “แทนที่ในแต่ละวันข้าต้องอยู่พบหน้าผู้คนในจวน สู้ข้าออกมาหาอะไรทำด้วยตัวเองเสียยังดีกว่า”
เมื่อเห็นใบหน้าอันอัดอั้นของนาง ก็นึกถึงการถูกกดขี่ที่นางนั้นได้รับจากภายในจวนแม่ทัพมาโดยตลอด ไป๋หลีจิ่นรู้สึกสงสารนางเป็นอย่างมาก
เขาใจอ่อนลง และอดไม่ได้ที่จะปรับน้ำเสียงของเขาให้อ่อนลงด้วย “ในเมื่อเจ้าอยากร่วมถือหุ้น งั้นเจ้าก็ร่วมถือหุ้นเถอะ”
“จริงหรือ”
ในชั่วพริบตา ความอัดอั้นบนใบหน้าของซูหนิงซีก็พลันหายไป กลายเป็นความน่ารักปนความเจ้าเล่ห์แทน
ไป๋หลีจิ่นยิ้มอย่างฝืนไม่ได้ “แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากร่วมถือหุ้นหอสือเสิน ก็ไม่สามารถที่จะลงทุนไปอย่างโดยไม่ลงเงินได้”
“ในเมื่อเถ้าแก่หยางเป็นผู้ดูแลจัดการหอสือเสิน แน่นอนว่าเขาเองก็ต้องหาเงินกำไร มิเช่นนั้นในอนาคตเขาแต่งงานมีลูกจะดูแลปากท้องครอบครัวได้อย่างไร”
ไป๋หลีจิ่นทำหน้าเคร่งเครียด และกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าจะลงทุนให้เจ้าสามสิบส่วนในหุ้น ก็เอาตามที่พวกเจ้าเพิ่งจะคุยกันไว้เจ้าสามสิบเขาเจ็ดสิบ ไม่ควรจะไปเอาเปรียบเถ้าแก่หยาง”
ไป๋หลีจิ่นพูดด้วยความเป็นธรรม แต่ซูหนิงซีกลับรู้สึกว่ามันตลก
ชายผู้นี้ยังคงใจแคบจริงๆ