ตอนที่ 11
บทที่11 นี่มันอะไรกัน?!
October 28, 2026
หยางจิ้งเอินยังคงมึนงง เกาะแขนของซูหนิงซีไว้ ยิ้มพลางถามว่า“หนิงซี หนุ่มน้อยผู้นี้เป็นใคร?คนรักของเจ้ารึ?ช่างหยิ่งนัก เป็นพวกไหนกัน?”
ซูหนิงซีพยายามดึงมือหยางจิ้งเอินออก พร้อมยิ้มให้กับไป๋หลี่จิ่นเล็กน้อย “ท่านมาได้อย่างไร……”
“หากข้าไม่มา พวกเจ้าคงล้ำหน้ากันไปถึงขั้นไหนแล้ว?”
ไป๋หลี่จิ่นสีหน้าดุดัน
ซูหนิงซีไม่ตอบคำถามนี้ แต่หยางจิ้งเอินผู้ไม่กลัวตายตอบแทนว่า“เจ้ารู้ได้อย่างไร?ว่าข้าสองคนกำลังล้ำหน้าไปไกลมากแล้ว”
ไป๋หลี่จิ่นสีหน้าเย็นชาราวกับธารน้ำแข็งกำลังพังทลาย บรรยากาศอึดอัดเป็นที่สุด
ในนี้กลิ่นดินปืนแรงมาก ซูหนิงซีหยิบชาเย็นๆบนโต๊ะสาดเข้าไปที่หน้าของหยางจิ้งเอิน “จิ้งเอินเจ้าตื่นได้แล้ว”
การกระทำของซูหนิงซีทำให้ไป๋หลี่จิ่นรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เขาเอื้อมมือออกไปดึงนางมาด้านหลัง ถามย้อนคำพูดของหยางจิ้งเอิน :“ข้าเป็นพวกไหน?”
หลังจากถูกสาดด้วยน้ำชา หยางจิ้งเอินได้สติเล็กน้อย
เขาเวียนหัวอยู่ครู่หนึ่ง เอามือสองข้างเท้าลงบนโต๊ะ เงยหน้ามองไป๋หลี่จิ่น
“ทะ ท่านอ๋อง?”
สีหน้าหยางจิ้งเอินตกใจมาก
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนทำไว้เมื่อครู่ หยางจิ้งเอินมองซูหนิงซีด้วยความระมัดระวัง “หนิงซี เมื่อครู่……ข้าไม่ได้เอ่ยอันใดที่ไม่ควรเอ่ยใช่หรือไม่?”
ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่า ไป๋หลี่จิ่นและซูหนิงซีมีความสัมพันธ์เช่นใด
เรื่องราวความรักของทั้งสองแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ตอนนี้หากนักเล่านิทานในโรงน้ำชาทั่วทั้งเมืองหลวง ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ก็คงนับว่าเชยมาก
ทั้งๆที่มีผู้คอยหนุนหลังเช่นนี้ ซูหนิงซียังบอกว่าตนเป็นเพียงผักกาดขาว[1]ไม่มีผู้ใดคอยดูแลอีก
เมื่อครู่เป็นเพราะกำลังมึนงง จึงคิดไปว่าคนที่พบเจอเป็นเพียงชาวบ้านทั่วไป ไม่ทันได้นึกถึงเรื่องระหว่างซูหนิงซีและไป๋หลี่จิ่น
“น่าจะไม่มีนะ”
ซูหนิงซียิ้มแห้ง เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อไป๋หลี่จิ่นเพื่อส่งสัญญาณให้ดับไฟ
เพราะการกระทำของซูหนิงซี ทำให้ไป๋หลี่จิ่นลดโทสะลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความโกรธและเสียงของเขาก็ยังคงเย็นชา“พวกเจ้าเพียงพบหน้ากันครั้งแรก แต่กลับดูคุ้นเคยกับไอ้หน้าอ่อนนี่ถึงเพียงนี้?”
รูปร่างสูงขาว แต่งกายด้วยอาภรณ์ขาว หากไม่ใช่ไอ้หน้าอ่อนแล้วจะเป็นอะไรได้?
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าพบกันครั้งแรก?”
ซูหนิงซีขมวดคิ้ว“ท่านสั่งคนติดตามข้าหรือ?”
ไป๋หลี่จิ่นตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่านางจะเอ่ยประโยคนี้ เขารู้สึกผิดไปครู่หนึ่ง รีบหลบตาไม่กล้าสบตาซูหนิงซี พลางปฏิเสธ“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าไม่ทำเรื่องต่ำทรามเช่นนี้หรอก?”
เป็นน้องสาวเจ้าต่างหากที่ตามเจ้า ไม่ใช่ข้า……
เสียงเฮยเย่าไอแค่กๆอยู่ด้านนอกประตู
ท่านอ๋อง ท่านต่ำทรามหรือไม่นั้น ใจท่านไม่รู้เลยหรือไร?
“ข้ากับท่านเป็นอันใดกัน เหตุใดต้องติดตามข้าด้วย?”
ซูหนิงซีถามด้วยสีหน้าเย็นชา
เดิมทีครั้งนี้มาเพื่อจับผิด แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ กลายเป็นซูหนิงซีที่ตั้งคำถาม เขารู้สึกผิดที่จะตอบหรือ?
สถาณการณ์เช่นนี้ไป๋หลี่จิ่นไม่ควรที่จะออกตัว
เมื่อเห็นความเย็นชาของซูหนิงซี สีหน้าไป๋หลี่จิ่นก็ยิ่งเฉยชา พลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบว่า “บัดนี้ไม่ว่าจะหญิงชราอายุเก้าสิบ หรือเด็กน้อยอายุสามขวบ ต่างรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเจ้าและข้า เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมรับ?”
ช่างเจ็บปวดใจนัก
“ข้าและท่านไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันเลยสักนิด ข้าไม่ยอมรับ!”
ซูหนิงซีพูดด้วยความร้อนรน เพียงประโยคเดียวสีหน้าของไป๋หลี่จิ่นพลันเปลี่ยนสีโกรธเคือง
หยางจิ้งเอินผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆดูการทะเลาะของทั้งสองอยู่กำลังครุ่นคิด เฮยเย่ายืนดูเพื่อความสนุกสนานสีหน้าแอบสงสาร