ตอนที่ 14
บทที่14 ท่านอ๋องบุก
October 28, 2026
ไม่รู้ว่าไป๋หลี่จิ่นมาด้วยเหตุใด เมื่อพูดถึงปกติหากเขามาเพื่อพบซูหนิงซี มักจะตรงมายังสวนป่าไผ่ ไม่ร้องแจ้งให้รู้ก่อนเช่นนี้
หากมีเรื่องสำคัญ ยิ่งไม่ส่งคนมาเพื่อร้องแจ้ง เพียงแค่กล่าวการมาเขามา
หรือว่า เขามาเพื่อหนุนหลังซูหนิงซีอีกแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูหงเหว่ยได้แต่มองซูหนิงซีด้วยความละอาย กระแอมไอส่งเสียงพลางพูดว่า “หนิงซี วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อสั่งสอนอะไรเจ้า เพียงเห็นว่าเจ้ากลับมืดค่ำจึงเป็นห่วง มาเพื่อดูเจ้าเท่านั้น”
เฮอะ ยังมีหน้ามาพูดอีก
“เมื่อครู่ข้าเข้ามา พวกท่านทำข้าตกใจนัก ลูกนึกว่าทำอะไรผิดมากมาย จนต้องถูกไต่สวน”
ซูหนิงซีทีท่าเย้ยหยัน ทำให้ซูหงเหว่ยหน้าเริ่มแดง
“ไม่ใช่อย่างนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร”
ซูหงเหว่ยยิ้มแห้ง “เช่นนั้นข้าจะไปพบท่านอ๋องก่อน พรุ่งนี้ค่อยพูดคุยกับเจ้าใหม่”
เมื่อพูดจบ เขาจึงหันไปพูดกับนางเฉียวและซูหนิงซาน “หนิงซีกลับมามืดค่ำเช่นนี้ ไม่รู้ว่ากินอะไรมาหรือยัง เจ้าไปดูสั่งให้คนเตรียมสำรับเย็นให้นางที นางอาจจะหิว ”
“วันนี้เจ้าพูดไม่ดีกับพี่สาวของเจ้า อย่าลืมขอโทษขอให้นางอภัยให้เจ้าด้วย”
หลังพูดจบ ซูหงเหว่ยจึงออกไปพร้อมยิ้มแห้งๆเพื่อไปพบกับไป๋หลี่จิ่น
เมื่อเห็นรอยยิ้มของซูหงเหว่ยก็รู้สึกทนแทบจะไม่ไหว ซูหนิงซีได้แต่อดทนไว้ และมองเขาเดินออกไป พลางหันมองไปยังนางเฉียวและซูหนิงซาน
ขิงแก่ย่อมเผ็ด[1]
คำพูดของซูหงเหว่ยไม่ได้เต็มใจนักและความรู้สึกนั้นแสดงอยู่บนหน้าของเขา นางเฉียวกัดฟันฝืนยิ้ม “คุณหนูใหญ่น่าจะหิวแล้ว ข้าจะไปที่ครัวให้คนเตรียมสำรับให้”
คนพวกนี้ เปลี่ยนหน้าเร็วกว่าพลิกหน้ากระดาษ
ต่อให้นางเฉียวเต็มใจเตรียมสำรับเย็นให้ นางก็ไม่อยากกิน
ซูหนิงซีขมวดคิ้ว ยิ้มพลางมองไปที่นาง“จวนเซ่อเจิ้งอ๋องจะขาดตกบกพร่องเรื่องอาหารได้อย่างไร?คงไม่รบกวนอนุเฉียวแล้ว”
เมื่อเผชิญหน้าพร้อมกับสามคำนี้ “อนุเฉียว” นางเฉียวยิ่งกัดฟันด้วยความขุ่นเคือง
ในใจรู้ดีว่า ซูหนิงซีนั้นตั้งใจที่จะจี้จุดขยี้บาดแผลของนาง หากโรยเกลือด้วยได้ยิ่งดี
นางมองไปยังซูหนิงซาน กวักมือเรียกมาเพื่อกล่าวขอโทษซูหนิงซี มิเช่นนั้นหากเรื่องในวันนี้รู้ถึงไป๋หลี่จิ่น ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ซูหนิงซานบีบคั้นด้วยความไม่เต็มใจ
ในใจนางยังคงสงสัย เรื่องที่นางเคยสืบมาก่อนหน้านี้ เหตุใดเซ่อเจิ้งอ๋องถึงไม่เอาเรื่องซูหนิงซี เรื่องที่ซูหนิงซีสนิทสนมกับชายอื่น เซ่อเจิ้งอ๋องไม่สนใจหรือ
ทำไมคืนนี้จู่ๆถึงมาที่จวนแม่ทัพกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่ซูหนิงซีนังเด็กนี่ยังพูดอีกว่า นางไปจวนเซ่อเจิ้งอ๋องมา?
ซูหนิงซานรู้เพียงว่าทุกอย่างดูผิดปกติ แต่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ยิ่งคิดไม่ออก ในใจยิ่งรู้สึกแปลก
ซูหนิงซานขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากด้วยความไม่เต็มใจ นางไม่อยากขอโทษซูหนิงซี
เมื่อเห็นดังนั้น ซูหนิงซีจึงลุกขึ้นยืนและเอ่ยว่า“ได้ ในเมื่อที่นี่ไม่มีผู้ใดอื่นแล้ว เราเลิกเสแสร้งกันเถิด”
“ในเมื่อต่อหน้าข้าไม่เต็มใจเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจ”
ซูหนิงซีเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาและไม่เกรงใจ “นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้าอยากพักผ่อน เชิญกลับเถอะ”
พูดจบ ซูหนิงซีจึงเดินเข้าห้องด้านใน