ตอนที่ 1702
บทที่ 1703 นอนไม่หลับ
October 21, 2026
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ฮว๋า สีหน้าของพวกหยางเฉินก็ตกใจ
หยางเฉินจ้องมู่ฮว๋า ถามว่า “เจ้าเมืองมู่เรื่องหาผมมีเรื่องอะไรครับ?”
มู่ฮว๋าส่ายหน้าเล็กน้อย “ขอโทษด้วยครับ เรื่องของท่านเจ้าเมือง ผมไม่สะดวกที่จะถามมาก รบกวนคุณหยางไปกับผมแล้วกันครับ!”
หยางเฉินพยักหน้า “ได้!”
ทันใดนั้นเหล่าจิ่วไปขวางไว้ตรงหน้าหยางเฉิน หรี่ตาพูดกับมู่ฮว๋าว่า “ถ้าหากหยางเฉินเป็นอะไรไป ฉันรับประกันว่าจะให้จวนมู่ได้ชดเชยแน่นอน!”
มู่ฮว๋าอึ้งไปเล็กน้อย จากนันก็ยิ้ม “พวกคุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ? ท่านเจ้าเมืองให้ความสำคัญกับคุณหยางมาก แล้วจะให้ปล่อยให้คุณหยางเป็นอะไรไปได้ยังไงละครับ? พวกคุณสบายใจได้ แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าท่านเจ้าเมืองมีธุระอะไรกับคุณหยาง แต่รู้ว่า เจ้าเมืองมู่ไม่มีทางทำอะไรไม่ดีต่อคุณหยางแน่นอนครับ”
หยางเฉินเองก็หันไปมองเหล่าจิ่ว พูดว่า “ท่านเก้าครับ คุณวางใจได้ เจ้าเมืองมู่ไม่มีทางทำอะไรผมแน่นอนครับ”
เหล่าจิ่วจึงได้ยอมหลีกทาง เพียงแต่ความเป็นห่วงในแววตา ก็ยังมากมายอยู่เหมือนเดิม
ไม่นาน มู่ฮว๋าพาตัวหยางเฉินมาถึงที่พักของเจ้าเมืองมู่
เมื่อได้เจอเจ้าเมืองมู่แล้ว หยางเฉินเอ่ยถามว่า “เจ้าเมืองมู่ ท่านหาผมหรือครับ?”
เจ้าเมืองมู่ยิ้มเล็กน้อย ชี้เก้าด้านข้างแล้วพูดว่า “นั่งคุยสิ!”
เมื่อหยางเฉินนั่งลงแล้ว เจ้าเมืองมู่ถึงได้พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เรียกนายมา เพราะมีข่าวดีอยากจะบอกกับนาย เนื่องจากเสียวหว่านทำให้ขาของฉันได้มีความรู้สึกกลับมาบ้างแล้ว ทำให้พลังของฉันมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ในตอนนี้ถึงแม้จะเป็นเจ้าเมืองหวยเฉิงมา ฉันเองก็มีความมั่นใจว่าสามารถปกป้องพวกนายได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ภายในใจของหยางเฉินแอบตกใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าพลังของเจ้าเมืองมู่คาดการณ์ไม่ได้ แต่ไม่คิดว่า เฝิงเสียวหว่านยังไม่ทันได้รักษาเจ้าเมืองมู่จนหายดี เพียงแค่ทำให้ขาของเขาได้มีความรู้สึกกลับมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่พลังของเจ้าเมืองมู่กลับมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น
แล้วถ้าหากของขาเจ้าเมืองมู่หายดีแล้ว พลังจะแข็งแกร่งมากเพียงใด?
หยางเฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่างนั้นก็ยินดีกับเจ้าเมืองมู่ด้วยครับ!”
เจ้าเมืองมู่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ก็ล้วนเป็นบุญจากนายทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ชีวิตนี้ของฉันคงจะไม่ต้องเดินอีกทั้งชาติแล้วละ”
หยางเฉินไม่อยากจะคุยเรื่องนี้เท่าไหร่นัก จึงเอ่ยปากพูดว่า “เจ้าเมืองมู่ ท่านเรียกผมมาคงจะไม่ใช้เพียงเพราะเรื่องนี้หรอกใช่มั้ยครับ?”
เจ้าเมืองมู่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด จ้องหยางเฉินและถามว่า “ในมือของนาย มีมีดพกอาถรรพ์อยู่ใช่มั้ย?”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ใจของหยางเฉินก็สะดุ้ง เนื่องจากเตรียมใจไว้แล้ว บนใบหน้าของเขาจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเท่าไหร่
หยางเฉินถามว่า “ทำไมเจ้าเมืองมู่ถึงได้คิดอย่างนั้นละครับ?”
เจ้าเมืองมู่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “นายอย่าได้เข้าใจผิดละ ที่ฉันถามนายเรื่องนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันส่งผู้แข็งแกร่งไปฆ่าติงชางที่บ้านตระกูลติง แล้วได้รู้มาโดยบังเอิญ ว่าในมือนายมีมีดพกอาถรรพ์อยู่”
“ดังนั้นฉันเลยมาถามนาย เพราะว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ถ้าหากข่าวแพร่ออกไป จะทำให้นายลำบากเป็นอย่างมาก”
“ถ้าหากในมือนายมีมีดพกอาถรรพ์ นายวางใจได้ ฉันไม่ทางความโลภ แต่ฉันจะคิดหาทุกวิถีทาง เพื่อช่วยนายปิดบังเรื่องนี้”
“ตอนนี้หาตัวนาย ก็เพื่ออยากจะมั่นใจ ว่าในมือนายมีมีดพกอาถรรพ์จริงหรือไม่ ถ้าหากมี แล้วมีใครรู้บ้าง? ฉันจะคิดหาวิธี จัดการฆ่าทิ้งพวกศัตรูที่รู้เรื่องนี้ทิ้งซะ!”
พูดจบ เจ้าเมืองมู่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก สายตาจับจ้องหยางเฉิน
ทันใดนั้นหยางเฉินยิ้มเยาะออกมา “เจ้าเมืองมู่ ถ้าผมไม่ได้จำผิด มีเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งแดนเหนือมนุษย์ขั้นเก้าถึงจะสามารถควบคุมของอาถรรพ์ได้ไม่ใช่หรือครับ? แม้แต่ผู้แข็งแกร่งแดนเหนือมนุษย์ขั้นเก้าชั้นต้นและชั้นกลาง ยังอาจจะไม่สามารถควบคุมของอาถรรพ์ได้เลยนะครับ”