ตอนที่ 260
บทที่ 626 ชิ้น (5)
October 22, 2026
บทที่ 626 ชิ้น (5)
[กรุงปารีส ,ฝรั่งเศส]
ป้อมปราการรอบมาดริดถูกยกออกอย่างที่หลายๆคนต่างกลัว แอสทารอทออกมาพร้อมกับกองทัพอันแข็งแกร่ง ปีศาจได้มาถึงปารีสในไม่ช้า
อาแฮอินมาปารีสเพื่อที่จะหยุดแอสทารอท แต่ในตอนที่เธอมาถึงนั้น ปารีสได้ถูกทำลายไปแล้ว
แอสทารอทพร้อมทั้งกองทัพของเขาบุกเข้าทำลายทั่วทั้งเมือง เข่นฆ่ามนุษย์ไปมากมาย เสียงกรีดร้องของเหยื่อผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ดังก้องไม่รู้จบ แม้แต่ฮีโร่ก็ไร้ซึ่งหนทางที่จะต่อต้านการโจมตีของกองทัพปีศาจนี้
อาแฮอินมองไปรอบเมืองบ้านเกิดของเธอ เธอกัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ราวกับว่ากำลังแผดเผาหัวใจของเธออยู่ ฉากของการเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมนี้ทำให้เธอโกรธ ‘ดีแล้วที่ฉันไม่ได้พาอีเวนเดล มาด้วยกัน’ Hiiing—!ฉับพลันยูนิคอร์นกรีดร้องเสียงดังออกมา ทั้งร่างของยูนิคอร์นตัวที่พาเธอมาที่นี่ตามความต้องการของ อีเวนเดล สั่นเทาอย่างน่ากลัว อีเวนเดล ขัดคำสั่งของมาสเตอร์ของเธอและแชร์การมองเห็นร่วมกับยูนิคอร์น “อีเวนเดล!” อาแฮอิน ตะโกนเสียงดัง ร่างกายของยูนิคอร์นสั่นเทาและล้มลงบนพื้น อีเวนเดลตัดการเชื่อมต่อกับยูนิคอร์นทันที“….บ้าเอ้ย”
เมื่ออีเวนเดลอสูรรับใช้ รับรู้ถึงความร้อนรนของมาสเตอร์ของพวกมัน ทันใดนั้นพวกมันสูญเสียการควบคุมตัวเองทันทีและกระโจนเข้าสู้กับกองทัพปีศาจ ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่อาแฮอิน เธอไม่มีทางเลือก อาแฮอินเรียกอสูรรับใช้ออกมาทันที
—น-นั่นมัน ดยุคอาแฮอิน! —กำลังเสริมมาแล้ว-!มังกรฟ้าครอบผืนฟ้าในขณะที่เต่าดำครอบครองผืนดิน เมื่อเห็นถึงการมาถึงของอสูรชั้นสูง เหล่าฮีโร่จากฝรั่งเศสร้องเรียกชื่อ อาแฮอิน. เสียงดังก้อง นี่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามอย่างเต็มรูปแบบระหว่างเหล่าผู้อัญเชิญอสูรและกองทัพปีศาจ Kwang—!อสูรวิญญาณและปีศาจเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด เกิดระเบิดขึ้นทั่วอาณาบริเวณ เสียงคำรามของอสูรวิญญาณและปีศาจดังกึกก้อง สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์เมื่ออสูรวิญญาณลืมวัตถุประสงค์ของตนเองไปและเริ่มตกลงสู่ความบ้าคลั่ง“อีเวนเดล!”
อาแฮอินส่งกระแสจิตหาอีเวนเดล แต่ไม่มีการตอบกลับ สงครามอันโหดร้ายกับการตายไม่มีที่สิ้นสุดยังคงเร็วเกินไปสำหรับเด็กสาว อสูรอัญเชิญของอีเวนเดลรับรู้ได้ถึงความร้อนรนของมาสเตอร์ บางตัวคิดว่าเธอตกอยู่ในอันตรายจึงรีบออกจากสนามรบทันที“อีเวนเดล! รออยู่นั่น อีเวนเดล!” อาแฮอิน ตะโกนเสียงดัง
ไม่นานหลังจากนั้น
ทันใดนั้นบรรยากาศตึงเครียดขึ้นและเสียงรอบตัวเริ่มช้าลง ในตอนนี้อาแฮอินสามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของอากาศและอนุภาคของบรรยากาศ
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก
อาแฮอิน หยุดชะงักและมองไปรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าลง อสูรอัญเชิญของเธอถูกแช่แข็งอยู่กับที่ กรงเล็บของพวกมันชี้ไปข้างหน้าและรังสีจากพลังปีศาจหยุดกลางอากาศและไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าตรงนี้จะมีปัญหานิดหน่อยนะ”
เสียงเล็กๆดังเข้าหูทั้งสองข้างของของอาแฮอิน เธอรีบหันกลับไปมองที่มาของเสียงทันที
“…อ่า?”
อาแฮอินเบิกตากว้างขึ้น ชายชราอยู่ตรงหน้าเธอ ผมหนาสีเทาและดวงตาดูลึกล้ำคู่นั้นทำให้เธอจำเขาได้ทันที
“คุณคือ….”
อาแฮอินรู้ว่าคนตรงหน้าของเธอเป็นใคร ไม่ใช่เพียงแค่เธอคุ้นเคยกับการปรากฏตัวของเขา แต่เธอยังเคยสัมผัสเวทย์มนต์ของเขามาก่อน ไม่มีทางที่เธอจะลืมพลังที่บริสุทธิ์และน่าเหลือเชื่อนี้ได้ชายชราคนนี้คือ โอแจจินแกรนด์เมจิกเชี่ยนคนแรกและคนสุดท้ายระดับ10ดาวของโลกและเป็นสมาชิกของไนท์สตาร์“ไม่ได้เจอกันนานทีเดียว”
โอแจจินยกยิ้มเล็กน้อย อาแฮอินพูดอะไรไม่บอก เธอเจอเขาครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อนที่หอคอเวทย์มนต์ตอนนั้น โอแจจินเป็นประธานของโซลเมจิกพาวเวอร์ และเธอเป็นเพียงเด็กฝึกหัดที่ยังไม่สามารถใช้ได้แม้กระทั่งเวทย์มนต์ง่ายๆแต่แล้ววันหนึ่ง โอแจจินได้ออกจากหอคอย แม้กระทั่งแกรนด์เมจิกเชี่ยนที่รู้จักนิสัยประหลาดๆของเขาเป็นอย่างดี ทุกคนคิดว่าเขาจะกลับมาในไม่ช้า แต่ไม่เลย เขาไม่เคยกลับมา แกรนด์เมจิกเชี่ยนคนแรกและคนเดียวหายไปจากโลกเวทย์มนต์ในที่สุด“…แกรนด์เมจิกเชี่ยน โอแจจิน?”
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอาแฮอินไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แม้ว่าจะมีข่าวลือที่น่าช็อคไม่น้อยมากมาย—ว่าเขาเป็นบ้าหรือแม้กระทั่งถูกตอนไปแล้ว— โอแจจินไม่ปรากฏตัวสู่สาธารณะมาหลายปี
“ใช่แล้ว ดีใจดีได้พบเธอนะ อาแฮจิน”
“อะไรนะคะ? แน่นอน แต่ว่า อืม ค-คุณมาที่นี่ได้ยังไง? ม-ไม่ ยิ่งกว่านั้น คุณไปอยู่ที่ไหนมาจนกระทั่งตอนนี้?”