ตอนที่ 84
ตอนที่ 449
October 22, 2026
The Novel’s Extra – ตอนที่ 449 บทที่ 449 ลางบอกเหตุของการพบเจอ (3)
[แต่งใหม่ – ไดอารี่ของ คิมชุนดง]
[…เสียงร้องของนกทำให้ผมตื่นขึ้นมา หญ้าแห้งๆจั๊กจี้หลังของผม ใบไม้สั่นไหวต่อหน้าต่อตาผม เห็นได้ชัดว่าผมไม่ได้อยู่ในห้องของผม]
คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผม ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่? มีคนลักพาตัวผมมางั้นเหรอ
ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่สำคัญ ผมไม่ได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย ผมเหมือนจมน้ำมาตลอดชีวิต ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมรู้สึกไม่มีความสุขหรือโศกเศร้า ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากนักกับปรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ยังไงผมก็คิดว่าอย่างน้อยผมควรหาที่พัก ผมค่อยๆลุกขึ้นและเริ่มเดินผ่านป่า ยิ่งผมเดินมากเท่าไหร่ สิ่งที่ผมรู้สึกก็ปรากฏเหนือหัวของผม ดวงจันทร์ 2 ดวงส่องแสงและดวงดาวนับไม่ถ้วนเปล่งประกายแวววาว
ผมได้ยินคนพูด ผมเดินไปตามเสียง ผมไล่ตามเสียงของพวกเขา
ผมมาถึงหมู่บ้านแปลกๆหลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้านทุกคนแต่งตัวแบบโบราณและอาคารดูราวกับว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง
อย่างไรก็ตามผมยังคงใจเย็น ความสับสนชั่วครู่ลดลงอย่างรวดเร็ว
พลังเวทมนต์น้ำแข็งของผมยังไม่แน่ว่าจะเยือกเย็นขนาดนี้
ผมถามชาวบ้านว่าผมอยู่ที่ไหน พวกเขาตอบผมว่าผมอยู่ที่
‘ชานเมืองของ พัลซาร์ ปี 533’
หลังจากนั้นผมก็เข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่ความฝันหรือการลักพาตัวหรือว่าเกมส์ ผมได้มายังต่างโลก
ใครพาผมมาที่นี่ พวกเขาพาผมมาที่นี่ได้ยังไงและทำไม?
คำถามเหล่านี้ไม่มีความหมายสำหรับผม ผมยังมีชีวิตอยู่เพียงเพราะผมยังไม่อยากตาย ผมอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นคำถามที่ว่าผมอยู่ที่ไหนมันเป็นเรื่องไม่สำคัญสำหรับผม
ผมเริ่มชีวิตใหม่ของผมใน ‘พัลซาร์’
ผมเริ่มการฝึกฝนเพื่อความอยู่รอด โชคดีที่ พัลซาร์ เต็มไปด้วยพลังเวทมนต์ ผมฝึกฝนทักษะการใช้ดาบและขัดเกลาพลังเวทมนต์ของผม หลังจากผ่านไป 10 ปีผมก็กลายเป็นสมาชิกของ ราชองครักษ์
หน้าที่ผมในฐานะอัศวินคือการปกป้องนางสนมของราชวงศ์ผู้ให้กำเนิดลูกสาวชื่อ ‘เฟฮี’ แต่นางสนมไม่เคยได้มีโอกาสได้พบกับ เฟฮี ด้วยตนเอง ในฐานะเจ้าหญิงองค์ที่ 3 เฟฮี เติบโตขึ้นในพระราชวังต้องห้าม
มิให้มารดาเข้ามา นางสนมได้รับอนุญาตแค่มองดูลูกสาวของเธอจากระยะไกล
3 ปีผ่านไป วันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งมาเยี่ยมผม ชื่อของเด็กคนนี้คือ เฟฮี เธออยากพบแม่ของเธอ ผมมองร่างเล็กๆของเธอและดวงตาเป็นประกายน่ารัก
ผมแอบให้เธอเข้ามา เฟฮี กลับมาหลังจากได้คุยแค่ 10 นาทีมันเป็นการสนทนาสั้นๆกับแม่ของเธอ เธอยิ้มให้ผมและแสดงความขอบคุณ
เด็กที่มีอายุเพียง 3 ขวบมาเยี่ยมแม่ทุกสัปดาห์ ใบหน้าของพวกเขาสดใสขึ้นทุกวัน
ผ่านไปอีก 1 ปี
ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผมถูกย้ายไปยัง ศูนย์กลางราชองครักษ์ ห่างจากนางสนม ผมได้ยินว่า เฟฮี เองก็ไม่ทราบถึงการย้ายมาของผมแต่เธอมาเยี่ยมแม่ของเธอตามปกติและถูกพ่อของเธอจับได้จนถูกลงโทษ มีข่าวลือว่าเขาตีเธอจนน้ำตาแห้ง
ต่อจากนั้นผมใช้เวลาไปกับการเยี่ยมเจ้าหญิงและนางสนม
เมื่อเวลาผ่านไปความหายนะก็เริ่มปรากฏขึ้นทั่วทั้งทวีป เรื่องยิ่งแย่ลงกษัตริย์ก็ล้มป่วย
เฟฮี อายุ 5 ขวบมาหาผม เธอบอกผมว่าแม่ของเธอจากไปแล้วและ
พี่ชายของเธอก็จะฆ่าเธอ เฟฮี ระงับน้ำตาของเธอและขอความช่วยเหลือจากผม
‘…ได้โปรดเป็นอัศวินของข้าด้วยเถอะ แม่ของข้าตายไปแล้วและข้าเองก็ไม่มีอำนาจอะไร…. ‘
ตอนนั้นผมก็ตระหนักว่านี้ครั้งแรกที่ผมสามารถเป็นความหวังให้กับคนอื่นและผมก็อยากมอบความหวังให้กับเธอเช่นกัน
เจ้าหญิงยังไม่รู้ชื่อของผม ผมแนะนำตัวเองฐานะ คิมสปริง เธอถามผมว่าชื่อของผมคือ ‘ไคด์สปริง’ เพื่อให้ชัดเจนผมพยักหน้า
ชีวิตที่อ้างว้างไม่มีผู้ปกครอง เพื่อนและความรัก
‘…ผมสาบานด้วยชื่อของผมว่าจะรับใช้ฝ่าพระบาทตลอดไป’
[แน่นอนผมไม่เสียใจที่อุทิศชีวิตให้กับใครบางคน]
[นี้คือเนื้อเรื่องของ คิมชุนดง]
ผมหัวเราะกับตัวเองในขณะที่ผมอ่านไดอารี่ของ คิมชุนดง สรุปโดยรวมเมื่อผมแทนที่ คิมชุนดง บนโลก คิมชุนดง ตัวจริง ก็ได้ถูกส่งไปต่างโลกไม่สิเป็น ‘อดีต’ ของต่างโลก
“มีอะไรตลกงั้นเหรอ?”
จินซาฮยอค ขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอจริงจังมาก ผมเริ่มเตรียมคำตอบในหัวของผม แต่ผมควรจะพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้?
ไม่ว่าผมจะคิดนานแค่ไหนผมก็ไม่มีคำตอบที่ ‘ถูกต้อง’
“…อะแฮ่ม.”
ผมล้างคอของผม จินซาฮยอค ถามด้วยสีหน้าขมขื่น
“…นายยังเกลียดฉันอยู่เหรอ”
“… .”