ตอนที่ 203
บทที่ 209 เห็นแก่หน้าฉัน แล้วปล่อยพวกเธอไป
October 21, 2026
บทที่ 209 เห็นแก่หน้าฉัน แล้วปล่อยพวกเธอไป
“อะไรนะ โดนทำร้ายหรอ”
“เห้ย หาเรื่องแล้ว”
ผู้ชายและผู้หญิงในห้องนั้นต่างก็ตกใจขึ้นในทันที
และแม้กระทั่งหลินตงเองก็ตกใจเหมือนกัน
แต่ว่าเขาดูไม่กลัวแต่อย่างใด เลยพูดขึ้นว่า “ตกใจอะไรกัน ไปดูสิ ตามฉันมา ฉันเองอยากจะรู้นัก ใครกล้าทำกับเพื่อนของฉันอย่างนี้”
จากนั้น เขาก็กวักมือเรียก ผู้ชายคนที่เหลืออยู่ให้เดินตามออกไป
และพวกเขาต่างก็ได้ถือเอาขวดเหล้าติดมือไปด้วย ดูท่าเหมือนจะก่อเหตุทะเลาะกันขึ้นแล้ว
ส่วนเฉินเกอ ถึงแม้จะรู้ว่าหวังเจียหยุนนั้นจะมีอารมณ์โกรธเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ
แต่ว่า ก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะโดนคนอื่นนั้นตีเอา
เมื่อเหตุมันได้เกิดขึ้นแล้ว หากตัวเองยังนั่งดื่มเหล้าต่อ แล้วไม่ออกไปดูหน่อยมันก็ไม่ดี จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินตามคนอื่น ๆ ออกไป
อีกอย่าง ในตอนนั้นหวังเจียหยุนเองโดนคนจำนวนมากล้อมไว้ในห้องเพลงขนาดใหญ่
และเขาเองก็นอนขดอยู่กับพื้น ที่หัวเต็มไปด้วยเลือด
เพราะ รปภ สิบกว่าคนเพิ่งจะตีเขาเสร็จ
และพี่หง ก็ยืนกอดอกดูหวังเจียหยุน แล้วพูดขึ้นว่า
“เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ฉันไว้หน้านายแล้ว นายกลับไม่เอา กล้าดียังไงมาดึงผมแม่มึง ฉันว่าแกคงไม่อยากมีชีวิตแล้วล่ะสิ แกรู้ไหมว่าที่นี่มันเป็นถิ่นของใคร เชื่อไหมว่าพี่ต้าเฟยจะตอนเจ้าทิ้งเสีย ชิบหาย”
เมื่อพี่หงด่าเสร็จ
และเมื่อได้ยินชื่อ พี่ต้าเฟย คนที่ยืนล้อมดูอยู่ข้าง ๆ สีหน้ากลับซีดเผือดไปตาม ๆ กัน
ในตอนนี้ก็รู้สึกสงสารหวังเจียหยุนที่นอนขดอยู่ที่พื้น
เมื่อครู่ หวังเจียหยุนยังตะโกนร้องเรียกพี่หง แล้วก็เดินเข้ามาในห้อง พยายามตื้อที่จะให้เธอไปดื่มเหล้ากับตัวเองให้ได้ ซึ่งพี่หงคนนั้นก็ไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย
ที่จริงแล้ว ลูกค้าใน KTV แห่งนี้ที่จะให้เธอร่วมวงดื่มเหล้าด้วยนั้นมีไม่มากจริง ๆ
แต่หวังเจียหยุนคนนี้ไม่เชื่อ วู่วามจนเกิดเรื่อง เพราะกล้ามากที่ดึงผมของเธอ และดูเหมือนว่าเธอไม่สั่งสอนหน่อยคงไม่ได้แล้ว
และสุดท้าย ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ
และคนที่อยู่ในห้องเพลงนี้ เมื่อเห็นมีคนเดินเข้ามาด้วยเจตนาไม่ดี แถมยังมาดึงผมของพี่หงคนนี้ด้วยแล้ว
เมื่อคนในห้องเพลงห้องเห็นนั้นดังนั้น จึงกวักมือโบกขึ้น ทันใด ผู้ชายร่างกำยำจำนวนเจ็ดแปดคนก็กระโจนเข้าไป
ยกกระบองขึ้น แค่พริบตาเดียวก็ทำเอาหวังเจียหยุนลงไปหมอบอยู่ที่พื้นแล้ว
ถือว่าเป็นการสั่งสอน
ประจวบเหมาะกับที่ผู้หญิงคนหนึ่งออกจากห้องน้ำมาเจอเข้าพอดี เธอจึงได้รีบวิ่งกลับไปบอกเพื่อนให้มาดู
“พี่สาวครับ ไอ้เด็กคนนี้เดี๋ยวให้ผมจัดการเอง ยังมีแขกโต๊ะนั้นที่ยังรอพี่อยู่นะครับ”
ข้าง ๆ ของพี่หง ในเวลานั้นมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
มีใบหน้าที่ดุดันเหมือนกับอันธพาล แต่ดูจากลักษณะแล้ว เหมือนกับคนมีเงินไม่มีความกลัวต่ออะไร
“ฉันรู้จักคุณชายหลิว เดี๋ยวให้ฉันระบายอารมณ์สักหน่อยก่อนได้ไหม นายดูสิ เมื่อครู่มันยังดึงผมของฉันเลย”
พี่หงพูดขึ้น
“ฮ่า ๆ ไม่มีปัญหา ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็นำตัวมันเข้ามาในห้องเพลงของฉัน เมื่อครู่ที่ห้องประตูห้องเพลงของพวกเรา ยังมาตะโกนหาเรื่องพี่อยู่เลย ซึ่งเป็นการไม่ไว้หน้าหลิงลี้อย่างฉันจริง ๆ แม่ง วันนี้ฉันจะขอระบาย ๆ สักหน่อย ดูว่าไอ้เด็กคนนี้มันยังจะมีอะไรดี”
พอหลิงลี้ยกมือขึ้น แล้วก็มี รปภ หลายคนรับคำสั่ง จากนั้นก็นำหวังเจียหยุนลุกขึ้น แล้วลากเข้าไปในห้องเพลง
และเมื่อกำลังจะเข้าไปนั้น
“หยุดก่อน แฟร์หน่อยสิ วางเพื่อนฉันลง”
ในเวลานี้ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
ก็เห็นหลินตงที่มือข้างหนึ่งล้วงที่กระเป๋ากางเกง ที่กำลังนำคนจำนวนมากเดินเข้ามา
ด้วยอารมณ์ที่ห้าวหาญ ไม่เกรงกล้าผู้ใด
โครตจะเก่ง
“แม่ง เริ่มจะสนุกแล้วสิ ยังจะมีคนมาแก้แค้นด้วย ให้ฉันดูหน่อยว่าเป็นใคร ทำไมถึงได้เก่งกาจอย่างนี้”
และหลิงลี้เองก็มีท่าทีและสีหน้าที่ไม่ได้สนใจแล้วเดินเข้าประตูห้องเพลงไป แถมยังบอกให้ รปภ เปิดประตูออก ให้พวกเขาเข้ามาด้วย
หลินตงและคนอื่น ๆ ยังคิดว่าไอ้คนนั่นมันเริ่มกลัวตัวเอง จากนั้นก็เลยฮึกเหิมขึ้นยิ่งกว่าเดิม
เมื่อฝูงคนเข้าไปในนั้นแล้ว
แต่ว่า เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้างในห้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลินตง หรือแม้นกระทั่งคนที่ถือขวดเหล้าตามเข้าไปในภายหลัง ต่างก็เกิดความรู้สึกตกใจ
“คุณชายหลิว เป็นคุณหรอกหรือ พี่จาง หู่เย๋ ซื้อเย๋พวกคุณก็อยู่ที่นี่หรือ”
หลินตงตาค้างโต ความฮึกเหิมที่มี ทันใดก็มลายหายไป
และผู้หญิงที่เหลือนั้น ตอนแรกที่ว่าจะอาศัยความกล้าของหลินตงทำให้ตัวเองมีผลงานหน่อย แต่ตอนนี้เห็นหลินตงเหี่ยวลงแล้ว ต่างก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี
โดยเฉพาะเจียงหรานหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กับหลินตง