ตอนที่ 9
9
October 22, 2026
วินัยจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาแวววาว หลังอีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ และส่งยิ้มบางๆ มาให้ตน “เสี่ยนึกว่าหนูเอื้องจะไม่มาหาเสี่ยซะแล้ว”
“เอ่อ...ขอบคุณคุณวินัยมากๆ นะคะ ที่เดินทางมาร่วมงาน” ช่อเอื้องกล่าวพลางก้มหัวลงนิดๆ
“เราคนกันเอง หากขาดเหลืออะไร หรือหนูต้องการความช่วยเหลือ ก็โทรหาเสี่ยได้ตลอดเวลานะ” วินัยบอกพร้อมกับส่งซองขาวปึกใหญ่และนามบัตรไปให้
“ขอบคุณค่ะ” ช่อเอื้องยกมือไหว้และรับน้ำใจจากอีกฝ่าย
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
วินัยล้วงมือถือออกมาดู ทันทีที่เห็นชื่อของภรรยาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ก็จำต้องลุกขึ้นยืนและเอ่ยลาเด็กสาว “เสี่ยไปก่อนนะ”
“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“จ้ะ” วินัยฉีกยิ้ม แล้วรีบลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แม้จะขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้ขนาดไหน แต่ก็ต้องเกรงใจภรรยา เพราะอีกฝ่ายกุมบัญชีและทรัพย์สินทุกอย่างของตนเอาไว้ในมือ
เวลา 23:40 น. หลังจากแขกที่มาร่วมงานพากันเดินทางกลับจนเกือบหมดแล้ว แม่ทัพก็พาช่อเอื้องเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตหรูของตน แล้วขับตามรถของมารดาไปช้าๆ เพื่อที่จะได้มีเวลาพูดเรื่องสำคัญ
“เอื้อง!” แม่ทัพเอ่ยเรียกคนที่เอาแต่มองเหม่อเบาๆ
“คะ” คนที่กำลังคิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน หันไปมองอย่างมึนงง
“อย่างแรกเลย...ฉันไม่พอใจที่ไอ้แก่นั่นเรียกเธอไปคุย” แม่ทัพเปิดประเด็น
“เสี่ยวินัยเขาเรียกหนูไปรับซองทำบุญน่ะค่ะ” ช่อเอื้องรีบบอก
“อย่าให้มีครั้งหน้าอีกนะ” คนขี้หวงบอกด้วยน้ำเสียงตึงๆ
“ค่ะ” เธอขานรับเบาๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะเธอกำลังคิดถึงเรื่องหนึ่ง แต่เขากลับดึงเธอมาพูดอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะไร้สาระนิดๆ
“เรื่องที่สอง...คืนนี้เราจะไปนอนที่บ้านแม่ของฉัน”
“ค่ะ ท่านบอกกับหนูแล้ว”
“เหรอ?” แม่ทัพมึนงงกับคำตอบครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเตี๊ยมคำพูดกับสาวเจ้า “ถ้าแม่ฉันถามถึงความสัมพันธ์ว่าเราคบกันมานานแค่ไหน ให้เธอตอบไปว่า...สามเดือน ฉันเป็นคนตามจีบเธอก่อน”
“ค่ะ” ช่อเอื้องยิ้มรับอย่างรู้สึกขำที่อีกฝ่ายกำลังสอนให้เธอโกหกผู้ใหญ่
แม่ทัพกลอกตา แล้วเอ่ยเข้าเรื่องอีกครั้ง “และถ้าแม่ฉันถามว่าเธอทำงานอะไร เธอก็บอกไปตามตรงว่าขายข้าวไข่เจียวอยู่ตรงไหน”
“เอ่อ...แล้วท่านจะไม่...” ช่อเอื้องเอ่ยค้างไว้อย่างรู้สึกกังวล กลัวว่ามารดาของอีกฝ่ายจะรังเกียจที่เธอเป็นแค่แม่ค้าขายข้าวไข่เจียว แม้จะขายได้แค่เดือนกว่าๆ ก็ตาม
“แม่ฉันไม่ได้วัดคนที่การศึกษาหรือฐานะ ฉะนั้นเธอบอกท่านไปตามตรงได้เลย เพียงแค่แทรกฉันเข้าไปอยู่ในชีวิตของเธอช่วงสามเดือนหลังด้วยก็พอ” แม่ทัพบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ค่ะ แล้วถ้าท่านถามว่าเราเจอกันที่ไหน?”
“เธอขายข้าวไข่เจียวอยู่ข้างร้านมินิมาร์ทใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นก็บอกไปว่า...ฉันเข้าไปซื้อของในมินิมาร์ทแล้วออกมาถามทางกับเธอ อยู่นาน”
“ค่ะ” ช่อเอื้องขานรับเสร็จก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้
“เธอขำอะไร?” คนที่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยแต่งเรื่องแต่งราวหลอกมารดาเป็นครั้งแรก ถามกลับอย่างเคืองๆ
“ไม่มีอะไรค่ะ ขอโทษที่หนูเสียมารยาท” ช่อเอื้องบอกก่อนจะรีบเบือนหน้าไปมองข้างทาง
“แล้วหลังจากนั้นฉันก็ไปแวะซื้อข้าวไข่เจียวที่เธอบ่อยๆ และเสนองานให้เธอไปเป็นแม่ครัวให้ที่คอนโด แล้วก็...”
“แล้วก็อะไรคะ?” คนอ่อนประสบการณ์หันกลับมาถามด้วยสีหน้าซื่อๆ
“เธอพูดค้างไว้แค่นี้แหละ แม่ของฉันจะเข้าใจความหมายเอง” แม่ทัพบอกด้วยท่าทีนิ่งขรึม
“ค่ะ” ช่อเอื้องพยักหน้ารับแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แม่ทัพกดเปิดเพลงฟังเบาๆ เพื่อผ่อนคลายความเขิน เอ๊ย! เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดภายในรถ
ยี่สิบนาทีต่อมา...
ทันทีที่แม่ทัพขับรถเข้าไปจอดที่ด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ก็เห็นมารดายืนรอรับอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไปกันเถอะเอื้อง” มาลีนเข้าไปดึงแขนของว่าที่ลูกสะใภ้ให้ออกเดินตามไปอย่างรู้กัน