ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 เรียกข้า
September 30, 2026
‘นางเรียกข้าว่าอาหมาน’
“อ๋อ! คุณชายของเราถูกลอบทำร้าย ข้าได้ส่งคนออกติดตามมานานนับเดือนแล้ว และมีคนส่งข่าวว่าน่าจะอยู่แถบนี้ ทีแรกคิดจะเข้ามาสอบถาม แต่พอเห็นคุณชายก็ดีใจเกินไปจนลืมมารยาทไปสิ้น”
เหมยซิงที่ยืนกอดอกแหงนหน้ามองชายที่เข้ามาใหม่อย่างประเมิน มีความแคลงใจอยู่บ้าง เพราะบ้านของนางห่างไกลผู้คน ไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ว่าที่บ้านของนางรับคนแปลกหน้ามาอยู่เพิ่ม
“ทุกท่าน ข้าขอคุยกับคุณชายสักครู่เถิด”
“ท่านจะคุยได้อย่างไร อาหมานพูดไม่ได้”
“อะไรนะ!” เสียเอี๋ยนทำหน้าตกใจ ลืมไปว่าที่เขาสนทนา
กับซุนเว่ยหมินนั้นใช้การพูดด้วยกระแสจิต แม้ได้ขยับปากส่งเสียจึงคุยกันได้
“ท่านเป็นคนดูแลอาหมานมิรู้หรือ?” เหมยซิงหาทางจับผิด
“เพราะดีใจที่ได้พบจนลืมไป” เขายิ้มแก้เก้อ
“ให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนหรือไม่” นางถามจ้องตาเขาอย่างจริงจัง เห็นใบหน้านั้นส่ายไปมาช้า ๆ จึงได้แต่พยักหน้ายอมรับ
“ข้าจะเอาน้ำชามาให้ รอสักครู่”
“ขอบใจแม่นางน้อยมาก”
นางจำใจต้องถอยห่าง พาน้อง ๆ ออกมารวมทั้งพ่อบุญธรรมด้วย เหมยลี่เบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ ทำให้เหมยซิงอุ้มน้องสาวตัวเล็กขึ้นมาหอมแก้มนุ่ม ๆ เล่น
“เหมยลี่คนดีเป็นอะไรไป”
“เขาจะเอาอาหมานไป”
“อาหมานไม่ใช่ของเราเสียหน่อย” ติงเกาพูดขึ้น
“ถ้าเป็นญาติของอาหมานจริง ๆ ก็ดีซิ อาหมานจะได้กลับบ้านไง” ติงหยี่ปลอบน้องสาวตัวเล็ก เขารู้ว่าเหมยลี่มองอาหมานเหมือนของเล่นที่นางประคบประหงมดูแล
“ใช่ ๆ อาหมานไม่สบายกลับบ้านไปจะได้มีหมอรักษาอย่างไรเล่า” ติงปิงเองก็ช่วยปลอบน้องสาวไปด้วย
แต่ทั้งหมดที่พูดมาเหมือนจะปลอบใจเหมยซิงด้วยเช่นกัน นางดูแลเขามาเกือบครึ่งเดือน แม้รู้ว่าวันหนึ่งเขาต้องกลับไปในที่ที่จากมา
แต่นางก็อดเศร้าใจไปด้วยไม่ได้
เด็ก ๆ มัวแต่ซ่อนความเศร้าที่อาหมานจะจากไป มีแต่ติงเชาที่รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ทั้งการมาของชายที่เรียกตัวเองว่า ‘เสียเอี๋ยน’ และคนที่ลูกสาวแบกมาจากป่าช้าที่ชายผู้นั้นเรียก ‘คุณชายหานหงปิง’ หากอาหมานเป็นคุณชายหานหงปิงตัวจริง ไยเหมยซิงจึงจำไม่ได้ว่าคนที่นางดูแลเป็นคุณชายหาน
เพราะบ้านเศรษฐีที่นางไปเป็นหญิงรับใช้นั้นคือบ้านตระกูลหาน ! คนพวกนั้นลงโทษนาง และเอานางไปโยนทิ้งในป่าช้าราวเศษสวะชิ้นหนึ่ง ! .
“ข ้าไม่มีเวลาอธิบายเรื่องทั้งหมด”
เสียเอี๋ยนรีบเอ่ยขึ้นหลังจากไม่มีผู้อื่นในบริเวณนี้แล้ว “แต่ท่านอ๋องมีเวลาไม่มากแล้ว ต้องรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็ว”
‘เหตุใดจึงรีบร้อนนัก’ ซุนเว่ยหมินเอ่ยตอบอยู่ในใจ โชคดีที่สามารถสื่อสารด้วยจิตได้ ทำให้เขาไม่ลำบากนัก
“ดวงจิตของท่านอ๋องออกจากร่างมานานนับเดือนแล้ว ท่านต้องรีบกลับเข้าร่างภายในสี่สิบเก้าวัน มิเช่นนั้นจะกลับเข้าร่างไม่ได้ตลอดไป”
‘เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ ไยเจ้าเพิ่งหาข้าพบ!’ เขาก็มิได้อยากอยู่ในร่างผู้อื่นเช่นนี้
“หาใช่ความผิดของข้า” เสียเอี๋ยนเบ้ปาก “เป็นท่านที่ดวงจิตกระเด็นกระดอนออกจากร่างมาอยู่ในร่างของ....”