ตอนที่ 2212
บทที่ 2214 ช่วงเวลาหนึ่งเดือน
October 21, 2026
วันถัดมา
เยี่ยชิวตื่นแต่เช้า ในขณะที่นางฟ้าไป๋ฮวาและหยุนซีเหนื่อยล้าจากการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งคืนทำให้ตอนนี้พวกเธอยังคงหลับอยู่
พอเยี่ยชิวออกมาจากห้องก็มองเห็นลู่หลัวทันที
“คุณชายเยี่ย ตื่นแล้วเหรอ รีบมาดื่มซุปแล้วเข้า” เด็กหญิงตัวน้อยรีบโบกมือด้วยความตื่นเต้นเมื่อเธอเจอเยี่ยชิว
ใบหน้าของเยี่ยชิวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เช้าๆแบบนี้ไม่ควรกินโจ๊กไม่ใช่หรือไง”
“ซุปอะไรงั้นหรอ” เยี่ยชิวถาม
“ซุปจับช้วงต้าโป้วทึงน่ะ” ลู่หลัวพูดต่อว่า “เมื่อคืนคงเหนื่อยมาก เพราะงั้นก็ต้องบำรุงกันเสียหน่อย”
เยี่ยชิว “.....”
เด็กสาวคนนี้ดูเหมือนจะรู้มากเหมือนกันนะเนี่ย
“คุณชายเยี่ย ถ้าไม่ได้เป็นการรบกวนมากเกินไป ท่านช่วยอะไรข้าหน่อยได้หรือไม่” ลู่หลัวถาม “รอบหน้าท่านช่วยอ่อนโยนหน่อยได้ไหม ข้ากลัวว่าร่างกายของกงจู่จะรับไม่ไหว แต่ถ้าหากท่านยังไม่พอใจ ท่านสามารถเรียกข้าเข้าไปแบ่งเบาภาระของกงจู่ได้ เพราะข้านั้นเป็นถึงสาวใช้คนสนิทของนาง”
พูดเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
นี่คุณอยากโดนแทงหรือไง
ในขณะที่เยี่ยชิวยังคงตกตะลึงอยู่ นางสาวคนนั้นก็ได้วิ่งหนีออกไปแล้ว
“ทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงได้กระตือรือร้นกับเรื่องแบบนั้นขนาดนั้น” เยี่ยชิวหยิบซุปขึ้นมาทานรวดเดียว จากนั้นเขาก็เดินออกไปที่สวนหลังตำหนักแล้วเจอเข้ากับเจ้าวัวต้าลี่
“ท่านอาจารย์!”
ทันทีที่เจ้าวัวต้าลี่เจอเยี่ยชิว เขาก็รีบทำความเคารพทันที
เยี่ยชิวจึงได้พูดออกมาว่า “ฉันได้ยินมาจากซีเอ๋อร์ว่าเมื่อคืนคุณดื่มไปไม่น้อยเลย ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เจ้าวัวต้าลี่เกาหัวพร้อมรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไรขอรับ”
เยี่ยชิวจึงได้ถามไปว่า “ที่คุณเมาขนาดนั้นก็เพราะไม่อยากเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองล่ะสิ ฉันพูดถูกไหม”
“สุดท้ายก็ไม่สามารถปิดบังอะไรจากท่านอาจารย์ได้เลยจริงๆ แม้กระทั่งเหตุผลที่ข้าเมา” เจ้าวัวต้าลี่กล่าวต่อว่า “วันสำคัญอย่างวันฉลองของนิกายดาบชิงอวิ๋น ตัวข้าเองก็เป็นแค่ปีศาจตนนึง หากไปร่วมงานก็คงจะไม่สมควรสักเท่าไหร่”
“ถึงแม้ว่าท่านประมุขหยุนซานจะไม่สนใจ แต่ถ้าเกิดมีคนในงานเข้ามาหาเรื่องต่อสู้กับเผ่าปีศาจอย่างข้า ประมุขหยุนซานจะต้องลำบากใจแน่ๆ แล้วก็คงเป็นการทำลายความสนุกของทุกคนอยู่แน่ๆ”
“แล้วอีกอย่าง ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้จักเจ้าเมืองพวกนั้นสักเท่าไหร่ ต่อให้ไปก็ไม่รู้จะพูดอะไร นั่งอยู่ตรงนั้นน่าจะอึดอัดน่าดู”
เยี่ยชิวรู้สึกประหลาดใจนิดน้อย
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าวัวต้าลี่จะพูดออกมาแบบนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาสามารถนิยามนิสัยของเจ้าวัวต้าลี่ได้ด้วยคำเพียงแปดคำก็คือ ร่างกายแข็งแรง แต่จิตใจเรียบง่าย
แต่หลังจากที่เขาได้ฟังคำพูดของเจ้าวัวต้าลี่ เยี่ยชิวก็เริ่มรู้สึกว่าแท้จริงแล้วเจ้าวัวต้าลี่นั้นเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน
“ต้าลี่ หลังจากนี้ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วนะ ที่นิกายดาบชิงอวิ๋น แม้ว่าจะไม่ใช่เผ่าปีศาจก็ตามแต่ที่นี่ไม่มีใครเลือกปฏิบัติหรอก”
“แล้วก็ ตอนนี้นิกายดาบชิงอวิ๋นตอนนี้อยู่เหนือทุกนิกายในตงฮวงแล้ว อีกไม่นานผู้คนของเผ่าปีศาจก็จะสามารถออกจากหนานหลิ่ง และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในตงฮวงได้แล้วนะ”
เยี่ยชิวยังคงพูดต่อว่า “ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งทุกๆคนจะอยู่ร่วมกันได้ จะไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ว่าจะเผ่าปีศาจ เผ่าอสูร หรือเผ่ามนุษย์ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข”
เจ้าวัวต้าลี่ชะงักไปครู่นึง “นี้....สามารถทำได้จริงหรือขอรับ”
“แล้วทำไมถึงทำให้เป็นจริงไม่ได้ล่ะ” เยี่ยชิวตอบกลับทันควัน “ต่อให้คนอื่นไม่คิดจะสนับสนุนเรื่องแบบนี้ แต่ฉันสนับสนุนเต็มที่ ถ้าเกิดไม่มีใครทำได้ ในอนาคตฉันจะเป็นคนทำมันเอง”
“ฉันจะทำให้ทุกเผ่าพันธุ์บนโลกนี้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ”
หลังจากคำพูดนั้นจบลง
“เปรี้ยง!”
บนท้องฟ้าก็เกิดเสียงฟ้าร้องอย่างอึกทึกครึกโครมราวกับได้ยินความปรารถนาของเยี่ยชิว
เจ้าวัวต้าลี่ก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงประทับใจ “ท่านอาจารย์ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ข้าพร้อมจะสนับสนุนท่านเสมอ”
ในจังหวะเดียวกัน
จิ่วเจี้ยนเซียนก็ได้โผล่ออกมาที่สวนด้านหลังแล้วพูดว่า “คุณชายเยี่ย ผู้อาวุโสสูงสุดกับท่านประมุขเชิญท่านไปปรึกษาหารือกันในตำหนัก พวกเขาทั้งคู่จะรอท่านอยู่ที่ห้องโถงพิธีการใหญ่ แล้วก็ ผู้อาวุโสสูงสุดมีคำเชิญพิเศษลงมาว่าให้เชิญผู้อาวุโสวัวและชางเหม่ยเต้าจ่างมาเข้าร่วมด้วย
เยี่ยชิวจึงถามเจ้าวัวต้าลี่ว่า “ ไอ้แก่นั้นมันตื่นหรือยัง”
ในขณะที่เจ้าวัวต้าลี่กำลังจะตอบคำถาม เขาก็มองเห็นอมตะชางเหม่ยวิ่งออกมาข้างนอกแล้วตะโกนว่า “ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว ข้าตื่นแล้ว”