ตอนที่ 480
บทที่482 ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของเซี่ยอันน่า
October 22, 2026
อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์จะอันตราย แต่ก็เป็นโอกาสที่จะให้ป้าและลูกพี่ลูกน้องหายไปจากชีวิตของตัวเองโดยสิ้นเชิง
แต่ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรเพราะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจัดการยาก
ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยอันน่ายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะฉีกหน้าป้าของเธอหรือไม่
ในขณะที่เซี่ยอันน่ากำลังลังเลในการตัดสินใจอยู่นั้น ก็ได้มีผู้มาเยือนมาที่บ้าน
ติ๊งต่อง......
เมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้าน เซี่ยอันน่าก็รีบไปเปิดประตู
เมื่อเธอเห็นคนที่ยืนอยู่นอกประตูเธอก็นิ่งอึ้งไปสักพัก
"สวัสดี เซี่ยอันน่า"
เธอกระพริบตาสองสามครั้ง เธอพูดออกมาด้วยความไม่น่าเชื่อว่าแขกผู้มาเยือนจะเป็น "ชูวเสวีย!?"
"ทำสีหน้าอะไรของเธอ เห็นฉันทำยังกับเห็นผี" เย่ชูวเสวียหัวเราะขบขันพร้อมกับส่ายหัว จากนั้นก็เดินเข้ามาในบ้าน
"เสี่ยวอวี้หลินไม่อยู่บ้านเหรอ?"
“ไม่อยู่ ดูเหมือนว่าช่วงนี้เขาจะค่อนข้างยุ่ง”
"อ่อ ไม่น่าแปลกใจหรอก"
เซี่ยอันน่าข้าไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำชามาเสริฟ์สองแก้ว เธอวางแก้วน้ำชาไว้ข้างหน้าของเย่ชูวเสวียแล้วพูดว่า "นั่งก่อนสิ นี่น้ำชา"
เย่ชูวเสวียนั่งลงบนโซฟาจิบน้ำชาแล้วก็พูดว่า "ฉันโทรหาเธออยู่ตลอด ทำไมเธอถึงไม่รับสายเลย นึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแล้วซะอีก"
"โทรหาฉัน?" เซี่ยอันน่าหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาดูจากนั้นก็ยักไหล่อย่างขอโทษและพูดว่า "แบตหมดอ่ะ"
"เธอนี่มันจริงๆเลย แต่ไม่น่าแปลกใจหรอกมีข่าวลือแบบนั้นน่าจะมีสายโทรเข้ามาก่อกวนเธอมากมายเลยใช่ไหม การปิดเครื่องก็ยังพอหลีกเลี่ยงได้"
เซี่ยอันน่ายิ้มอย่างขมขื่น "เธอก็ดูข่าวนั้นเหมือนกันเหรอ"
"ฉันดูข่าวนั้นแล้วแต่ฉันไม่เชื่อเลย อันน่าเป็นคนยังไง และความสัมพัธ์กับเสี่ยวอวี้หลินยังไงฉันรู้ดี ข่าวนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก"
เซี่ยอันน่ารู้สึกชื่นใจมากที่มีเพื่อนเชื่อมั่นในตัวเธอ รอยยิ้มค่อยๆปรากฎบนใบหน้าของเธอ
"ขอบใจเธอมากนะ ชูวเสวีย"
"ไม่เป็นไร พวกเราเป็นเพื่อนกัน ความเชื่อใจต้องมีอยู่แล้ว"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น พี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเซี่ยอันน่าก็เดินออกมาจากห้องด้วยหน้าตางัวเงีย พร้อมกับแสดงสีหน้าที่สุดจะรำคาญ
"ใครกันวะ มาคุยกันเสียงดังน่ารำคาญ คนมันจะนอนก็นอนไม่หลับ"
เมื่อลูกพี่ลูกน้องคนนี้เบิกตามองเย่ชูวเสวียอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย
"โอ้โฮ ได้เจอสาวสวย"
สายตาของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ที่มองมาทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจในครั้งแรกที่พบเจอ
เย่ชูวเสวียไม่ชอบเขาเป็นอย่างมาก ขมวดคิ้วถามเซี่ยอันน่า "อันน่า คนนี้คือใครเหรอ?"
"อ้อ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเองแหละ เขาจะพักอาศัยอยู่ที่นี่สักพัก"
เย่ชูวเสวียกับเซี่ยอันน่าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้อนรับลูกพี่ลูกน้องคนนี้
แต่เขาไม่รู้ตัวเลยและเข้าไปนั่งเบียดระหว่างเซี่ยอันน่ากับเย่ชูวเสวีย แล้วถามด้วยรอยยิ้ม: "สวัสดีคนสวย ชื่ออะไรเหรอ?"
เนื่องจากความไว้หน้าเซี่ยอันน่า เย่ชูวเสวียไม่อยากพูดอะไรที่เกินไปแต่ดูจากสีหน้าของเธอแล้วเธอกำลังอดทนเอาไว้
เซี่ยอันน่ารู้สึกอึดอัดจนวางตัวไม่ถูกจึงเอื้อมมือไปสะกิดลูกพี่ลูกน้องของเธอ: "พี่คะ เก็บอาการนิดหนึ่งเธอเป็นเพื่อนของฉัน!"
“เพื่อนแล้วไง อยากรู้จักไม่ได้เหรอ?”
“เธอไม่ใช่คนที่อยู่ระดับเดียวกันกับพี่ พี่ไม่มีอะไรเทียบเธอได้!”
โดนหักหน้าต่อหน้าสาวสวย เขาค่อยข้างไม่พอใจเป็นอย่างมากแล้วขึ้นเสียงพูด "คำพวกนี้ฉันไม่อยากฟัง อีกไม่นานฉันก็จะเป็นผู้จัดการของเสี่ยวซื่อกรุ๊ปแล้ว มีอะไรที่เทียบไม่ได้เหรอ?"
"เธอเป็นคนที่อยู่ในตระกลูร่ำรวยที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่หัวจรดเท้าพี่ไม่มีอะไรคู่ควรกับเธอเลย!"
"อยู่ในตระกลูร่ำรวยที่มีชื่อเสียง งั้นฉันยิ่งอยากรู้จักเธอมากยิ่งขึ้น"
เมื่อเห็นท่าทีที่แย่ขึ้นเรื่อยๆของลูกพี่ลูกน้อง เธอก็เตือนทันที: "ฉันจะเตือนพี่อีกครั้ง กลับเข้าห้องไปซะ อย่ามารบกวนพวกเรา!"
"เธอ……"
"ถ้าพูดอีกคำฉันไล่พี่ออกไปแน่!"
ในใจของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไม่อยากยอม แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรเซี่ยอันน่าได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเก็บความโกรธเอาไว้ในใจแล้วกลับเข้าห้องไป
เมื่อเห็นเขากลับเข้าห้องไปแล้ว เย่ชูวเสวียจึงถามว่า "เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันรู้สึกมึนงง?"
เซี่ยอันน่ายิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า: "ถ้าให้เล่าอย่างสั้นๆก็คือ มีนกที่ทำรังเองไม่เป็นแต่อยากครอบครองรังของนกตัวอื่นอ่ะ"
"เรื่องนี้เสี่ยวอวี้หลินไม่สนใจจัดการเลยเหรอ?"
เซี่ยอันน่าถอนหายใจแล้วพูดอย่างแผ่วเบา “เขาไม่รู้เรื่องนี้อ่ะ ฉันอยากจัดการมันด้วยตัวฉันเอง ไม่อยากให้เขารับรู้”
เซี่ยอันน่ามีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง และเธอไม่ต้องการให้เสี่ยวอวี้หลินเห็นด้านที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากของเธอ
ถ้ามองตามความสามารถของเสี่ยวอวี้หลินแล้วเขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้จริงๆหรือ? แต่ถ้าตอนนี้เขารู้แล้วทำไมเขาไม่เข้าไปแทรกแซง?
แปลกและก็แปลกมาก
เย่ชูวเสวียขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่ยังคิดไม่ออกเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆเดินเข้ามา
เงาของคนนั้นตกกระทบมาที่ศีรษะของเย่ชูวเสวีย เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตรและมีสายตาที่ค่อนข้างดุ
ป้าของเธอเอามือกอดอกถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา: "เซี่ยอันน่า พี่เธอบอกว่าเธอรังแกเขาเหรอ!?"
เมื่อเห็นป้ามาเซี่ยอันน่าก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
แม่ลูกคู่นี้ไม่คิดจะให้คนอื่นอยู่อย่างสงบสุขบ้างเหรอ
เพราะมีเพื่อนอยู่ด้วยเซี่ยอันน่าเลยต้องพยายามสงบสติอารมณ์แล้วไกล่เกลี่ยให้เรื่องจบ "ตอนนี้มีแต่พวกคุณเท่านั้นที่รังแกฉัน ขอถามหน่อยถ้าฉันจะรังแกพวกคุณบ้างจะทำได้อย่างไร? ถึงทำได้จริงๆแต่การอยู่แบบสงบสุขไม่ต้องมีเรื่องกันจะดีกว่ามาก"
"เชอะ เธอมีคนหนุนหลังอยู่แล้วมีอะไรที่ไม่กล้าทำเหรอ"
เห็นได้ชัดว่าป้าของเธอไม่ต้องการที่จะจบเรื่อง ป้าของเธอเลิกคิ้วและมองไปที่เย่ชูวเสวียที่นั่งอยู่ข้างๆเธอด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
"สาวคนนี้เหรอที่พี่เธอพูดถึงก็ไม่ได้ดูพิเศษอะไร แล้วพี่แกมีอะไรที่ไม่คู่ควรกับเธอเหรอ"
ทำไมยังไม่ยอมจบเรื่อง
เซี่ยอันน่าพยายามระงับความโกรธแล้วพูดว่า "พูดอีกครั้งดิ นี่คือเพื่อนของฉัน อย่ามายุ่งกับเธอ"
"เพื่อนก็อาจจะกลายเป็นพี่สะใภ้เธอในอนาคตได้นะ"
เย่ชูวเสวียหัวเราะให้กับท่าทางที่ตรงไปตรงมาและมั่นใจของป้าคนนี้ แล้วเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ใจดีว่า "ขอโทษนะคะ ฉันมีแฟนแล้วค่ะ"
"มีแฟนแล้วก็เลิกกับแฟนได้ ลูกชายของป้านานๆจะเจอคนที่ถูกใจ ลองคุยกับเขาก่อนก็ได้นะ"
"ป้าฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่องเหรอคะ!"
"เฮ้ย เธอนี้มันอะไรกัน ลูกชายของฉันชอบเธอ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของเธอแล้ว!"
เย่ชูวเสวียควบคุมอารมณ์เต็มที่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเซี่ยอันน่า เธอคงเดินหนีออกไปแล้ว
เซี่ยอันน่ามองดูเย่ชูวเสวียด้วยสายตาที่ขอโทษ ก่อนหันหน้าไปพูดกับป้าของเธอ "เพื่อนของฉันคนนี้ค่อนข้างมีฐานะที่สูงศักดิ์ ถ้าทำอะไรไปโดยพลการ ทำให้เธอโกรธเข้า อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ"
"เชอะ ฉันเจอเรื่องแบบนี้มาไม่น้อย"
"ดังนั้น ถ้าไม่ถือลองเจออีกสักครั้งสิ!"
เมื่อเห็นว่าเซี่ยอันน่าไม่ยอมถอย ป้าของเธอไม่อยากโดนฉีกหน้าเลยพูดประชดประชันว่า "เฮ้อ แย่มาก เป็นเด็กเป็นเล็กมาชี้มือชี้ไม้ใส่ผู้ใหญ่ เซี่ยอันน่าเธอนี่มันเก่งจริงๆเลย!"