ตอนที่ 205
บทที่ 205 เจ้าอย่าได้ทำให้ลำบากใจ
October 21, 2026
หนานหว่านเยียนยังมิทันกล่าวสิ่งใด ดวงตาของกู้โม่หานก็หรี่ลงมองมา ราวกับสามารถมองทะลุผ่านหัวใจของนาง
“ทางที่ดี เจ้าอย่าทำให้คนอื่นต้องลำบากใจ จะให้ข้าหย่ากับเจ้าตอนนี้ข้าทำมิได้”
หนานหว่านเยียนอ้าปากเล็กน้อย คิดมิถึงว่ากู้โม่หานจะเดาออกถึงความคิดนาง
แต่นางมิได้ต้องการทำเพื่อสิ่งนี้
“ข้าต้องการสิทธิในการดูแลจวนอ๋อง และยินยอมให้ข้ารับท่านน้ากลับไปที่จวนอ๋อง ให้เขาอยู่ที่เรือนเซียงหลิน”
เรื่องการหย่าร้าง นางมิอยากจะกล่าวขึ้นมาอีก เนื่องจากกล่าวไปก็ไร้ประโยชน์ ทั้งยังน่ารำคาญใจ การทำให้กู้โม่หานโมโหสำหรับนางแล้วมิมีข้อดีเลย
แต่นางก็จำเป็นจะต้องทำให้กู้โม่หานรับรู้ว่านางเองก็มีคมเล็บเช่นกัน
ตราบใดที่นางยังมีชีวิตอยู่ หยุนอี่ว์โหรวก็เป็นได้เพียงแค่นางบำเรอ ในฐานะพระชายารอง ควรทำในสิ่งที่นางควรทำ อย่าคิดหลงผิดอวดดี
อีกอย่าง บัดนี้ร่างกายของท่านน้าพักฟื้นพอประมาณแล้ว พร้อมที่จะได้รับการผ่าตัด
ท่านน้าจะต้องดีขึ้นเสียก่อน จึงจะเดินทางจากไปพร้อมกับพวกนางได้
“เจ้าต้องการอำนาจจัดการจวนอ๋องหรือ?” กู้โม่หานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขามองไปยังใบหน้าอันสวยงามของหนานหว่านเยียน
“การที่เจ้าต้องการอำนาจนี้เป็น เพราะข้ามอบมันให้แก่ชื่อเล่นตัวร้ายหรือ และทำให้เจ้ารู้สึกขุ่นเคืองใจ?”
หนานหว่านเยียนให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากเชียว?
หนานหว่านเยียนหัวเราะอย่างเยือกเย็น การที่นางต้องการอำนาจดูแลจวน เป็นเพราะนางจำเป็น มิได้เกี่ยวข้องอะไรกับหยุนอี่ว์โหรวผู้อ่อนแอบอบบางนั้นเลย
แต่หนานหว่านเยียนมิจำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นของนางออกมาอย่างชัดเจน จึงกล่าวเพียงว่า
“ข้ามิชื่นชอบที่เห็นนาง นางมิคู่ควรกับอำนาจยิ่งใหญ่ เอาแต่ร้องไห้ร้องห่มน่ารำคาญ นอกจากพึ่งพาบุรุษแล้วนางทำอะไรมิเป็นเลย แล้วเอาอำนาจใดมาปกครองจวน เจ้าบอกมาว่าจะให้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรเสด็จแม่ของเจ้าก็ยังคงอยู่ในช่วงลำบาก รอให้ข้าช่วยเหลือ”
แววตาของกู้โม่หานเผยความหมายอันลึกล้ำ เขาคิดว่าเขาสามารถเดาออกถึงความคิดหนานหว่านเยียน
คิดว่านางให้ความสำคัญกับเขา จึงต้องการเผชิญหน้าต่อสู้กับหยุนอี่ว์โหรว หากนางมิสนใจเขา เหตุใดจึงต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้
“ย่อมได้ เพียงแค่เจ้าสามารถช่วยเสด็จแม่ อำนาจการปกครองจวน ข้าจะให้อี่ว์โหรวมอบคืนให้เจ้า แต่อี่ว์โหรวก็มิได้อ่อนแออย่างเช่นที่เจ้ากล่าวมา นางเป็นผู้มีพระคุณของข้า”
หนานหว่านเยียนคิดมิถึงว่าเขาจะตอบรับอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ นางเลิกคิ้วขึ้นมิอยากจะไปสนใจผู้ที่มีพฤติกรรมสองมาตรฐานต่อผู้มีพระคุณของเขา “แล้วท่านน้า......”
กู้โม่หานกล่าวขึ้นขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเย็น “โม่หวิ่นหมิงมิได้!”
เขาจะมิยอมให้ข้างกายของหนานหว่านเยียนมีชายใดเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน
อีกอย่าง โม่หวิ่นหมิงมิได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับหนานหว่านเยียน ภูมิหลังของเขาช่างน่าสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงอายุของทั้งสองคนใกล้เคียงกัน มิมีเหตุผลอื่นใด เขาเพียงมิพอใจทุกครั้งที่เห็นท่าทางมิเห็นแก่หน้าใครเช่นนั้นของโม่หวิ่นหมิง
เดิมทีหนานหว่านเยียนคิดว่ากู้โม่หานจะปฏิเสธคำขอที่นางจะเป็นผู้ดูแลจวน คาดมิถึงว่าเขาจะปฏิเสธมิให้นางพาโม่หวิ่นหมิงกลับมาในจวน
นางขมวดคิ้วน้ำเสียงหนักแน่น
“เงื่อนไขทั้งสองข้อ เจ้าจำเป็นต้องตอบรับ หากเจ้ามิยินยอม ข้าก็มิลงมือรักษา”
“เดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จัดการได้ยาก ข้าเพียงไปสารภาพขอรับโทษจากท่านพ่อ อย่างมากสุดข้าก็เพียงแค่ถูกตำหนิ”
“แต่ชีวิตของเสด็จแม่บัดนี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย หากรอต่อไปละก็เสมหะจะมากขึ้น ความร้อนจะสะสม เจ้ามิมีเวลามากไปกว่านี้แล้ว กู้โม่หาน”
ใบหน้าอันหล่อเหลาของกู้โม่หานแสดงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองไปทางหยีเฟยที่นอนหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียง นิ้วมือของเขากำแน่น เสียงของกระดูกดังขึ้น
ในที่สุดเขาก็จำเป็นต้องกัดฟันตอบว่า “ตกลง ข้าให้สัญญากับเจ้า”
“หนานหว่านเยียน เจ้ามิเปลี่ยนไปเลยจริงๆ เจ้าวางแผนเก่ง รู้วิธีใช้จุดอ่อนของคนอื่นมาข่มขู่”
หนานหว่านเยียนเม้มริมฝีปากขึ้นเผยอยิ้ม “ตามแต่เจ้าจะกล่าว ข้าจะช่วยชีวิตผู้ป่วยแล้ว จงออกไปเถอะ”
นางมิสนใจว่ากู้โม่หานจะกล่าวเช่นไร ต่อให้นางมิเอ่ยเรื่องเหล่านี้ ในใจของกู้โม่หานนางก็เป็นคนเลวอยู่ดี แต่บัดนี้นางมีอำนาจในการดูแลจวนแล้ว เรื่องของท่านน้าก็มิจำเป็นต้องกังวลใจ
ตอนนี้นางเพียงต้องครุ่นคิดว่าจะช่วยหยีเฟยเช่นไรดี